๐ ค่ำนี้ลมเหน็บหนาว...ยังหนาวอยู่ผ่านพุ่มพฤกษ์เอนลู่...เสียงวู่ไหวราวว่าหนาวแผ่ปก...ห้วงอกใครแทรกอาลัยจุนเจือจนเหลือกัน๐ ใช่ไหมว่า...อีกช่วงความห่วงหายังแจ่มจ้าดำรงอย่างคงมั่นใช่ไหมว่า...สองวิถีแห่งชีวันมิอาจกั้นกีดขวาง..ด้วยทางไกล๐ อีกช่วงยามห่วงหา...ท่ามฟ้าหม่นยากที่จิตดิ้นรน...จักพ้นได้หวังห้อมห่มอุ่นเอื้อ...แห่งเยื่อใยคืนแรงอุ่นสวาดิไว้...ห่มใจคน๐ ทุกช่วงยามตราตรึง...คำนึงอยู่ต้องลมวู่ผ่านวี..สักกี่หนจึงอาจสื่อความล่วงถึงดวงมน-พาอึงอลอ่อนไหว..ด้วยนัยชู้๐ อ้อยอิ่งอยู่ด้วยหนาว..ห้วงหาวนั่น-ผ่านเยื่อใยผูกพันธ์..ถึงกันอยู่ดาษดาวพร่างแสงพร้อย..เดือนลอยดู-เหมือนรับรู้แรงคะนึง..ส่งถึงกัน๐ มีความหมายแทรกสอด...อ้อนออดอยู่หมายรับรู้นัยเรียง...ว่าเพียงขวัญ-ที่ในอก..ยกคำ..ขึ้นรำพันทั้งปวงนั้นฤๅถึง...แม้-ครึ่งใจ๐ ที่ห่างหายห่างเห็น...หลบเร้นหน้าฤๅสิ้นแล้วคุณค่า...เคยอาศัยจึงห่างเหินเมินข้ามต่อความนัยที่ร่ำไรพร่ำพร้องทำนองเดิม๐ ดูเถิดบุหลันช่วง...กลางสรวงฟ้าและพรรณนาพร่ำพลอด...พลอยสอดเสริมท่ามห้วงกาฬไร้แสง...ขอแต่งเติม-ด้วยรอยเพิ่มพูนถวิล...ในถิ่นทรวง๐ เยี่ยงไรคือ..ปรารถนาและอาลัยดู-โรจน์เรื้องอำไพที่ในสรวงเทียบเคียงได้เพียงกึ่ง..ใจหนึ่งดวงอันโชนช่วงฤทธี..เข้าบีฑา๐ เพียงจะเผาผลาญอก...ให้ตกอยู่-ด้วยแรงชู้..รอบสวาดิที่ปรารถนากุมกักจิตวิญญาณ...ในมารยาจนเกินฝ่าฝืนพ้น..ด้วยตนเอง๐ จันทร์เอย..จันทร์เจ้างามไหนเล่ากรากกลุ้ม...เข้ากุมเหงท่ามจันทร์ทอแสงปลั่ง...เงียบวังเวงงามนั้นดั่งเร้าเร่ง...ให้เกรงกลัว๐ ค่ำนี้ลมเหน็บหนาว...ยังหนาวอยู่พร้อมแรงชู้เริงร่ากลางฟ้าหลัวแรงลมหนาวปกขวัญ...อกสั่นรัวกับยวนยั่ว..นิรมิตกลางจิตคน
กลอนไพเราะจับใจ....อจใจไม่ไหว..ขอร่วมแจมด้วยคนค่ะ
สวัสดีครับคุณกิ่งไผ่
นานทีเดียวที่ไม่เห็นยอดฝีมือผ่านสายตาให้ชื่นชม
โดยเฉพาะยอดฝีมือผู้หญิง....
ขอบคุณที่แวะมาทักทายกัน
บ้านผมยินต้อนรับครับ
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=sdayoo&month=01-2010&date=27&group=11&gblog=223
กลอนไพเราะครับ แต่รูปนี่ซิ เจอกลางคืน ยืนอยู่ใต้ต้นไม้ ผมคงวิ่งไม่คิดชีวิตเลย 555