ผู้ใหญ่ที่มีวินัยและไม่ "เสียผู้ใหญ่" นั้นหายากมาก อนาคตของสังคมไทย จึงถูกกำหนดโดยพฤติกรรม ที่หล่อหลอมกันมาแบบนี้

ฟ้าครับ

ผมเคยตั้งข้อสังเกตในใจว่า บ้านเมืองเรานี้ดีหนักหนา มีความนอบน้อมต่อกัน ไปลามาไหว้ เจอหน้าทักทายกันก็ยกมือไหว้ ลูกไหว้พ่อแม่ ศิษย์ไหว้ครู สังคมอยู่ได้ด้วย "จารีต" ที่สร้างความเป็นลำดับขั้น ระหว่างคนที่ไหว้ก่อน กับคนที่รับไหว้

ถ้าจับมาเรียงกันเป็นรูปปิระมิด ก็จะมีคนจำนวนมากที่ไหว้ทุกคนอยู่ข้างล่าง และคนที่ "รับไหว้" จากทุกคน ที่อยู่ข้างบน

บางคนไต่เต้าจากฐานปิระมิด ขึ้นไปอยู่ข้างบน จากฝ่ายไหว้กลายเป็นฝ่ายรับไหว้ นั่นคือจาก "ผู้น้อย" กลายเป็น "ผู้ใหญ่"

ไม่มีข้อสงสัยเลยว่า คำว่าผู้ใหญ่ ไม่ใช่หมายถึงคนที่มีอายุมาก แต่คือคนที่รับไหว้ ดังที่เรามักจะเห็นว่า คนแก่ยกมือไหว้คนอายุน้อยกว่า (โดยเฉพาะที่บ้านนอก) ยกตัวอย่างกรณีที่เห็นชัดคือหมอ

แต่ผมก็มีข้อสังเกตต่อไปว่า บรรดาผู้ใหญ่ที่ผมได้พบเห็นในชีวิตประจำวัน รวมถึงคนที่เคยเป็นผู้น้อยแต่ตอนนี้กลายเป็นผู้ใหญ่ หลายคนมักจะมีอาการ "เสียนิสัย" สันนิษฐานว่าคงเป็นเพราะมีอำนาจต่อรองในทางสังคมสูง ผู้ใหญ่ที่มีวินัยและไม่ "เสียผู้ใหญ่" นั้นหายากมาก

  • คุณลงโทษคนที่มาตรงเวลา ด้วยการเข้าประชุมสายจนเป็นนิสัย (โดยเฉพาะกรณีที่คุณเป็นเจ้าภาพเชิญคนอื่นมาเอง)
  • คุณได้รับเชิญไปประชุมที่ต่างจังหวัด ผู้เชิญสนับสนุนการเดินทาง ที่พัก อาหารให้ทั้งหมด แต่คุณกลับเอาเวลาไปทำอย่างอื่นที่เป็นธุระส่วนตัว ไม่เข้าร่วมประชุม หรือร่วมพอเป็นพิธี
  • คุณเป็นผู้ใหญ่ในบ้านเมืองทำอะไรก็ได้ แม้จะรู้ว่าไม่ถูกกฎหมาย แต่ไม่ดูตัวเอง กลับไปอบรมสั่งสอนคนอื่น โดยมักมี "ผู้น้อย" รายรอบอยู่คอยปกป้องการกระทำที่ไม่ถูกต้องนั้ันให้ และคนรายรอบเหล่านั้นก็จะถูกคุณอุปถัมภ์ต่อไป

ผู้น้อยที่เห็นพฤติกรรมของคุณแบบนี้ และเห็นว่าไม่มีใครว่าอะไร ก็จะคิดว่าเป็นตัวอย่างที่ถูกต้องแล้ว รวมทั้งพวกคนที่ถูกคุณอุปถัมภ์นี่แหละ คือกลุ่มคนที่จะก้าวไปเป็นผู้ใหญ่ต่อไป

ด้วยประการฉะนี้ อนาคตของสังคมไทย จึงถูกกำหนดโดยพฤติกรรมที่หล่อหลอมกันมาแบบนี้ จากยอดปิระมิด ลงมาที่ฐานปิระมิด เสียนิสัยกันไปหมดทั้งสังคม

ยกเว้นเราจะหาทางตัดตอนวงจรนี้ ด้วยการเลิกยกมือไหว้ผู้ใหญ่ที่เสียผู้ใหญ่ แล้วหันมาให้เกียรติคนตัวเล็ก ๆ แทน