ผมไม่ค่อยได้เขียนบันทึกต่อเนื่องเหมือนในอดีตนัก
มันเป็นช่วงเวลาที่ผมหันกลับมานั่งคุยกับตัวเองอย่างขรึม-เครียด
เริ่มจากการเริ่มรู้สึกว่า สองสามเดือนที่ผ่านมา
ผมดูจะเหนื่อยล้ากับอะไรง่ายๆ อย่างเห็นได้ชัด
ในวิถีแห่งการงาน
ผมถือได้ว่า ผมจัดการกับการงานได้อย่างมีพลัง
และดูคล้ายว่า ผมจัดการความรู้ในเรื่องการงานนั้นก็ขยับก้าวได้อย่างมีพลังด้วยเช่นกัน
-ความเป็นทีมเริ่มก่อรูปร่างขึ้นทีละนิด ทีละน้อย
-วิถีองค์กรเริ่มชัดเจนว่าระยะสั้น ระยะยาวจะไปในทิศทางใด
-วิถีแห่งการงาน ถูกสื่อสารออกสู่เวทีสาธารณะอย่างน่าชื่นใจ
-วิถีแห่งจิตอาสาในองค์กร ก็ดูผลิบานได้อย่างน่าชื่นชม
จนล่าสุด เริ่มมีคนนอกองค์กรเริ่มติดต่อขอข้อมูลเคล็ดลับของการ “สอนงานสร้างทีม” จากผมมากขึ้น (ทั้งที่,มันไม่มีอะไรพิเศษเลย)
ครับ นั่นคือวิถีแห่งชีวิตในโลกแห่งการงาน
ในวิถีแห่งชีวิต
ในห้วงเวลาที่ตนเองรู้สึกโรยล้าอย่างผิดสังเกต
มันกลับกลายเป็นข้อดีสำหรับตัวเองอย่างชวนฉงน
ผมเริ่มทบทวน และทบทวนชีวิตในแต่ละวันอย่างเคร่งขรึม และจริงจังมากขึ้น
พร้อมๆ กับการใช้หัวใจเข้าสัมผัสกับวิถีบางอย่างที่กำลังเปลี่ยนแปลงอยู่ภายในอย่างไม่หยุดนิ่ง
ใช่,ผมค้นพบว่า ผมแก่ขึ้น
ผมพยายามเดินและวิ่งให้เร็วขึ้นทั้งที่ตนเองดูจะชราภาพขึ้นไปพร้อมๆ กัน
ผมมีแรงคิด และแรงฝันมากมายที่อยากทำโน่นทำนี่...
แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ผมมีพลังที่ถดถอยไปจากเดิมอย่างเห็นได้ชัด
แต่ทั้งปวงนั้น...
ผมก็ได้คำตอบชัดแจ้งแล้วล่ะ
มันไม่มีความหมายใดมากไปกว่าการละเลยที่จะดูแลตัวเองอย่างที่ควรจะเป็น
การงานอาจขับเคลื่อนไปอย่างมีพลัง...
ขณะที่วิถีแห่งชีวิตส่วนตัวที่ถูกบดทับไปอย่างยับย่น
ภาพมันชัดเจนเหลือเกิน
ในแต่ละวัน ผมวุ่นวนอยู่กับวิถีใด
ห้องประชุม กาแฟไม่รู้กี่แก้ว แฟ้มไม่รู้กี่แฟ้ม...
คนไม่รู้กี่หน้า โครงการไม่รู้กี่โครงการ
และที่สำคัญก็คือ ชีวิตในบ้านไม่มีเวลาแน่นอน
และในแต่ละวัน ก็หมายถึงการกินข้าวอย่างขาดๆ เกิน ๆ
หรือไม่ก็ลืมไปเลยเกี่ยวกับข้าวปลาและปากท้อง
วันนี้...
ผมรู้แล้วล่ะ
การจัดการความรู้ในวิถีชีวิตนั้น
ดูประหนึ่งล้มพับมาแบบไม่น่าให้อภัย
ความสมดุลแห่งการงานและชีวิตส่วนตัวบดเบียดกันเสมอมา
เวลาที่คิดว่าเป็นเวลาคุณภาพ...
แท้จริงนั้น มันอาจใช่และไม่ใช่ไปพร้อมๆ กัน...
ผมรู้ แต่ปล่อยปละ..
ผมไม่รู้ และไม่ลดละในความไม่รู้...
วันนี้...
ผมกำลังหลับตา
และพยายามอย่างมากมายว่าจะเริ่มต้นจัดการความรู้ในวิถีแห่งการงานและชีวิตใหม่อย่างไรดี...
ผมหลงรักการจัดการความรู้อย่างมากมาย
และผมก็ปรารถนาที่จะจัดการกับมันให้สมดุลทั้งการงานและชีวิต
ผมไม่ฉลาดเลย...
แต่ตอนนี้ ผมกำลังเรียนรู้ที่จะฉลาดเหมือนคนอื่นๆ...
ครับ,ผมคิดว่า ผมน่าจะโชคดีกว่าที่ผ่านมา
และน่าจะทำได้ดีกว่าที่ผ่านมา...
เพราะรู้แล้วว่า
ที่ผ่านมา ผมไม่ชาญฉลาดเอาซะเลย
....
ยังมีหลายคน ที่เป็นเหมือนคุณ ที่แม้จะเรียนจบก็เอาการบ้านกลับมาทำที่บ้านอีก รู้ว่าเวลามีเท่ากันแต่ทำไมงานเราจึงไม่เสร็จเหมือนคนอื่นเขา
สวัสดีครับ
ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมเยียนนะครับ
นี่น่าจะเป็นครั้งแรกๆ ที่ผมทบทวนเรื่องนี้อย่างจริงๆ จังๆ...
หลังจากนอนทรุด นอนโทรมมาเป็นสัปดาห์
ผมชอบเอาปัญหาเป็นตัวตั้ง...
และครั้งนี้ เมื่อแน่ใจแล้วว่า ปัญหาคือสิ่งเหล่านี้
ผมจึงกำลังเรียนรู้ที่จะจัดการกับมัน...
ผมคิดว่า...
ผมกำลังจะเริ่มต้นใหม่...
ผมบอกกับตัวเองเช่นนั้นครับ
แวะมาให้กำลังใจคุณแผ่นดินค่ะ
หลังจากเรียนรู้สิ่งรอบตัวแล้ว...ในที่สุดก็ต้องหันกลับมาเรียนรู้ตนเอง
พลังใจที่จะทำโน่นทำนี่อาจจะมีเหลือเฟือตราบเท่าที่เรายังมีฝัน แต่พลังร่างกายนี่ก็สำคัญนะคะ...เราต้องดูแลทั้งสองอย่างควบคู่กันไป
การสร้างสมดุลให้ชีวิตทำได้ยาก...แต่นั่นเป็นหนทางที่เราต้องทำ ดาวเองก็ยังหาหนทางในการสร้างสมดุลให้กับชีวิต
ขอบพระคุณบันทึกแห่งการเรียนรู้ที่ร่วมแบ่งปันค่ะ
สวัสดีครับ อ. แผ่นดิน
อ่านดู เหมือนชีวิตวนครบรอบวงอีกครั้งแล้วนะคะ
ระยะหลังๆ มานี้พี่เองก็รู้สึกอ่อนล้า ชราลงไปไม่น้อยเหมือนกันค่ะ ทั้งที่ใจยังมียังอยากจะทำอะไรอีกหลายอย่าง แต่เหมือนเจ้าตัวความขี้เกียจมันจะรวมตัวคอยเหนี่ยวรั้งไว้เหมือนกัน รู้สึกทำอะไรครึ่งๆ กลางๆ บ่อยมาก ในการเขียนบันทึก อัพโหลดภาพไว้แล้วรอมาเขียนก็ทิ้งๆ ไว้เยอะแยะเลยค่ะ
แวะมาให้กำลังใจ อ.แผ่นดินครับ
ผมโรยแรงลงมากมายเลย...เพียงกำลังใจจากคนข้าง ๆ เท่านั้นก็พอแล้ว...
บางครั้งผมอยากจะหนีไปให้ไกลจากจำเจสักพักแต่ก็ทำไม่ได้....
"การงานอาจขับเคลื่อนไปอย่างมีพลัง...
ขณะที่วิถีแห่งชีวิตส่วนตัวที่ถูกบดทับไปอย่างยับย่น"
ชอบมากครับกับความหมายทำให้ฉุกคิดอะไร ๆ ขึ้นได้บ้าง
สวัสดีค่ะคุณแผ่นดิน
ขอชื่นชมในการทุ่มเทเพื่องานนะคะ
อยากบอกว่าถ้าเมืองไทยมีคนเหมือนคุณสัก 20-30 %
บ้านเมืองเราก็คงดีกว่านี้เยอะเลยเน๊าะ
ทุ่มเทขนาดไหน ก็ต้องหาเวลาพักผ่อนค่ะ
วันเสาร์วันหยุดของผม...เลยขอเอาเวลาที่มีวันนี้พาลูกชายไปเที่ยวในเมือง...
ส่วนแม่ของลูกยังต้องอยู่ทำงานต่อไปในโรงงาน...ที่ๆเป็นเหมือนไร่นาที่จะต้องใช้ความขยันสร้างทำ...
ผมเองก็อยากจะทำให้องค์กรของผมเข้มแข็ง...แต่ก็เป็นได้แค่ส่วนประกอบเล็ก ๆ ที่ขาดความหน้าเชื่อถือ
เพราะปัญหามันซับซ้อนมากมายเกินกว่านำเสนอ..
.สังคมวันนี้ผมเห็นแล้วรู้สึกเหนื่อยหน่ายกับการหลากทางความคิดที่ทุกคนต่างไม่ฟังกัน...
ได้แต่ภาวนาให้องค์กรที่นี้และที่ไหน ๆ ที่มีความมุ่งมั่นรวมแรงแรงใจสร้างองค์กรของตนให้เข้มแข็ง
และเชื่อมโยงเข้าด้วยกันทุกองค์กรเพื่อเมืองไทยของเราจะได้เข้มแข็งยั่งยืนชั่วลูกชั่วหลาน
เพื่อไม่ให้ชนชาติอื่นเขาดูแคลนในความหลากหลายทางความคิดสุดโต่งที่ไม่มีผู้ใดจะฟังกัน..
สวัสดีค่ะ