ช่วยเหลือพ่อแม่ซึ่งเป็นอรหันต์ของเรา จะได้อานิสงค์แห่งบุญหลายแสนเท่า

            

                สวัสดีทุกท่านค่ะ... วันเสาร์ที่ผ่านมาดิฉันรวมตัวกัน ณ ห้องสมุดที่คณะเช่นเคยค่ะ..ได้คุยเพื่อนๆที่ทำ IS กลุ่มเดียวกัน มีประเด็นนึงที่ดิฉันสนใจอยู่คือ..  คนที่ช่วยพ่อ แม่ทำงานบ้านมาตั้งแต่เด็ก โตขึ้นจะได้ดี  

                 .. ดิฉันจำได้ว่าตอนเด็กๆ วิชาภาษาไทยมีบทนึง ชื่อ พ่อแม่รังแกฉัน เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับพ่อแม่ที่ไม่ยอมไม่ลูกทำอะไรเลย และตามใจลูกจนทำอะไรไม่เป็น สุดท้ายแล้วกลายเป็นคนไม่ได้เรื่องค่ะ แล้วยังโทษว่าพ่อแม่นั่นแหละที่รังแกตัวเองอีกต่างหาก วันนี้ดิฉันมีตัวอย่างดีๆ ในการรักลูกให้ถูกทางโดยไม่ลำบากยากเย็นเลยค่ะ

             อาจารย์โยเล่าว่าตอนเด็กๆ ทำงานบ้านอย่าง ซักผ้าช่วยแม่ค่ะ แล้วยังมีอีกหลายคนที่ตอนเด็กๆทำงานบ้านช่วยพ่อแม่ แล้วโตมาประสบความสำเร็จในชีวิต อาจารย์ยังเล่าว่าเคยสัมภาษณ์ วิศวกรอีกหลายคนค่ะที่ตอนเด็กๆช่วยแม่ทำงานบ้าน และก็มีคนที่บ้านทำร้านขายของชำ ตอนเด็กๆช่วยขายของที่บ้าน แล้วโตมาเป็นหมอค่ะคงเป็นเพราะเค้าเก่งจัดระเบียบข้าวของ โตมาเลยจัดระเบียบความคิดเก่ง

           

           ตอนเด็กๆ แม่ และน้าๆของดิฉันเองก็ทำงานหนักค่ะ ทั้งงานบ้านและต้องขายของด้วย ตอนนี้ทุกคนมีการงานมั่นคง น้าคนเล็กเป็นวิศวกร และตอนนี้มีบริษัทรับเหมาก่อสร้างและวัสดุก่อสร้างของตัวเองสองบริษัทค่ะ

          ดิฉันมีเหตุผลทางพุทธศาสนามาสนับสนุนเรื่องนี้ค่ะ หลายท่านคงจำกันได้กับ ทฤษฎีนึงของพระพุทธเจ้าคือ บุญกิริยาวัตถุ 10 นั่งเองค่ะ การช่วยงานที่บ้านก็เป็นการทำบุญอย่างนึงค่ะ ยิ่งช่วยเหลือพ่อแม่ซึ่งเป็นอรหันต์ของเราแล้ว จะได้อานิสงค์เพิ่มขึ้น อีกหลายแสนเท่าค่ะ และยังช่วยกล่อมเกลาให้เป็นคนมีจิตใจเอื้อเฟื้อด้วย คนที่มีจิตใจดีงามเอื้อเฟื้อใครเห็นใครก็รักนะคะ การทำเพื่อคนอื่นแม้จะเป็นสิ่งเล็กน้อยก็มีผลต่อจิตใจค่ะ ดังนั้นคนที่มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่สามารถส่งผลให้รุ่งเรืองในหน้าที่การงาน และประสบความสำเร็จในชีวิตค่ะ