เด็กๆทุกคนตื่นเช้ามาก็ต้องไปโรงเรียน หายใจเข้าภาวนาว่า คิด..หายใจออก ภาวนาว่า เรียน..

เสาร์เช้า ภาวนาว่า เรียนคณิต...เสาร์บ่าย ภาวนาว่า เรียนอังกฤษ ก็เป็นแบบนี้กันทั้งพิจิตรล่ะครับลูกผมเองก็ต้องภาวนาเช่นเดียวกัน เค้าสนุกและเบิกบานกับการเรียนในทุกๆ วันของเขา และยังมีสุขเล็กๆ ที่จะได้มีเวลานิดหน่อยหลังเลิกเรียน 16.45 -17.00 น. กับการได้ไปอ่านการ์ตูนเกาหลีที่ห้องสมุดของโรงเรียนที่คุณครูกุ้งเพียรหามาไว้ให้อ่านในทันทีที่วางตลาด ที่ผ่านมาก็เรื่องตึ๋งหนืด เมื่อ รร.เค้าจัดให้มีการทดสอบ สมัยนี้ผู้ปกครองก็สนับสนุนให้สอบกัน

ไม่ว่าจะเป็น ท็อปเทส เซ็นเตอร์วัน สสวท นานาชาติ ฯลฯ เด็กก็สอบกันอย่างสนุกสนานไม่ได้คิดซีเรียส เครียดหรืออะไรกันเลย มันเป็นส่วนหนึ่งที่เกิดขึ้นประจำของชีวิตพวกเขาไปแล้ว ที่สำคัญก็คือสอบกันและไม่สนใจผล มันก็ทำให้เสียเวลา ก็ได้บอกได้เตือนเรื่องนี้กับคุณลูกไปแล้วละ

เค้าก็รับเข้ามาปฏิบัติและก็ต้องพยายามสร้างความคุ้มค่าให้คุณพ่อได้เห็น ที่ผ่านมาเค้าก็สอบกัน ทุกรายการได้ผลสอบออกมาให้เห็นกันเลยว่า ตัวเค้าเองนั้นได้คะแนนเท่าไหร่ อยู่ลำดับที่เท่าไรของจังหวัด ของประเทศ ของภาค

เมื่อไม่นานมานี้ก็มีการสอบนานาชาติ น้องหยกลูกสาวผมเค้าไปสอบนานาชาติ ปรากฏว่าเค้าผ่านระดับของท้องถิ่นและก็ต้องไปสอบที่นครสวรรค์ ในวันที่ 6 มีนาคม 53 นี้

ทางโรงเรียนเค้าก็จัดให้คุณครูประจำชั้นสอนติวพิเศษกับเด็ก 3 คนที่สอบได้ เริ่มกันตั้งแต่ 8 กพ.53ที่ผ่านมา

สิ่งที่ผู้ปกครองจะต้องช่วยเตรียมน่าจะมีอะไรบ้าง เพื่อให้การไปสอบนั้นได้ผ่านในรอบต่อไป

 ก็เป็นการบ้านที่ผมเองก็หาคำตอบอยู่ คิดว่าไหนๆ ก็ต้องทำก็อยากทำให้ดีหน่อย

 เห็นลูกชายของน้องที่ทำงานก็ไปสอบมาแล้วและมันก็จบที่นครสวรรค์นั่นเอง

เราก็อยากเห็นให้มากกว่านั้น !

เราควรติดอาวุธทางปัญญาให้กับลูก ต้องทำอย่างไรน้า

เค้าจะไปสอบแข่งขันด้านคณิตศาสตร์ ผมเองก็คิดว่า การรอบคอบ ความคล่องแคล่วในการคิดคำนวน การวิเคราะห์ปัญหาโจทย์ ความพร้อมด้านกายและจิตใจ ความฮึกเหิมในการเป็นตัวแทน การเป็นตัวแบบ ฯลฯ เหล่านี้ต้องเติมลงไป

คิดไปก็นึกถึงเพลงในรายการ “จะทำได้หรือเปล่า จะทำได้หรือเปล่า ..โจ๊ะ ทึ่งๆ ทึ่ง ทึ่ง “