พวกเราออกเดินทางจากเมืองน่านมากับเพื่อนผองน้องพี่ถึงลำปางแวะบ้านพัก ผอ.คเชนทร์ฯ จากนั้นร่วมเดินทางต่อมาที่ จ.เชียงใหม่ เพื่อร่วมงานการประชาพิจารณาร่าง พรบ.การศึกษาตลอดชีวิต พศ.......โดยมีหนังสิอเชิญจากท่านเลขาธิการ กศน. ( นายอภิชาติ จีระวุฒิ ) เชิญร่วมการประชาพิจารณ์ร่างฯ ผอ.คเชนทร์ฯ ไปพบภาคีเครือข่ายด้วยตนเองพวกเราทำการบ้านมากันพอสมควร
เนื้อความในหนังสือเชิญขอคัดมาย่อ ๆ ว่า ตามที่ ครม.มีมติเห็นชอบต่อข้อเสนอการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษ ที่ ๒ ( พ.ศ.๒๕๕๒ - ๒๕๖๑ ) กำหนดให้ปรับบทบาทของสำนักงาน กศน.เป็นสำนักงานการศึกษาตลอดชีวิต และสำนักงาน กศน.ได้ทำการยกร่าง ผมเห็นว่าทางมีการเตรียมการที่ดี เพราะก่อนการประชุมได้ส่งเอกสารร่างให้ผู้เข้าร่วมได้อ่านก่อนในเวลาพอสมควร
ท่านเลขาธิการ กศน.ระบุในหนังสืออีกว่า เพื่อให้การศึกษาตลอดชีวิตบังเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและยังประโยชน์ให้กับประชาชนทุกคนตามเจตนารมณ์ของการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ ๒ ในส่วนขององค์กรระดับภาคที่ขอชื่นชมคือ ผอ.กศน.ภาคเหนือ ( นายประเสริฐ หอมดี ) ที่เมื่อพวกเราถึงสถานที่ประชุม โรงแรมเชียงใหม่ออร์คิด ท่านและ รองเลขาธิการ กศน.( นายประเสริฐ บุญเรือง ) ไปทักทายให้ความเป็นกันเองกับผู้เข้าร่วมประชุมเป็นอย่างดี
ที่ประชุมวันที่ ๒๕ ม.ค.๒๕๕๓ ผอ.กศน.ภาคเหนือกล่าวรายงานต่อประธานเปิดการประชุมได้รับความเกียรติและความร่วมมือจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรจังหวัดเชียงใหม่ ( นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ ) ดำเนินพิธีการไปในช่วง ๙ น.เป็นไปตามเวลา ได้รับความรู้จากนักการเมืองฝ่ายค้านน่าสนใจ กฎหมายแม้ว่าจะสำคัญขนาดไหน หาก สส. สว.ไม่มีความรู้ความเข้าใจไม่สนับสนุนแล้วยากจะผ่านได้ การให้เกียรติให้ข้อมูลชาว กศน.จำเป็นต้องสื่อสารกับภาคีเครือข่ายในวันนี้และสมาชิกรัฐสภาให้ดี
รองเลขา กศน. ได้นำเสนอสาระสำคัญร่าง พรบ.เป็นรายมาตรา ท่านกล่าวแนะนำว่าที่ประชุมนี้ได้รับเกียรติจากบุคคลสำคัญในคณะกรรมการกฤษฎีกา และขอให้ยืนแนะนำตัวพวกเราในที่ประชุมได้ปรบมือให้ท่าน ท่านนำเสนอไปเรื่อย ๆ และในช่วงก่อนเที่ยงวันจะมีการรับฟังความคิดเห็นต่อร่าง พรบ.การศึกษาตลอดชีวิต น่าสนใจว่า การดำเนินการประชาพิจารณ์ภาคต่าง ๆ ได้ดำเนินการมาก่อนหน้าแล้ว ได้รับเกียรติจากนักการเมืองทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน พวกเราหวังว่า เพื่อส่งเสริมการศึกษา เพื่อร่วมกันขับเคลื่อน วิงวอนไว้ ขอให้ได้รับความกรุณาสนับสนุนจากสมาชิกรัฐสภา ( สส. สว.) เพื่อให้ร่าง พรบ.นี้ผ่านไปได้ด้วยดี ไม่มีอุปสรรคขวางหนามใด ๆ คำว่า ชาติยิ่งใหญ่ ใหญ่ยิ่งครับ ในสิ่งที่ควรผ่านขอโปรดให้ผ่านเพื่อที่จะได้ทำงานเพื่อชาติกันเถอะ ต่อไปคำว่า กศช.เพื่อนเรียนรู้ มาแทนคำเดิมที่ว่า กศน.เพื่อนเรียนรู้ จะอยู่ในใจประชาชนในชาติครับ ค่าของคนอยู่ที่ผลของงาน อยู่ที่การกระทำ
สวัสดีครับคุณธนู
ผมค่อนข้างดีใจมากที่คุณธนูได้มีโอกาสเข้าร่วมประชาพิจารณ์ พรบ.การศึกษาตลอดชีวิต ตามความเข้าใจของผม ผมคิดว่าการพิจารณากฏหมายสำคัญอย่างนี้ ควรอย่างยิ่งที่จะต้องอาศัยมุมมองของคนนอกวงการ เพราะถ้าให้คน กศน. มองบ้านตัวเอง มองงานตัวเอง จะเข้าตำราอัฐยายซื้อขนมยาย ความจริงกฏหมายฉบับนี้มีความสำคัญมากต่อวงการการศึกษา ในช่วงปลายของการทำงาน ผมเองก็เคยให้ข้อเสนอแนะไว้ มีนิดเดียวที่ผมมองว่า น่าจะเป็นจุดขัดข้องเมื่อร่างฉบับนี้เข้าสภา คือ เมื่อการศึกษาตลอดชีวิตประกอบด้วย การศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย แต่เนื้อในผมไม่ทราบว่ามีการพูดถึงการศึกษาในระบบบ้างหรือไม่ แต่เข้าใจว่าคงไม่ มากกว่า เมื่อใช้ชื่อ พรบ.การศึกษาตลอดชีวิต เหมือนมันขาดหายส่วนสำคัญบางส่วนไปหรือเปล่า
พี่สมนึกครับ
ขณะที่บันทึกนี้เป็นช่วงบ่าย ท่านพระครูวิมลญาณประยุต ( หลวงพ่อบุญชู ฯ ) เจ้าคณะอำเภอสันกำแพง ผู้ช่วยพระอารามหลวงชั้นพิเศษ วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร พระคุณเจ้ากำลังเสนอแนะในต่อการประชาพิจารณา
ในช่วงกว่าชั่วโมงก่อนเที่ยงวันนี้ มี สส. ๓ ท่าน คือ นายนิยม ช่างพินิจ สส.พิษณุโลก นายจรัสฤทธิ์ จันทรสุรินทร์ สส.ลำปาง และนายนพคุณ รัฐผไท สส.เชียงใหม่ โดยมีนายประเสริฐ บุญเรือง รองเลขาสำนักงาน กศน.ดำเนินการเสวนาประชาพิจารณ์รอบแรกท่านละ ๘ นาที รอบที่ ๒ ท่านละ ๓ นาที
ผมจับใจความว่า กศน.ทำงานกันมานานแล้ว ผ่านการมี พรบ.ปี ๒๕๕๑ ที่จะยกเลิกโดยร่าง พรบ.ที่กำลังประชาพิจารณ์กันอยู่ เท่าที่พิจารณาร่าง พรบ.ยังไม่มีถ้อยคำเกี่ยวข้องกับ รธน.ไม่ว่าจะเป็นปี ๒๕๔๐ หรือ ๒๕๕๐ ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา หากจะได้มีการนำถ้อยคำสำคัญในกฎหมายรัฐธรรมนูญมาบรรจุไว้น่าจะดี
และสืบเนื่องจาก ครม.มีมติเมื่อ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๒ เพื่อให้ กศน.เป็นองค์กรหลักในการขับเคลื่อน เป็นสิ่งที่ดีด้วยเหตุที่ กศน.ทำงานในทุกระดับ ไม้จิ้มฟันยันเรือรบทุกรูปแบบเลยล่ะครับ อย่างไรก็ดี ถ้อยคำที่สมควรระบุไว้ในมาตรา ๔ น่าจะมีการเพิ่มเติมถ้อยคำว่า คนพิการ คนด้อยโอกาส คนพลัดถิ่น คนต่างด้าว ที่กล่าวเช่นนี้เพราะหากไม่เขียนไว้จะทำอะไรไม่ได้เลย ไม่อยากให้ต้องมีการตีความกันให้เสียเวลาไปอีกว่า บุคคล? ชุมชน? ครอบครัว? แล้วอีกส่วนหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามเลย คือ หน่วยงานรัฐ สถาบันอื่นที่จัดกิจกรรมการศึกษาตลอดชีวิตทั้งในประเทศและต่างประเทศ จะได้มีความเป็นสากล
เดินทางถึงเมืองน่านเมื่อครู่นี้แล้วครับ