ประเพณีของหมู่บ้านในการสวดพระอภิธรรมศพมีจะมีหลากหลายประเด็น แม้แต่การเตรียมอาหารเช้าเพื่อถวายพระภิกษุ

      สัปดาห์นี้ที่หมู่บ้านเรามีเรื่องโศกเศร้าของสามครอบครัวเนื่องจากมีบุคคลอันเป็นที่รักจากโลกนี้ไปอย่างปัจจุบันทันด่วนด้วยโรคลมปัจจุบัน 2 คน อีกคนเพียงอายุ 19 ปีจากไปด้วยอุบัติเหตุขับรถจักรยานยนต์ชนรถบรรทุกไม้ (รายนี้เมาแล้วขับ) ตามประเพณีของหมู่บ้านจะมีการจัดงานศพภายในวัด ซึ่งมีศาลาสำหรับจัดทำพิธีเพียง 2 ศาลา ดังนั้นอีกศพจึงวางที่ศาลาประชมคมของหมู่บ้าน สิ่งที่ครูนกนั่งเฝ้ามองและสังเกตเงียบๆ คือ กลุ่มแม่และเพื่อนๆของแม่ซึ่งจะรวมตัวกันตอนเช้ามืด และหัวค่ำ

        กลุ่มแม่กับเพื่อนของๆแม่มีหน้าที่เตรียมอาหารเช้าสำหรับพระภิกษุสงฆ์ซึ่งต้องไปตั้งแต่ 05.00 น. และเป็นการรวมพลแบบจิตอาสา ครูนกยังไม่เคยตามไปช่วยแม่ในจุดนี้เนื่องจากเวลา และความสามารถด้านอาหารไม่ถึง แต่จะทราบจากคำบอกเล่าว่า บรรดาป้าๆ คนไหนเก่งด้านไหน ที่สำคัญครูนกได้รับยำตะไคร้ของโปรดจากฝีมือป้าๆ ฝากมา  เมื่อต้นสัปดาห์แม่บอกว่าขนมที่จะถวายพระในตอนเช้าซ้ำๆ กัน แต่คณะเจ้าภาพก็ไม่ได้คิดจะเปลี่ยน(คงยุ่งเรื่องอื่นๆ จนลืมจุดเล็กๆนี้ไป) ครูนกจึงอาสาแม่ว่า วันเสาร์นี้ครูนกจะซื้อขนมปังลูกเกด และขนมปังฝอยทอง(ซึ่งเป็นร้านที่เคยซื้อให้แม่ทานแล้วแม่บอกว่า อร่อย แป้งนุ่มดี) มาให้แม่นำไปวัดในเช้าวันอาทิตย์ ครูนกได้ทำตามสัญญาที่ให้กับแม่ไว้แล้วก็สบายใจที่ช่วยสนับสนุนกิจกรรมของแม่ได้บ้าง

      นอกจากนี้กลุ่มแม่กับเพื่อนๆ เป็นกลุ่มที่ร่วมฟังสวดพระอภิธรรมศพซึ่งถ้ามี 3 งานแบบนี้ในหนึ่งคืนแม่ก็ต้องไปร่วมทั้ง 3 งานก็สงสารเพื่อนแม่บางคนเช่นกันเพราะอายุก็มากๆกันแล้ว บ้างก็มีโรคประจำตัว และการนัดหมายเวลาและอื่นๆ ก็เหมือนๆวัยรุ่นแต่ไม่ใช่ดูคอนเสิร์ต นัดหมายกับไปทำหน้าที่พุทธศาสนิกชนที่ดี ดังนั้นด้วยจิตที่มุ่งมั่นจะเป็นพุทธศาสนิกชนที่ดี และเพื่อนบ้านที่ดีก็ภาพเหล่านี้ยังปรากฏในทุกๆงาน ครูนกยังตั้งคำถามเล็กๆในใจว่า วันหนึ่งกลุ่มคนรุ่นใหม่จะทำหน้าที่เหล่านี้ได้ดีเท่ากับที่ผู้ใหญ่ทำไว้เป็นประเพณีและเป็นวัฒนธรรมหรือเปล่า  เวลาเท่านั้นจะตอบคำถามนี้ได้