Appreciative Inquiry : การขอด้วย 3P (Promotion, Place, People)

สวัสดีครับ ชาว Go2Know ทุกท่าน _/|\_

อัพซะเช้าตรู่เลย 4.54 น. พอดีมีภาระกิจนิดส์นึงครับ ขออภัยอย่างแรง

มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า เรื่องราวในวันนี้เกิดขึ้นจากความสงสัยของผมครับ

คิดว่าหลายๆท่านคงเคยสงสัยเหมือนผมแน่ๆเลย ถ้าพูดถึงห้างสรรพสินค้าในปัจจุบัน

ที่มีอิทธิพลในการจับจ่ายใช้สอยของเราคงจะหนีไม่พ้น Big C กับ Lotus ใช่ไหมครับ

การที่ห้างพี่บิ๊กพวกนี้เกิดขึ้นมาส่งผลกระทบเต็มๆ กับร้านโชว์ห่วยท้องถิ่น เลยมีคำถามตามมามากมาย



ไม่ว่าจะเป็น
"ร้านโชว์ห่วยจะอยู่ได้ไหม ???" หรือ "แล้วจะเอาอะไรไปสู้กันห้างพี่บิ๊กเหล่านั้น ???"

ครับ... จากคำถามเหล่านี้ ทำให้ผมมานั่งคิดทบทวนถึงชีวิตในวัยเยาว์ ว่าแต่ก่อนเรามีความประทับใจอะไรในร้านโชว์ห่วย

ถึงได้ไปใช้บริการไม่ว่าจะเป็น ซื้อขนม นม เนย ผักกาดขาว ใบกระเพรา หรือแม้กระทั้งเนื้อหมู ก็ยังไปซื้อที่ร้านโชว์ห่วยเลย

คิดไปคิดมาแล้ว ก็เจอสิ่งที่เป็นจุดเด่น/ข้อได้เปรียบที่ห้างพี่บิ๊ก ไม่สามารถจะให้ได้เหมือนร้านโชว์ห่วย มีอยู่หลายจุดเลยทีเดียวครับ



เริ่มต้นด้วยสิ่งใกล้ตัว แต่สำคัญซะเหลือเกินคือ Promotion ครับ ลองคิดย้อนกลับไปสมัยวัยเยาว์ท่านจะพบว่า

ร้านโชว์ห่วยจะมีการลดราคาให้กับลูกค้าเสมอ โดยเฉพาะการปัดเศษลง ซึ่งถือเป็นเสน่ห์ของร้านค้าประเภทนี้เลยก็ว่าได้

หลายๆครั้งมีการแถมแบบไม่ต้องขอด้วย
ซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้สามารถสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าในพื้นที่ได้เป็นอย่างมาก

ผมได้ลองไปถามรุ่นพี่คนหนึ่งครับ ที่เป็นเจ้าของร้านโชว์ห่วยอุปกรณ์รถยนตร์เกี่ยวกับเรื่อง Promotion ลักษณะนี้

พี่เขาบอกว่า "การปัดเศษนี้ไม่ใช่แค่ทำให้ลูกค้าพึงพอใจเท่านั้น แต่มันยังทำให้ทอนเงินได้ง่ายด้วย ประมาณว่าสะดวกคนขาย

ถูกใจคนซื้อ
" ซึ่งสิ่งเหล่านี้เราจะไม่เห็นในห้างพี่บิ๊กที่ป้ายราคา Fix ตายตัวอย่างแน่นอน



อย่างที่ 2 ที่ถือว่าเป็นข้อได้เปรียบอย่างมากสำหรับร้านโชว์ห่วยเลย ก็คือ Place หรือสถานที่นั้นเองครับ

เนื่องจากทำเลที่ใกล้ชุมชนกว่าห้างพี่บิ๊กที่จำเป็นต้องไปตั้งอยู่แถวชานเมือง ร้านโชว์ห่วยจึงมีข้อได้เปรียบตรงจุดนี้เป็นอย่างมาก

การที่คนในท้องถิ่นจะไปซื้อน้ำปลาซักขวด ไข่สักโหล มะนาวสัก 2 ลูก น้ำแข็งโลนึง พวกเขาคงไม่ขยันขับรถออกจากบ้าน

เพื่อไปซื้อของเหล่านี้ที่ Big C หรือ Lotus หรอกครับ... ร้านโชว์ห่วยใกล้บ้านจึงถือเป็นตัวเลือกที่เข้าท่าที่สุด

เพราะความสะดวกในการเข้าถึง เดินไปแปปเดียวก็ได้สินค้าที่ต้องการแล้ว ซึ่งจุดนี้ถือเป็นข้อได้เปรียบสุดๆของร้านโชว์ห่วย



สิ่งสุดท้ายที่เป็นข้อได้เปรียบของร้านโชว์ห่วยที่ผมมองว่า สำคัญสุดๆก็คือ People หรือพ่อค้า แม่ค้าประจำร้านนั้นละครับ

ความคุ้นเคยที่ร้านโชว์ห่วยมอบให้กับลูกค้านั้น มันลึกซึ้งกว่าที่ห้างใหญ่ๆอย่าง Big C หรือ Lotus จะให้ได้

จะมีไหมครับที่เราจะได้ยินพนักงานคิดเงินในห้างใหญ่ๆถามคุณว่า "เอาอะไรดีเอิร์ท วันนี้มาคนเดียวเหรอ แล้วแม่ไปไหนละ"

หรืออาจจะเป็น "หมู 2 ขีด กระเพรา 1 กำ น้ำแข็ง 1 โล เหมือนเดิมใช่ไหม"... ใครได้ยินประโยคเหล่านี้จากห้างใหญ่ๆ

ช่วยบอกผมด้วยนะครับ... เพราะนี้คือจุดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ของร้านโชว์ห่วยโดยแท้ จะเรียกว่าระบบลูกค้าสัมพันธ์

ระดับเครือญาติเลย
ก็ว่าได้ ซึ่งคุณไม่สามารถสัมผัสความรู้สึกแบบนี้จากห้างใหญ่ๆได้อย่างแน่นอน



ตัดมาที่จุดนี้ครับ
... สิ่งต่างๆที่ผมกล่าวไว้ในข้างต้น คือข้อได้เปรียบที่ร้านโชว์ห่วยสามารถเอามาสู้กับห้างใหญ่ๆได้สบายครับ

จะเห็นได้ว่า...  "การขอด้วย 3P" Promotion, Place, People เป็นสิ่งที่ร้านโชว์ห่วยทำได้ง่ายๆ

ถือเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของร้านประเภทนี้เลยก็ว่าได้ ถ้าเจ้าของร้านหันมาสนใจ และใช้ข้อได้เปรียบเหล่านี้ให้เป็นประโยชน์

โดยเฉพาะ People ที่ห้างใหญ่ๆเลียนแบบได้ยาก ผมเชื่อเหลือเกินครับว่า "ร้านโชว์ห่วยจะยังอยู่คู่สังคมไทยไปอีกนาน"



แล้วคุณละคิดยังไง ^^