บทคัดย่อ
จากการวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อ 1) พัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 เรื่อง ชนิดของคำ ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2) ศึกษาดัชนีประสิทธิผลบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 เรื่อง ชนิดของคำ ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น 3) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่เรียนโดยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน กับการสอนตามคู่มือครู
กลุ่มประชากรที่ใช้ในการวิจัย คือ นักเรียนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ของโรงเรียนเทศบาลวัดแม่นางปลื้ม สังกัดเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2552 จำนวน 29 คน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษา ปีที่ 5/1 ของโรงเรียนเทศบาลวัดแม่นางปลื้ม สังกัดเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2552 จำนวน 29 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น แผนการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จำนวน 30 ข้อ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย การทดสอบ (t-test)
ผลการวิจัยพบว่า
1. บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น มีประสิทธิภาพเท่ากับ 86.60/83.33 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ที่ตั้งไว้ตามสมมติฐาน
2. ดัชนีประสิทธิผลบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนมีค่าเท่ากับ 0.61
3. นักเรียนที่เรียนโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย สูงกว่า นักเรียนที่เรียนโดยการสอนตามคู่มือครู อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
จากผลการวิจัยในครั้งนี้ จะเห็นได้ว่า บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง ชนิดของคำ ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลเหมาะสม สามารถนำไปใช้เป็นสื่อในการเรียนการสอน เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของนักเรียนให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นได้
สวัสดีครับคณะคุณครูสบายดีหรือเปล่าครับกระผมสบายดีครับผมอยากกลับไปเรียนที่โรงเรียนเดิมนะครับเพราะอัยลดาบอกว่ามีกิจกรรมเยอะมากแต่ผมย้ายโรงเรียนแล้วสิครับเสียด้ายมากเลยครับ คิดถึงครูสมสุดา และคุณครูทุกคนเลยนะครับ สวัสดีครับ
ด้วยรักและเครารพ
suriya kongpiasant