เวทีมงคลเสวนาครบรอบ 20 ปี เครือข่ายสัจจะสะสมทรัพย์เพื่อพัฒนาคุณธรรมครบวงจรชีวิต

ต้องควบคุมคนไม่ดีให้อยู่ในร่องในรอยให้ได้เพื่อไม่ให้สร้างปัญหาในชุมชน

บางช่วงบางตอนจากเวทีมงคลเสวนาครบรอบ 20 ปี เครือข่ายสัจจะสะสมทรัพย์เพื่อพัฒนาคุณธรรมครบวงจรชีวิตจังหวัดตราด วันอาทิตย์ที่ 31 มกราคม 2553 ณ วัดไผ่ล้อม จ.ตราด

ผศ.ดร.ทิพวัลย์  สีจันทร์

            กราบขอความเมตาของพระอาจารย์สุบินในความหมายของคำว่า “สวัสดิการ” มีความหมายในหลักธรรมะมากน้อยแค่ไหนอย่างไร

พระอาจารย์สุบิน ปณีโต

            กราบพระเดชพระคุณที่ก่อร่างสร้างวัดจนเป็นปึกแผ่นแน่นหนา ทางวัดท่านเจ้าคุณให้อุดมการณ์ไว้ว่าสร้างคนเป็นหลัก วัตถุเป็นรอง ท่านเจ้าคุณได้วางรากฐานการสร้างสังคมมานานนับร้อยปี ฉะนั้นเรื่องของธรรมะเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเงิน ถามว่าเงินมันจำเป็นต่อชีวิตเราไหม เงินเป้นอสรพิษ แต่คนที่ชาญฉลาดก็เอาพิษของงู         มาใช้ยามที่งูกัด เราเรียกว่า “เซรุ่ม” ก็สามารถเอาพิษของงูมาฉีดรักษาคน โดยที่งูกัดแล้วกลับไม่ตาย กายสร้างภูมิคุ้มกันให้ชีวิตรอดได้และเข้มแข็ง ฉะนั้นการเงินถ้าเรามีสติปัญญาว่าสิ่งเหล่านี้เราทำให้เข้มแข็งเป็นเรื่องสำคัญต้นไม้ที่โยมนั่งอยู่เหล่านี้ส่วนมากเป็นไม้ที่มีราก มันมีรากที่หยั่งลึกไป ถึงทุกคนที่มีหัวใจรักตัวเอง รักชุมชน รักหมู่บ้านดี  เน้นมีหลักธรรมความซื่อสัตย์เป็นสมบัติของมนุษย์ เราพูดอย่างนี้พูดง่ายและพูดได้

            ฝากเราช่วยกันประเมินคนในชุมชนด้านจริยธรรมว่ามีเท่าไหร่ คนที่กู้เงินแล้วไม่ส่ง คนที่ยืมเงินแล้วไม่ส่ง คนผิดสัจจะมีมากน้อยเท่าไหร่ อันนี้เป็นการประเมินวิจัยด้วยตัวของเราในชุมชน เขาเรียกว่าวัดความซื่อสัตย์ ที่นี้ความซื่อสัตย์ถึงจะมีเท่าไหร่ก็แล้วแต่ แต่ความเจ็บ ความแก่ ก็ยังต้องเกิด ความกินยังต้องมีทุกวัน จะซื้อสัตย์ดีขนาดไหนเราก็ยังต้องแก่ เหมือนเดิม แต่แก่อย่างมีศักดิ์ศรี เพราะไม่รู้ว่าวันหนึ่งเขาจะทอดทิ้งเราหรือเปล่า เพราเหตุปัจจัยของการดำรงชีวิตในปัจจุบัน เราส่งลูกเรียนไปแล้วไม่ยอมกลับ ไปประกอบอาชีทำธุรกิจนานาชนิด แล้วชีวิตก็ผันผวนไปอยู่ที่อื่นถามว่าความแก่ของเราเราจะฝากไว้กับใครเมื่อเรายังต้องกินแต่เราแก่ทำไม่ไหวอะไรจะเกิดขึ้นกับเราบ้างในช่วงนั้น หรือยามป่วยเราก็ต้องกินแต่ทุนรอนเราไม่มี งานทำไม่ได้ รายจ่ายกลับเพิ่มพูนขึ้น สุขภาพทรุดโทรมแต่ยังไม่ตาย ถามว่าชีวิตของเราจะหวังพึ่งใคร ฉะนั้นถ้าชุมชนคิดเรื่องนี้ให้ดีชุมชนจะพักเรื่องกิจกรรมที่ชุมชนทำ ฉะนั้นถ้าเราทำไปแล้วกองทุนทั้งหลายมันจะดีขึ้นมั่นคงขึ้น แต่ไม่มีอันตรายเหมือนเราสร้างฐานะสร้างสวนไว้ให้ลูกหลานของเรา สร้างความเป็นปึกแผ่นให้คนในหมู่บ้านของเรานี่คือกระบวนการของการทำให้มีธรรมะ ควรจะมีธรรมะเข้ามาเป็นฐานตั้งแต่ต้นแล้วถึงที่สุดของชีวิต คือไม่ถูกทอดทิ้งจึงจำเป็นต้องมีสวัสดิการ

ผศ.ดร.ทิพวัลย์ สีจันทร์

            พระอาจารย์ได้พูดถึงว่าชีวิตของชุมชนถ้ายังต้องแก่ ต้องเจ็บใครจะดูแลและมองถึงว่าชุมชนเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างมากที่ต้องมีสวัสดิการ

            กราบขอความเมตตาพระอาจารย์กล่าวถึง แนวทางนากรนำกลุ่มสัจจะสะสมทรัพย์ซึ่งเป็นองค์กรการเงินชุมชนมาเป็นฐานการจัดสวัสดิการให้ชุมชน

พระอาจารย์สุบิน ปณีโต

            โยมนั่งอยู่ตอนนี้ถ้าต้นไม้ที่มีอยู่ไม่มีใบ แสงอาทิตย์ส่องมาเราก็จะโดนแสง ร้อน กระวนกระวาย ฉะนั้นเราปลูกต้นไม้ด้วยการเงินตอนนี้ที่พวกรัฐ หรือใครต่อใครทำอยู่เขาก็ให้เฉพาะคนของเขา เช่น ใครที่รับราชการ รัฐก็จัดให้สวัสดิการ ยามแก่ ยามป่วย นั่นคือเขามีร่มเงาให้ คนที่ทำงานในรัฐวิสาหกิจ งานไฟฟ้า รถไฟ เขาก็บ้วนมีสวัสดิการกันทั้งนั้น คนที่ทำงานในภาคอุตสาหกรรมเขาก็มีสวัสดิการแต่เราเกษตรกรที่ถูกเรียกเสมอว่าเป็นกระดูกสันหลังของชาติแต่กระดูกสันหลังก็ไม่มีอะไรเป็นหลักของตัวเอง แล้วกระดูกสันหลังมันจะแข็งไม่ได้สักเท่าไหร่ในเมื่อกระดูกสันหลังก็กลายเป็นถูกทุบจนน่วมหมดแล้วถามว่ากระดูกมันจะเหลือแข็งหรืออ่อน ตอนนี้ชุมชนหนักขึ้นเรื่อยๆ ที่ทำกินกำลังจะหลุดมือไป การลงทุน กำลังมีปัญหาภาวะภาคการผลิตการจัดการไม่ดี ทุนรอนก็เป็นเรื่องที่ลำบาก ยากขึ้นทุกวันฉะนั้นยังเห็นว่าจำเป็นจะต้องสร้างฐานที่ชุมชนจากครอบครัวสู่ชุมชน เพราะความสามารถของเราไม่ใหญ่เกินไปจึงอาศัยฐานชุมชนของเราเป็นหลักไม่อยากทำอะไรใหญ่เกินไปตามกำลังของพวกเราถึงความสามารถของพวกเรามีเท่าไหร่ก็ทำเท่านั้นโบราณบอกว่า “ เห็นช้างขี้อย่าขี้ตามช้าง” ขืนถ้าเราทำตามอย่างสัตว์ใหญ่ สัตว์เล็กก็จะตายด้วย ฝากว่าเราจะคิดอะไรทุกหน่วยงานทุกวงการ ไม่มีใครคิดเรื่องสวัสดิการภาคประชาชนอย่างแท้จริงแล้วเมื่อคิดขึ้นมาบ้างสำหรับบางคนแต่ก็พยายามขอเงินสวัสดิการไปทำสาธารณูปโภคต่างๆ  โดยไม่คำนึงถึงชีวิตทุกกิจกรรมต่างๆ  ของเงินที่ภาครัฐให้มาก็อยู่ในกระบวนการเหล่านี้ทั้งหมดแต่ชีวิตมนุษย์กำลังทุกขึ้นทุกวันอย่างนี้ชุมชนควรจะลุกขึ้นมาหาทางต่อสู้เอาชนะความยากลำบากของเราเองได้ทุ่มเทด้วยแรงของตัวเอง สติปัญญาของตัวเอง ความสามารถของเราเองโดยอาศัยความหนักแน่นในหลักธรรมของพระพุทธเจ้ายึดพระพุทธเจ้าเป็นสรณะเป็นตัวอย่าง พระองค์ไม่ทรงท้อต่อชีวิตแล้วในที่สุดก็ประสบความสำเร็จฉะนั้นถึงใครจะท้อก็ให้นึกถึงพระพุทธเจ้าไว้ ฉะนั้นให้เห็นคร่าว ๆ ว่าถ้าเราอยู่ตรงนี้หากต้นไม้ไม่มีใบเราก็ร้อน ฉะนั้นเรามีชุมชนแต่เราพึ่งพาชุมชนไม่ได้มันก็ทุกข์เดือดร้อนไม่รู้จะไปพึ่งใครก็ในเมื่อคนในชุมชนก็พึ่งไม่ได้ ต้นไม้ก็พึ่งไม่ได้เสียแล้วมันจะเกิดอะไรขึ้นดังนี้ฝากไว้ให้มองสิ่งที่ใกล้ตัวเราก็แล้วกัน

ผศ.ดร.ทิพวัลย์ สีจันทร์

            ในการจัดสวัสดิการเราจะเห็นภาพว่าหลายพื้นที่ประสบความสำเร็จเงินกู้นอกระบบแทบไม่เกิดขึ้นกับสมาชิกเลย แต่ในหลายพื้นที่การจัดสวัสดิการหรือองค์กรการเงินที่จัดสวัสดิการยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร กราบเรียนถามพระอาจารย์ด้วยความเมตตา ให้ธรรมะว่าการที่ชุมชนจัดสวาดิการไม่เป็นหรือกองทุนล้มและก็เกิดวิกฤตในการทำงานเรื่องเหล่านี้พระอาจารย์มีทางออกหรือคำแนะนำในเรื่องนี้อย่างไรค่ะ กราบนมัสการ

พระอาจารย์สุบิน ปณีโต

            เรื่องนี้ก็ต้องยกความดีให้แก่ชุมชน เพราะอาตมาเพียงแต่ลงไปเสนอมุมมองแนวคิด แล้วก็ถามว่าเห็นด้วยไหมเรื่องนี้ใช้หลักการธรรมะ กลัวต่อบาป โกงคนอื่นให้ตัวเองเป็นที่ตั้งถามว่า ถ้าถามใครโกงเราเราชอบไหม ใครเอาเปรียบเราเราชอบไหม ใครด่าเราเราชอบไหม ถ้าเราไม่ชอบเราก็อย่าทำ เหล่านี้คือความจริง ทำอะไรให้น้อมมาใส่ตนเป็นที่ตั้งทีนี้เมื่อเราชอบแต่อาตมาก็ยังมองเห็นว่า โยมยังต้องแก่ ยังต้องเจ็บ ยังต้องตาย แต่วัฒนธรรมไทยข้ามเรื่องแก่ เจ็บ ไปเอาเรื่องตายเป็นหลัก คือ ฌาปนกิจ แล้วเราก็ติดเรื่องนี้มาเป็นเวลานานอาตมาขอประเมินที่นั่งอยู่ตรงนี้หน่อยดูว่าโยมจะเห็นด้วยไหม ถามหน่อยว่าใครที่นั่งอยู่ตรงนี้คิดว่าตัวเองต้องแก่ แน่ ๆ ไหนยกมือขึ้น ไหนใครแก่แล้วมั่นใจว่าลูก หลาน ผัว เมีย พ่อ แม่ ไม่ทิ้งเราไหนยกมือหน่อยที่คิดว่าไม่โดนทิ้งแน่ ๆ  ถามต่อไปว่าลุกตายก่อนพ่อ แม่ ได้ไหม ลูกพิการก่อน พ่อ แม่ได้ไหม ลุกที่เรียนจบแล้วไปอยู่ที่อื่นไม่ยอมกลับ ไปทำงานซื้อที่ ซื้อบ้านอยู่ที่อื่น เมื่อเราแก่เอาเราไปเลี้ยงด้วยแต่มีเขยมีสะใภ้มันด่าเราตั้งแต่เช้า เย็นใครอยู่ได้ไหม ยกมือหน่อย อันนี้เป็นเรื่องจริงของชีวิต ไหนใครคิดว่าตัวเองจากนี้ไปจนสิ้นลมมั่นใจว่าตัวเองจะไม่ป่วยบ้างยกมือ เมื่อไม่มีใครมั่นใจเลย ป่วยรู้ว่าป่วยแน่ แต่ไม่รู้จะป่วยด้วยวิธีไหน อย่างไร เรื่องตายเราก็รู้ว่าตายแน่ไม่รู้จะตายที่บ้านหรือที่โรงพยาบาล ตายบนถนน ตายข้างทางตายในน้ำ  บนเครื่องบิน ไม่รู้สักที่เดียวใช่ไหม กำหนดที่ตายไม่ได้ แต่เราทำเรื่องตาย เรื่องแก่ รู้แน่ ๆ ว่าแก่ เราเน้นเรื่องตายจนลืมเรื่องแก่ เรื่องป่วย

            ฉะนั้นเห็นว่าสวัสดิการยามป่วยยามแก่เป็นปัจจัยสำคัญ ตอนนี้เราจึงจำเป็นต้องหันพัฒนาเรื่องนี้ให้ได้ใครมาขอทุนจากพวกเราให้นึกถึงวันที่เราแก่ใครจะเลี้ยงเรา วันที่ป่วยใครจะช่วยถึงเราเห็นว่าเรื่องสวัสดิการจำเป็นต่อเรา เราต้องช่วยกันคิดสร้างสรรค์เรื่องสวัสดิการให้เข้มแข็งให้ได้ สวัสดิการ คือ อะไร สวัสดิการเช่น ยามแก่มีทุนรอน ยามป่วย ยามจำเป็นที่ต้องใช้ยาไม่มีทุนที่จะสร้างสรรค์ที่จะหามาใหม่ก็ต้องใช้ทุนที่มีอยู่เดิมเรียกว่าทุนสวัสดิการ คือ การที่เราสั่งสมเอาไว้ เพื่อจะนำไปสู่ความเข้มแข็งฉะนั้นก็เอาตัวเลขของทุกกลุ่ม กลุ่มไม่ได้ส่งข้อมูลอาตมาไม่ได้เก็บข้อมูลไว้เดี๋ยวเสร็จจากพิธีของคนที่อยู่ข้างหลังมีสวัสดิการอะไร มีคนกี่คน แล้วไปสำรวจดูว่าตำบลไหนมาก ตำบลไหนน้อย ไปเทียบดูแต่ไม่ใช่เอาไปถกเถียงกันแล้วไปประเมินว่าตำบลของตนเองถึงมันยังมีน้อยทำอย่างไรให้มากขึ้น ที่มันมากอยู่แล้วทำอย่างไรที่จะให้เข้มแข็ง ขั้นที่เข้มแข็งอยู่แล้วทำอย่างไรถึงจะดีขึ้น เพื่อความยั่งยืนยิ่งขึ้นฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ทุกอย่างได้มาด้วยการ

1)      เราต้องจัดการด้วยหลักธรรมะ คือ  ซื้อสัตย์

2)      เราต้องประหยัดยามเดือดร้อน ยามแก่ ยามป่วย

3)      เราต้องควบคุมคนที่ไม่ดีให้อยู่ในร่องในรอยให้ได้เพื่อไม่ให้สร้างปัญหา

เพื่อไม่ให้สร้างปัญหาในชุมชนของเรา คนที่สร้างปัญหาคือคนที่ไม่มีหลักธรรม ไม่มีธรรมะ  เราต้องจัดการเรื่องคนไม่มีธรรมะให้มีธรรมะอยู่ในวงจรแห่งความซื่อสัตย์ความรับผิดชอบ ความดีต่างๆ  เข้ามาอยู่ในวงจรของเราให้ได้โดยอาศัยกระบวนการเงินของกลุ่มพวกเรา และช่วยกันรับผิดชอบอย่าโอนว่าเรื่องของคุณไมใช่เรื่องของเรา อย่าลืมว่าไข้หวัดต่างประเทศ 2009 แต่มันก็มาถึงเมืองไทย ฉะนั้นตอนนี้หากเป็นที่เชียงใหม่มันก็จะมาถึงตราด โลกาภิวัฒน์มันไร้พรมแดน ต้องระมัดระวัง

ฉะนั้นสวัสดิการที่เราจะทำให้งอกเงยขึ้นมามันได้หลายทางด้วยกันอันนี้จะต้องคุยกันนอกรอบว่าทำอย่างไรบ้างที่จะทำให้เกิดสวัสดิการเข้มแข็งขึ้นเรื่อย ๆ โดยที่ไม่หวังจากคนภายนอก ในความคิดเห็นว่ามันจำเป็นต่อการดำรงชีวิต

คนที่อยากอยู่ในกลุ่มอย่างมีความสุขเพียงแต่ร่วมทำง่าย ๆ เช่น

1)  หมั่นมาประชุมกันเดือนละครั้งเพราะพระพุทะเจ้าบอกว่าอัปหาปริยธรรม หมั่นประชุมกันอย่างเนืองนิตย์ พร้อมเพรียงกันประชุม พร้อมเพรียงเลิกประชุม และช่วยกันวางเกณฑ์ เคารพเชื่อฟัง คนอื่นอย่างมีเหตุผล

2)  ขอความเสียสละนิดหน่อย ทำกิจกรรมซื้อข้าว ซื้ออะไรต่างๆ  ร่วมกันเพื่อจะไปต่อสู้กับนายทุนไม่ให้เงินไหลนอกระบบเพราะเราเห็นว่าการค้าในอนาคตเราจะเสียดุลต่างชาติมหาศาลเพราะเราชอบขึ้นห้างกันยกตัวอย่างถ้าโยมเข้าห้างโยมซื้อสินค้า 10 บาท พอเขาได้กำไร 10 บาท เสียภาษีนิดหน่อยเหลือเขาเอาไปหมดเลยแต่เราก็เห็นว่าจำเป็นที่จะสร้างชุมชนเดี๋ยวนี้โยมอาจจะไม่ค่อยเชื่อ 10 บาทไปซื้อผักบุ้งมา คนที่ซื้อผักบุ้งก็อาจไปซื้อปลาทะเล 10 บาทเหมือนกันกับคนทะเล คนทะเลก็ไปซื้อพริกมา เป็นต้น มันก็จะหมุนเวียนอย่างนี้ในชุมชนของตนเอง แต่โยมเข้าห้างปุ๊บมันไปเลย เงินก็เลยไหลออกจากชุมชนแล้วสวัสดิการก็แย่ลงเพราะมันไม่เหลืออะไรแล้ว นายทุนเอาไปหมด ฉะนั้นจึงบอกว่าให้มีส่วนของการซื้อขายร่วมกัน ถ้าใครไม่มีการซื้อขายร่วมกันสวัสดิการก็ลดลง ต้องไปคืนเรื่องการทำกิจกรรมร่วมกันเอาขยะเอของเหลือใช้ของที่จะทิ้งมาทิ้งร่วมกันให้เป็นประโยชน์แล้วก็ต้องทำบัญชีครัวเรือนเป็นหลักสำคัญใครไม่ทำยืมเงินพิเศษไม่ได้แล้วไม่ช่วยด้วยเพราะบัญชีครัวเรือนคือการวางรากฐานของชุมชนในอนาคตว่าเข้มแข็งหรือไม่เราจะมองออกว่าชุมชนนี้มีเงินไหลออกเรื่องอะไรที่เราจะปิดได้ เหมือนตุ่มตักน้ำมาใส่ทุกวันน้ำมันก็ไม่ยอมเต็มโยมต้องดูว่ามันรั่วตรงไหน ชุมชนเราขยันส่งลูกไปเรียนทำงานทุกที่ทุกทางมาสู่หมู่บ้านแต่หมู่บ้านไม่เคยเข้มแข็งยากจนลงเงินออกทางไหนไม่เคยรู้เลยฉะนั้นระบบบัญชีข้อมูล จะบอกว่าเงินออกไปทางไหนแล้วเราจะจัดการอุดรูตรงไหนจะทำให้ชุมชนเราเข้มแข็งได้อย่างไรนี่เป็นเรื่องของการทำให้กลุ่มชุมชนเข้มแข็ง

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สวัสดิการและองค์กรการเงินชุมชน

คำสำคัญ (Tags)#มงคลเสวนาครบรอบ 20 ปี

หมายเลขบันทึก: 337303, เขียน: 17 Feb 2010 @ 11:15 (), แก้ไข: 06 Sep 2013 @ 22:26 (), สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน, ความเห็น: 2, อ่าน: คลิก


ความเห็น (2)

หนูแหม่ม

ขอบคุณที่นำเนื้อหาจากเวทีมงคลเสวนาฯมาถ่ายทอดไว้ในที่นี้ค่ะ

ถ้าเป็นไปได้ขอ "ฉบับเต็ม" ด้วยนะคะ

เพราะหลักธรรม ความรู้ และประสบการณ์ที่พระอาจารย์สุบินได้บอกเล่าให้พวกเราฟังในเวทีเสวนาวันนั้น นับเป็นสิ่งที่มีประโยชน์และมีคุณค่ายิ่งต่อการขับเคลื่อนขบวนองค์กรการเงินและสวัสดิการชุมชนค่ะ...

ฝากหนูแหม่มช่วยถ่ายทอดเนื้อหาเต็มของเวทีมงคลเสวนาฯ ลงใน blog นี้ ...แบ่งเป็นหลายตอนก็ได้ค่ะ

ขออนุโมทนาบุญกับน้องแหม่มในการเผยแพร่ธรรมะด้วยนะคะ

สวัสดีครับพี่แหม่ม เห็นเนื้อหาละเอียดมากๆเลยครับ ผมก็เขียนเกี่ยวกับเรื่องนี้ที่ blog ของผมเหมือนกัน แต่ไม่ละเอียดเขียนเชิงขวมดและเล่าไป ไม่ทราบว่าพี่แหม่มสบายดีไหม งานเยอะหรือเป่า สู้ๆนะครับ