ไม่มีประเทศใดทำได้เหมือนประเทศไทย
ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2552 เป็นต้นมา กรมธนารักษ์ได้ผลิตเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนรุ่นใหม่ออกมาใช้และขณะนี้ในตลาดมีเหรียญครบทุกราคาแล้ว ได้แก่ เหรียญ 25 สตางค์ จำนวน 25 ล้านเหรียญ เหรียญ 50 สตางค์ จำนวน 29 ล้านเหรียญ เหรียญ 1 บาท จำนวน 19 ล้านเหรียญ เหรียญ 2 บาท จำนวน 241 ล้านเหรียญ เหรียญ 5 บาท จำนวน 229 ล้านเหรียญ และเหรียญ 10 บาท จำนวน 10 ล้านเหรียญ หลายท่านคงได้ใช้เหรียญดังกล่าวแล้ว
หลายท่านคงประหลาดใจกับเหรียญ 2 บาท ที่มีขนาดเล็ก และมีสีเมจิก เขียน เลข 2 กำกับไว้ด้วย ซึ่งคิดว่าไม่มีชาติไหนในโลกนี้ ที่ทำเช่นนี้
คิดจะเขียนเรื่องนี้หลายครั้ง แต่เกรงใจผู้ที่เกี่ยวข้อง
หลายคนอาจเคยประสบกับเหตุการณ์ที่ร้านบางแห่งไม่ยอมรับเหรียญ 2 บาท หรือเราใช้ผิดคิดว่าเป็นเหรียญ 1 บาท
แต่อย่างไรก็ภูมิใจที่คนไทยรู้จักหาวิธีการแก้ไขเหตุการณ์เฉพาะหน้าได้อย่างดีเยี่ยม อย่างไม่มีประเทศใดเหมือน ด้วยการลงทุนเพียงเล็ก แต่ได้ผลเกินคาด ขอบคุณความฉลาดล้ำเลิศของคนไทย
ที่ร้านสหกรณ์ที่โรงเรียน ก็เขียนไว้ กลัวทอนผิดแล้ว...ขาดทุน
สวัสดีค่ะอาจารย์
เห็นเหรียญ๒ บาท สีทองใช่ไหมคะ เคยได้บ้าง ๒ ๓ ครั้งค่ะ คือไม่ค่อยเจอ หรือไม่ค่อยได้ใช้ เอ หรือไม่ค่อยมีให้ใช้ อิ อิ
บ้านเรายังดีนะคะ ไม่ต้องพกเหรียญ หรือธนบัตรเยอะๆ แบบในลาว หรือเวียต
สวัสดีครับครูอ้อย แซ่เฮ
นี้แหละคนไทย ที่ไม่ค่อยคิดให้รอบคอบก่อนทำ มีปัญหาค่อยมาแก้ไขภายหลัง
สวัสดีครับpoo
มีทั้งทองและขาวเลยครับ
ประเทศไทยเก่งมากที่ทำได้ภูมิใจจังเลยครับ
สวัสดีค่ะอาจารย์ฤทธิ์ชัย
....พอดีที่บ้านขายของเล็กๆน้อยๆ เลยชิน
....แต่เด็กๆ ก็แยกไม่ค่อยออกเหมือนกันค่ะ เพราะมันเล็กมาก ยิ่งสลึง กับห้าสิบ เนี่ยน่ารักจริงๆ
สวัสดีครับ ปิ่นธิดา
ผมเรียกเหรียญกระดุมครับ เหรียญสลึงและห้าสิบสตางค์ น่ารักมาก แต่อันตรายสำหรับเด็กเล็กๆๆต้องระวังด้วยนะครับ
เดี่ยวเด็กจะกลืนลงท้อง
ไม่รู้ว่าทางราชการจะประหยัดไปถึงไหน กับการลงทุนผลิตเหรียญ