27 ม.ค. 53 เวลา 02.00 น. มีโอกาสขับรถไปบนถนนสายหนึ่งในตัวเมืองแห่งหนึ่ง ที่เต็มไปด้วยแสงสีและเสียงเพลงครึกครื้น เมื่อรถติดไฟแดง มีเด็กชายอายุประมาณ 10 ขวบ มุ่งตรงมาแล้วก็ขอเงินรถคันหน้า.. แต่ไม่ได้
เด็กน้อยยังไม่ละความพยายาม คันต่อไปเป็นรถจักรยานยนต์ ผู้หญิงคนขับก็ขยับรถหนี คันนี้ก็ไม่ได้
รถฉันสิทีนี้...ก็เลยหยิบตังค์เหรียญหน้ารถให้ เด็กน้อยยกมือท่วมหัวแล้วเริ่มยิ้ม วิ่งหาคันต่อไป แต่ก็ยังไม่มีใครให้
ท่ามกลางอากาศที่หนาวเหน็บในช่วงเวลานั้น สายลมที่พัดลอดกระจก พัดมากระทบจิตใจฉันอย่างแรง มีผู้คนมากมายบอกเล่าถึงกระบวนการหลอกลวง การต้มตุ๋น การทารุณให้เด็กไปขอทาน เด็กน้อยคนนั้น ไม่รู้ว่าชีวิตของเขาอยู่ในวังวนเหล่านั้นหรือเปล่า แต่ฉันวันนี้ เติบโตขึ้นมาอย่างงดงามท่ามกล่าวผู้คนที่ล้วนแล้วแต่หยิบยื่นสิ่งดีๆ ให้กับฉัน
เด็กน้อยยังคงทำหน้าที่ ฉันกวักมือเรียกแล้วยื่นใบยี่สิบส่งให้ เด็กน้อยวิ่งทำหน้าแป้นแร้น ยกมือไหว้อีกครั้ง
" เรียนหนังสือหรือเปล่าเนี่ย" ฉันมองหน้าแล้วทักทาย
"ไม่ได้เรียนครับ"
"มาจากไหน"
"มาจากขอนแก่น น้องผมยื่นรออยู่ตรงโน้น" ชี้มือชี้ไม้ไปที่พุ่มไม้ไกลลิบ
ยังมิทันได้เรื่องต่อ ไฟเขียวแล้วฉันก็เลยต้องเลื่อนรถ ก่อนไปก็หยิบแบงค์ย่อยที่เหลือให้เด็กน้อย รถวิ่งต่อไป กระจกหลังมองเห็นเด็กน้อยแอบขึ้นฟุตบาท นับเงินใหญ่เลย
ถนนสายนี้ เราอาจแตกต่างกัน แต่ก็อยู่บนเส้นทางชีวิตสายเดียวกัน ทุกชีวิตต่างมีความฝัน โอกาสที่ได้รับอาจไม่เท่ากัน อุปสรรคเข้ามาไม่เหมือนกัน บางครั้งความทุกข์ที่ถาโถมเข้ามาทำให้ฉันกำลังใจตก รู้สึกแย่ ทำไม.. ทำไม.. ทำไมต้องเกิดกับฉันด้วย วันนี้หวนนึกถึงคำที่เจ้านายสอนเสมอ
หากไม่ได้ตกลงไปในบ่อเดียวกัน ไม่มีทางรู้หรอกว่าลึกขนาดไหน
ถึงตกลงไปพร้อมกันเขา แต่หากเราว่ายน้ำแข็ง ก็ไม่มีทางสัมผัสถึงความทุกข์ของเขาหรอก
ไม่รู้ว่าเด็กน้อยคนนั้นจะมีชีวิตต่อไปเช่นไร วันนี้อาจเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่ดีที่ผ่านเขามาในชีวิตของน้อง ขอบคุณมากๆ นะจ๊ะ ที่สอนให้พี่สาวคนหนึ่งรู้สึกดีกับชีวิตตัวเอง ไม่ต้องโทษเวร โทษกรรม สิ่งใดที่เกิดขึ้นล้วนแล้วแต่ดีที่สุด
.ชีวิตฉันโชคดีเหลือเกิน..