หลักสูตรปริญญาเอกของไทยแตกต่างหลากหลายมากในคุณภาพ
ความยากง่าย
และมีหลักสูตรจำนวนมากที่ไม่ใช่หลักสูตรสำหรับสร้างนักวิชาการ
เป็นเพียงเพื่อให้ได้ใบปริญญา และวิทยฐานะ
ไม่มีความเข้มข้นทางวิชาการ
ไม่มีการเคี่ยวกรำ
ผมได้ข่าวว่า มีการศึกษาปริญญาเอกในบางมหาวิทยาลัย ให้ นศ. ทำวิทยานิพนธ์เป็นกลุ่ม บางแห่งจัดหลักสูตรเป็นเชิงธุรกิจ จึงเอาอกเอาใจนักศึกษา ที่จะไม่เข้มงวดเรื่องการเรียนและการทำผลงานวิชาการมากนัก ผมได้ยินมาว่าหลักสูตรปริญญาเอกในบางมหาวิทยาลัย จัดแบบมี “ผู้รับเหมา” มาจัดให้ โดยมีการตกลงผลประโยชน์ทางการเงินกัน ไม่มีการตกลงกันอย่างจริงจังเรื่องคุณภาพของการเรียนและการวิจัย
หลักสูตรปริญญาเอกของไทยที่เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติคือหลักสูตรที่ได้รับการยอมรับจากโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก โดยที่โครงการนี้เป็นโครงการ “จ้างเรียน” คือให้ทุนเรียนโดยไม่เรียกร้องการทำงานชดใช้ทุน แต่ผลที่ออกมาคือ กว่าร้อยละ ๙๐ ของบัณฑิต ทำงานให้แก่สังคมไทย
ผมเคยถูกขอร้องให้ไปเกี่ยวข้องกับการศึกษา ป. เอก ในหลายมหาวิทยาลัย ที่เมื่อไปแล้วผมกลับมามีความทุกข์ใจ ว่าผมไปร่วมก่ออาชญากรรมทางวิชาการหรือเปล่า เพราะผมถูกสถานการณ์บังคับให้ต้องลงนามเห็นชอบให้ นศ. ป. เอก จบ โดยสำนึกรับผิดชอบภายในของผมบอกว่า เป็นการจบแบบมีคุณภาพต่ำ ผมบอกตัวเองว่า นั่นคือระดับคุณภาพของมหาวิทยาลัยนั้น ในสาขานั้น และหลังจากนั้นผมก็ไม่รับงานแบบนั้นของสถาบันนั้นอีก
แต่ที่ผมไปเกี่ยวข้องและชื่นชมว่ามีคุณภาพสูง ก็มี
จากการไปเกี่ยวข้อง ทำให้ผมอยากเห็นการศึกษา ป. เอก แบบที่อิงหรือผูกติดกับอาจารย์ที่มีงานวิจัยเป็น authority ด้านใดด้านหนึ่ง และให้มีการแบ่งเครดิตผลงานระหว่าง นศ. กับอาจารย์ได้ หรือที่จริงแล้วเป็นการได้รับเครดิตร่วมกันมากกว่า
ผมมองว่ายังจะต้องมีการสร้างระบบการศึกษา ป. เอก แบบที่เน้นอาจารย์ที่ปรึกษา มากกว่าเน้นที่หลักสูตร อาจารย์ที่ปรึกษา ป. เอกในดวงใจหรือในอุดมคติ คืออาจารย์ที่มีทีมอาจารย์อีกจำนวนหนึ่งทำงานร่วมกันเป็นทีม มี postdoc อีกจำนวนหนึ่ง และ นศ. ป. เอกปีสุดท้ายจำนวนหนึ่ง นศ. ปีที่ ๑, ๒, ๓ ไล่กันขึ้นไป ทำงานวิจัยและเรียนร่วมกันเป็นทีม มีกระบวนการเรียนรู้ทักษะต่างๆ ที่นักวิชาการ/วิจัย พึงมี เน้นการเรียนรู้โดยการฝึกฝนผ่านการปฏิบัติและการอภิปรายแลกเปลี่ยน โดยมีอาจารย์คอยเป็นพี่เลี้ยง (mentor) และ นศ. รุ่นพี่แนะนำรุ่นน้อง
ผมอยากเห็นทีมแบบนี้ในสาขาต่างๆ ในมหาวิทยาลัยวิจัย และอยากเห็นการจัดทรัพยากรสนับสนุนให้เกิดทีมเช่นนี้ โดยที่ผมได้เริ่มไว้แล้วที่ สกว. ในชื่อของทุนเมธีวิจัยอาวุโส ที่น่าจะมีการพัฒนาเงื่อนไขและความแตกต่างหลากหลายให้ยิ่งขึ้นไปอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมีอำนาจจัดการศึกษา ป. เอก แบบที่เน้นวิจัยเข้มข้น อย่างมีความยืดหยุ่นด้านหลักสูตร แต่เข้มงวดด้านคุณภาพวิชาการ
วิจารณ์ พานิช
๙ ม.ค. ๕๓
ตอนนี้ก้อใช้ทุน สกว. เรียน ป.โทค่ะ
จะทำให้ได้งานวิจัยและเป็น นศ. ที่มีคุณภาพค่ะ
ผมจบปริญญาเอกด้านรัฐศาสตร์ ที่ประเทศอินเดีย สาเหตุที่เรียนที่อินเดีย เพราะเชื่อมั่นในระบบการศึกษาที่อังกฤษวางรากฐานไว้อย่างดีในฐานะเมืองขึ้นของประเทศอังกฤษ ระบบการศีกษาระดับปริญญาเอกในอินเดีย ร้อยละกว่า 90 เปอร์เซ็น ไม่ต้องเรียน Course Work กล่าวคือ เน้นการทำงานวิทยานิพนธ์อย่างเดียว เรียนแบบเจาะลีกในงานวิจัยที่ทำ ดีกว่าเมืองไทยตรงที่ไม่ยืดเยื้อไม่ติดระบบ เจ้าขุนมูลนายแบบอาจารย์ไทย และไม่เป็นธุรกิจการศึกษา ถามว่าทำไมผมจึงพูดเช่นนั้น ตอบว่า เมืองไทยจะจบช้าจบเร็ว นอกจากตัวของนักศึกษาแล้ว ยังขึ้นอยู่กับบรรดาอาจารย์ที่ยึดติดในตัวเองทั้งหลาย กว่าจะจบก็ปาเข้าไป 4-6 ปี แถมยังเก็บค่าเทอมแพงมหาศาล หลักสูตร แต่ละหลักสูตรเก็บกันตั้งแต่ ห้าแสน ถึง ล้านกว่าบาท มันอะไรกันนี่การศึกษาไทย เซ็งลี้กันชัด ๆ ผมเรียนอินเดีย จบปริญญาเอกใช้เวลาแค่สองปีครึ่ง เสียเงินรวมทุกอย่างแล้วเบ็ดเสร็จ 250,000 บาท ซึ่งเงินสองแสนห้าหมื่นบาทผมเรียนในประเทศไทยได้แค่เทอมเดียวเท่านั้นเอง ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายจิปาทะ แค่คิดก็เหนื่อยแล้วครับท่าน ม้นอะไรกันนักกันหนาเก็บค่าเทอมกันมหาศาลอย่างนี้ ถ้าเพื่อนๆ ท่านใดสนใจอยากเรียนต่อปริญญาเอกอินเดีย ลองติดต่อผมได้ที่ ดร.มาส 085-3451226
เป็นห่วงครับ ปัจจุบันมีด๊อกเตอร์กำมะลอ ซื้อปริญญามาจากมหาวิทยาลัยห้องแถว ในเนเธอร์แลนด์ ออสเตรเลีย อเมริกา และอัง
กฤษ หลายสิบท่าน โดยเฉพาะจบจากมหาวิทยาลัยห้องแถวที่ชื่อ Pacific Western University ที่ฮาวาย และ Interculteral Open University เนเธอร์แลนด์ เป็นผู้บริหารหลักสูตร อาจารย์ผู้สอน ผู้บริหารมหาวิทยาลัย หรือบางท่านเป็นถึงกรรมการสภามหาวิทยาลัยก็มีครับ ช่วยกันตรวจสอบหน่อยครับ สองมหาวิทยาลัยนี้ เคยถูกศาสตราจารย์ดร.วรเดช จันทรศร อดีตปลัดทบวงมหาวิทยาลัย แจ้งความจับกุมมาแล้ง ครับ เมื่อปี 2545 ปัจจุบันนายหน้าคนเดียวกันนี้เปลี่ยนมาทำมหาวิทยาลัยห้องแถวแห่งใหม่ชื่อ Open System Leadship University
Kensington University อเมริกา ก็ เยอะครับ รุ่นก่อน ๆ ซื้อปริญญาเอกที่นี่หลายคน ปัจจุบันยังเห็นอยู่ในวงการวิชาการหลายท่านเลยครับ ไม่รู้สกอ.ปล่อยหลุดไปได้อย่างไร
Diploma Mill , Bogus Degree ทั้งนั้น กล้าใช้สอนหนังสือที่ม.บูรพาด้วยแน่จริง ๆ
ไอ้พวกด๊อกเตอร์เก๊จากต่างประเทศสอนหนังสือในมหาวิทยาลัยเยอะมาก สถาบันต่าง ๆ ที่มีคนเอ่ยข้างต้นผมเห็นเดินเข้าเดินออกสอนหนังสือคิวแน่นไปหมด แย่มากสกอ.ไม่เคยดูแล สภามหาวิทยาลัยไม่เคยตรวจสอบเลย
ไอ้พวกจบโท จบเอกจาก อเมริกา ออสเตรเลีย
อาจารย์ในมหาลัยไทย บางท่านอัตตาสูงมาก ไปพบ ไปหา ก็ไม่ได้ให้ความเห็น ความคืบหน้าเกี่ยวกับ งานวิจัยที่จะทำ เพราะท่านมัวดูงานให้นักศึกษาป.โทอยู่ ต้องให้ป.โท จบเป็นชุด ๆ ให้ได้ เดี๋ยวจะได้รับเด็กใหม่อีก (ได้ค่าสอน ป.โท ภาคพิเศษ เพิ่มอีก เงินทั้งนั้น) ไล่เราให้ไปอ่านหนังสือ ในห้องสมุด (หนังสือ ป.ตรี จะบ้าเหรอ ขนาดเรียนผ่าน ป.โทมาแล้ว ประสบการณ์ก็เป็นหัวหน้างาน ทำทุกอย่างด้วยตัวเองมาหมดแล้ว ทั้ง เป็นช่างเอง วางระบบเครือข่าย ดีไซน์ เว็บแอดมิน ประเมินผล วิจัยงานในหน้าที่ จัดฝึกอบรม ฯลฯ ยังจะให้มาดูเรื่องไม่ตรงประเด็นวิจัยอยู่ ) ขนาดเงินตอบแทนอาจารย์ได้รับไปจากหลวงแล้ว เป็นแสน ยังไม่สนใจดูแลอะไรเราเลย หมดเงินทุนหลวงไปเป็นเกือบล้าน ไม่จบ คนที่จบคือ คนที่พาท่านไปเที่ยวต่างประเทศบ่อย ๆ มีเส้นสาย เป็นลูกของเพื่อน ๆ ฝากมา สุดท้ายมาบอกว่า ให้เอางานที่คุณเคยเสนอไว้เมื่อสามปีที่แล้ว มาทำ (แล้วทำไมสามปีที่แล้ว ไม่บอกให้เริ่มทำ จะได้ไม่เสียเวลา งง) เสีียดายเวลา เสียดายเงินหลวงมากที่ไปเจออาจารย์แบบนี้ สุดท้ายเสียดายความรู้สึกที่เคารพ และศรัทธา