ชื่นใจและตื่นเต้นไปกับการเยือนถิ่นศิลปินของโลก ครูเอื้อ สุนทรสนาน ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดี
ท่านเป็นศิลปินในดวงใจของใครหลายคน เพลงดีๆ อันไพเราะ
ผมได้ยินได้ฟังมานาน ชอบ แต่ก็ไม่ค่อยได้ทราบที่มาที่ไปมากมายนัก
แต่วันนี้ 31 มค 53 พวกเราได้มาเที่ยวอัมพวา และก็ได้มีโอกาศมาที่ชัยพัฒนานุสรณ์ ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กับหรืออาจจะเรียกว่าที่เดียวกันก็ว่าได้
ภายในก็เป็นสวนที่จัดเพื่อให้มีซุ้มขายสินค้าของที่นี่ ร่มรื่นในแบบบ้านสวนริมคลอง ผมและลูกสาวก็ได้เดินไปตามคำแนะนำของคุณป้าที่เราไปพัก
วันนี้มาแต่เช้าผมเดินมาทางประตูออกของวัดอัมพวันข้ามถนนไปไม่นาน ซัก 50 เมตรก็ถึงแล้ว


ก็ตามธรรมเนียมเห็นป้ายก็ไปถ่ายรูปด้วยเพื่อเป็นหลักฐาน จากนั้นก็เห็นอาคารซึ่งภายในมีการจัดเตรียมบอร์ดแสดงประวัติชีวิตศิลปิน
เราก็เดินไปได้อ่านข้อความก็ทำให้รู้ว่าเป็นนิทรรศการ 100 ปี ครูเอื้อ สุนทรสนาน
ศิลปินที่เราชอบก็ได้ไปเดินอ่านข้อความต่างๆ โดยเข้าใจว่าเค้าคงจัดงานแล้ว
และยังไม่เก็บของที่จัดแสดง ผมก็อ่านและเก็บข้อมูล ศึกษาประวัติ


จากนั้นก็ได้แง่คิดที่น่าสนใจจากแนวการสร้างเพลงสุทราภรณ์อันโด่งดัง มันมาจากแนวคิดพื้นๆ มาจากแรงบันดาลใจต่อสิ่งเร้าที่มากระทบ ทันใดนั้นคุณครูก็จะได้ฮัมทำนอง ฮัมเนื้อร้อง และก็รีบบันทึกลงไปในกระดาษเปล่าที่ท่านพกติดตัวไว้พร้อมกับดินสอคู่ใจ
ในภาพที่ท่านอยู่ในชุดสบายๆ นั้นกำลังเขียนเพลงลงในกระดาษนั้นประทับใจผมมาก
ตรงนี้ผมเองก็ได้ถามและอธิบายให้ลูกฟัง โดยเน้นวิธีที่เราชอบและบอกเล่าการสร้างเพลงดีๆ ของศิลปินชั้นยอดให้ลูกได้รับทราบ ได้อธิบายว่าบรรดาคำร้องนี่เราก็สามารถทำได้กันเป็นปกติอยู่แล้ว แต่เจ้าทำนองนี่เวลาเราจะต้องบันทึกจำเป็นต้องมีความรู้เรื่องเกี่ยวกับตัวโน๊ต บรรทัด 5 เส้นด้วยจึงจะสามารถเก็บเจ้าทำนองที่ว่านี้ไว้ได้
โดยโน๊ต 5 เส้นนี่แหละเป็นสิ่งที่มหัศจรรย์สามารถบันทึกการสร้างสรรค์งานดนตรีอันยอดเยี่ยมไว้ให้เราและโลกของเราได้มีดนตรีไว้ฟังตลอดกาลนั่นเอง
ผมอยู่กับลูก 2 คนก็คุยกันสนุกทีเดียวพอดีมีพี่ๆ คงจะเป็นเจ้าหน้าที่เค้าก็มาเปิดเพลงสุทราภรณ์
สักพักเค้าก็ถามว่าผมพาเด็กมาประกวดเหรอ ผมก็บอกว่าไม่ใช่หรอกครับ
เค้าก็ยังคุยต่อว่าวันนี้ที่นี่เค้ามีการประกวดเพลงกัน และวงสุนทราภรณ์จะมาปิดวงที่นี่ตอนเย็น
และยังชวนให้ผมได้อยู่ร่วมงานและก็พักบ้านเค้าซะคืน ค่อยกลับพิจิตร ผมก็สนใจและก็กล่าวขอบคุณเค้าไป จากนั้นผมก็ได้เห็นรถบรรทุก 6 ล้อนำเครื่องดนตรีมาเตรียมวง
พี่ๆ ที่ได้คุยกับผมเค้าก็เริ่มจัดสถานที่ ผมก็ถึงบางอ้อว่า เค้าเพิ่งจะเริ่มงานกัน ...เสียดายจังที่ไม่ได้ร่วมงานด้วย

ในการดูข้อมูลได้ทราบว่าครูเอื้อท่านเป็นครอบครัวชาวสวน มีคุณพ่อเป็นคนเชิดหนังใหญ่
ตัวท่านเองด้วยรักและชอบงานดนตรี และก็มีโอกาสได้เรียน ท่านก็ไม่ปล่อยโอกาสนั้นไป
รับมาแล้วทำไปด้วยใจรัก ท่านรับราชการตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 – รัชกาลที่ 9 จึงได้ชื่อว่าเป็นศิลปิน 4 แผ่นดิน รูปภาพที่นำมาให้ชมนั้นไม่ว่าจะเป็นไวโอลิน แว่นตา ไปป์สูบยา เค้าก็นำของจริงมาใส่ตู้ไว้ให้ชมด้วย ทำให้เรารู้สึกใกล้ชิดมากๆ
