ปางจำปีโฮมสเตย์ ^^
สวัสดีค่ะ!! ^^ ต่อจาก BLOG ที่แล้ว เรื่องพักยกอราบิก้า นะคะ พวกเราก็ได้รับความรู้ใหม่ๆเพิ่มขึ้นคะ ก็คือได้เห็นวิธีการจ่าใบตอง ซึ่งเป็นเรื่องที่พวกเราไม่ค่อยจะได้เห็นกันได้ง่ายนักนะคะ ในครั้งนี้ก็มาต่อกันด้วย BLOG นี้นะคะ Let's Go ปางจำปีโฮมสเตย์คะ ซึ่งครั้งนี้ดิฉัน นางสาว นัฐศิญา ภู่ทอง หรือเรียกสั้นๆว่า "เนป" จะพาทุกๆคนร่วมเดินทางเพื่อสัมผัสกับธรรมชาติ ที่สดชื่นระหว่างทางที่ไป โฮมสเตย์...ตามมาเลยคะ O.O"
.
.
.
Let's Go ^^

หลังจากที่พวกเรานั่งพักกันจนหายเหนื่อยแล้วนั้น!! ถึงเวลาท้องก็เริ่มร้องกันทุกคนแล้วหละคะ (หิวข้าวจัง^.^") พี่วัสก็เลยบอกพวกเราว่าเดี๋ยวเราไปนั่งทานข้าวกันตรงศาลา ตรงทางเข้าไปโฮมสเตย์กันดีกว่า เพราะทานข้าวกันเสร็จก็จะได้ออกเดินทางกันได้เลย...

ระหว่างทางพวกเราก็เดินพูดคุยกันไปอย่างสนุกสนาน และแวะถ่ายรูปกันตลอดเส้นทางเพื่อเก็บภาพสวยๆ แต่พี่วัสก็ยืนรอพวกเราถ่ายรูปกันจนพอใจโดยไม่ทิ้งพวกเราไปไหนเลยคะ (ว้าว!!พี่วัสใจดีจิงๆคะ ^.^)

และตลอดเส้นทางที่เราเดินทางไปนั่นก็เต็มไปด้วยต้นไม้ ภูเขาและพันธุ์ไม้ดอกต่างๆที่อวดสีสันสดสวยแข่งกัน รับแสงแดดกันตลอดเส้นทางเลยคะ..ว้าว!ทั้งบรรยากาศและวิวทิวทัศน์ที่สวยงามทั้งสองข้างทาง ก็ช่วยบรรเทาและลดความหิวของพวกเราไปได้ชั่วขณะหนึ่งเลยหละคะ (ธรรมชาตินี่ช่างมหัศจรรย์จริงๆเลยนะคะ O_O")

^
^
^
ตลอดเส้นทางที่พวกเราเดินไปก็พบกับดอกไม้สีสันสดสวยเต็มไปหมดเลยหละคะ ^^

และ...ในที่สุดพวกเราก็มาถึงศาลาที่พี่วัสบอก เพื่อที่จะมาพักทานข้าวก่อนที่จะเดินทางกันต่อคะ ^^

ว้าว!! และนี่คะหน้าตาของอาหารของพวกเรา ข้าวห่อใบตองคะ ซึ่งในแต่ละห่อของทุกคนจะได้อาหารที่ไม่ซ้ำกันเลยคะ...ขอบอกว่าอาหารอร่อยมากๆเลยคะ และอาจเป็นเพราะความหิวของพวกเราด้วยส่วนหนึงหละมั่งคะ ทำให้ทุกคนทานอาหารกันหมดทุกคนเลย (อิ่มจังเลย @_@")


พอพวกเราทานอาหารกันเรียบร้อยแล้ว พี่วัสและพวกเราก็พร้อมที่จะเดินทางกันต่อแล้วหละคะ เส้นทางที่พวกเรากำลังจะเดินทางไปนั่นพี่วัสบอกพวกเราว่า มีทั้งถนนที่ราดคอนกรีตและเป็นดินลูกรังด้วยหละคะ พอพวกเรารู้ว่ามีถนนเป็นดินลูกรังด้วยพวกเราก็เริ่มคิดหนักแล้วหละคะว่า จะเดินกันไหวมั้ย? แต่ถึงยังไงก็ตามคะพวกเรา กลุ่มกาแฟอราบิก้า สู้ตายค่ะ !!

เริ่มออกเดินทาง ผู้ช่วยตัวน้อยของพวกเราก็ขอตัวไปรอพวกเราที่ โฮมสเตย์กันก่อน...

การเดินทางเริ่มขึ้น นำโดยสาวสวยของกลุ่มเราคะ น้องอิมมี่^^ ตลอดสองข้างทางที่พวกเราเดินไปนะคะ พวกเราทุกคนก็สามารถสัมผัสกับธรรมชาติและบรรยากาศที่สดชื่นได้ตลอดเลยคะ เพราะสองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้ และภูเขา บรรยากาศดีสุดๆเลยคะถึงแม้ว่าแสงแดดจะเริ่มแรงแล้วก็ตาม แต่พวกเราก็เพลิดเพลินกับธรรมชาติที่สวยงามกันต่อไป แต่พวกเราก็ไม่ได้ลืมที่จะถามคำถามกับพี่วัสนะคะ พวกเราก็ยังถามเกี่ยวกับเรื่องกาแฟอราบิก้ากับพี่วัส ไปเรื่อยๆคะ...

เดิน..เดิ๊น..เดิน !!

เส้นทางที่พวกเราเดินไปกันนั้น มีความลาดชันเป็นอย่างมาก เพราะเราต้องเดินขึ้นเขากันก็ว่าได้เหนื่อยกันพอดูเลยหละคะ ต้องใช้แรงเยอะกว่าปกติ แต่ก้อถือว่าเป็นการย่อยอาหารที่เพิ่งทานมาได้เป็นอย่างดีเลยคะ..ขณะเดินทางนั่นพวกเราก้อมีผู้ร่วมขบวนการไปด้วยอีก 1 ตัว นั่นคือเจ้าตูบที่คอยเดินตามไปกับพวกเราคะ มันน่ารักมากๆเลยคะ ^^ และเส้นทางก็มีทั้งที่เป็นคอนกรีตและดินลูกรังซึ่งก็ให้ความแตกต่างในในการเดินทางอีกอย่างหนึงคะ และพวกเราก็เห็นต้นไม้หน้าตาคุ้นๆเต็มไปหมดเลยคะ สงสัยจิงๆว่าทำไมคุ้นตาจังเลย??
เดินกันไปเรื่อยๆพวกเราก็เริ่มสงสัยและถามพี่วัส คะว่า "พื้นที่ที่เค้าปลูกกาแฟกันนั่นไม่มีให้พวกเราได้ศึกษาแร้วหรอคะ"...พี่วัสก็เลยรีบตอบพวกเราว่า "ยังไม่หมดครับก็ที่ปลูกเรียงรายตามข้างทางนี้ไงหละสวนกาแฟอราบิก้า อีกที่หนึง"...นั่นไงหละพวกเราก็คิดกันแล้วว่าต้นไม้พวกนี้หน้าตาคุ้นๆแล้วก็ใช่ต้นกาแฟอราบิก้าที่กลุ่มพวกเราศึกษาจริงๆคะเพราะพวกเราไม่คิดว่าขึ้นมาขนาดนี้ยังมีคนมาปลูกต้นกาแฟไว้อีก พวกเราก็เลยไม่รอช้า ตรงเข้าไปถ่ายภาพทันทีและพวกเราก็สอบถามพี่วัสต่อเกี่ยวกับโรคที่เกิดขึ้นกับใบของต้นกาแฟอราบิก้า นั่นคือ "โรคราดำ" ซึ่งโรคนี้มันจะเกิดขึ้นที่บริเวณใบของต้นกาแฟคะ จะมีสีดำๆป็นจุดๆวงกลม ทั่วใบและกัดกินใบกาแฟจนหมดคะน่ากลัวจริงๆ O^O'

ที่สูงขนาดนี้ก็ยังมีคนมาปลูกไร่กาแฟ กันอยู่เลยคะ !!

นี่ก็เป็นลักษณะของใบต้นกาแฟที่เป็น "โรคราดำ" คะ และมีต้นกาแฟที่ปลูกตามเนินเขา...
และพอพวกเราเดินไปนั่น เราก็ต้องหยุดมองไปที่สิ่งเดียวกันทันทีคะ สิ่งที่เห็นก็คือ??

สิ่งที่พวกเราเห็นก็คือตอไม้ขนาดใหญ่คะ ที่ถูกไฟเผาเหลือแต่ตอ พวกเราจึงถามพี่วัสคะว่า เกิดอะไรขึ้น พี่วัสเล่าว่า "ในสมัยก่อนนั่นพื้นที่ป่าจะเกิดไฟป่าลุกลามอยู่ตลอด ทำให้พื้นที่ป่าเกิดความเสียหายเป็นอย่างมาก และเห็นเป็นหลักฐานไว้คือตอไม้ที่ถูกเผา นั่นเองคะ" พี่วัสก็ยังบอกกับพวกเราอีกว่า พอเกิดปัญหาแบบนี้ชาวบ้านในหมู่บ้านปางจำปีก็ไม่นิ่งดูดายกันคะ ชาวบ้านมาช่วยกันปลูกป่าทดแทนผืนป่าที่เสียไป ให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ดังเดิมอีกครั้งคะ...
(ซึ้งในความสามัคคีของชาวบ้านในหมู่บ้านปางจำปีมากๆเลยคะ^^)
ลองนึกดูนะคะว่าตอไม้ตอนี้ ถ้าปัจจุบันยังคงเป็นต้นไม้ที่ยังไม่ถูกไฟเผาแล้วหละก็ จะมีขนาดใหญ่โตมากแค่ไหน และจะแผ่กิ่งก้านเป็นร่มเงาได้มากแค่ไหนกันคะ นึกแล้วก็น่าเสียดายนะคะ แต่ไม่เป็นไรคะตอนนี้ผืนป่าที่เคยถูกทำลายก็กลับมาอุดมสมบูรณ์ดังเดิมแล้วหละคะ
หลังจากที่เดินพูดคุยเรื่องงาน และเรื่องอื่นที่มีประโยชน์กันไปเรื่อยๆ และในที่สุดคะ สิ่งที่พวกเราใฝ่ฝันกันนั่นเองคะ นั่นก็คือ...

ถึงแล้วคะ "ปางจำปีโฮมสเตย์" เย้ๆ!! ^^
พอมาถึงเราก็จะสังเกตเห็นป้ายแบบนี้นะคะ
แต่ยังคะถ้าจะถึงที่พักจริงๆนั่นต้องเดินเข้าไปอีกนิดหน่อยคะ ไปกันเลย GO GO'

และในที่สุดคะ ในที่สุดก็??
.
.
.
v

ถึงแล้วคะ ถึงแล้ว "ปางจำปีโฮมสเตย์" ที่พักของพวกเราคะ
ที่พักที่พวกเราจะมาทำกิจกรรมต่างๆร่วมกันคะ!!
เย้ๆ !! ถึงซะที
ที่นี่มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึงว่า "บ้านวังปลา" คะ
การเดินทางเพื่อศึกษาหาความรู้ และการเดินทางที่แสนสนุกและสุดแสนทรหดในครั้งนี้เหนื่อยมากๆเลยคะ แต่ก็แลกกับความรู้และประสบการณ์ดีๆ และได้เห็นและสัมผัสกับธรรมชาติที่สวยงาม บรรยากาศดีๆที่หาไม่ได้จากสังคมเมืองในปัจจุบัน ก็ช่วยให้หายเหนื่อยไปบ้างแล้วหละคะ!!
สำหรับการเดินทางในครั้งนี้ก็เป็นการมาเล่าสู่กันฟังคะ ในครั้งนี้ก็เป็นเรื่องสบายๆ และในครั้งนี้ดิฉัน นางสาว นัฐศิญา ภู่ทอง หรือ เนป ผู้จัดทำก็ต้องขอตัวไปพักให้หายเหนื่อยก่อนนะคะหลังจากที่เดินทางไกลกันมาเกือบทั้งวันแล้ว สำหรับเรื่องดีๆประสบการณ์ใหม่ๆ จะมีอะไรอีกบ้างขอให้ทุกท่านติดตามชม ใน BLOG ต่อไปที่เพื่อนๆจะมาเล่าเรื่องสู่กันฟังอีกนะคะ ส่วนจะเป็นเรื่องอะไรนั่นโปรดติดตามนะคะ สำหรับครั้งนี้ก็ขอกล่าวคำว่า สวัสดีค่ะ!! ^-^'
โดย ^.^

นามสกุลเหมือนกันเลย เก่งเนอะ เข้ามาชมสวยดี ปางจำปีอยู่ที่จังหวัดใหน?
พี่เนปคะเพื่อนของอ๋อมเนียะก้นามสกุลเหมือนกับพี่เนปเลยนะคะ
ปางจำปีสวยมากเลยนะคะ