สัมภาษณ์ครูต่างชาติ ชาวจีน

สวัสดีครับ ผมเป็นครูสอนภาษาอังกฤษที่โรงเรียนพล อำเภอพล จังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาจากปัญหาการจัดการเรียนการสอนพบปัญหาที่เกิดขึ้นกับนักเรียนไม่ว่าจะเป็นด้านการเรียนการสอนที่นักเรียนไม่มีความใส่ใจต่อการเรียนและยังมีพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ที่เกิดขึ้นทั้งหญิงและชาย และปัญหาวัยรุ่นที่ก่อความวุ่นวายตามงานในหมู่บ้านต่างๆ ซึ่งล้วนแต่เป็นเด็กวัยรุ่นที่อยู่ในช่วงวัยเรียนระดับมัธยมศึกษาทั้งสิ้นและนับวันจะทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ แต่ผมยังไม่เห็นรัฐบาลไหนออกมาแก้ปัญหาในเรื่องนี้อย่างจริงจัง  และวันนี้ผมมีแนวทางที่จะมานำเสนอซึ่งผมได้รับจากการพูดคุยกับครูชาวต่างชาติที่ทำการสอนในโรงเรียนเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน  และได้รู้ระบบของต่างประเทศที่ดีๆที่ประเทศไทยควรจะได้นำระบบที่ดีเหล่านี้มาปรับเปลี่ยนใช้กับประเทศไทยบ้าง  ศึกษาจากข้อมูลที่ผมพูดคุยกับเขาดูนะครับ 

ชื่อ : Miss Li  Hongjiao (ชื่อ หงเจียว นามสกุล ลี  หรือแซ่ ลี)  ชื่อไทย  ครูกล้วยไม้

วัน เดือน ปีเกิด : 2 กรกฎาคม   1987   อายุ :  22  ปี   

เมืองที่อาศัย :  จังหวัดซือฉวน  ประเทศจีน

การศึกษาในประเทศจีน  จากการสัมภาษณ์ในเรื่องการศึกษาที่ประเทศจีนคุณครูกล้วยไม้ได้เล่าให้ฟังว่า

          ระดับประถมศึกษา  เริ่มจากชั้นป.1  ถึง ป. 6  เดินทางไปเรียนและกลับบ้านเหมือนในประเทศไทย

          ระดับมัธยมศึกษา  แบ่งเป็นระดับมัธยมศึกษาตอนต้น(ม.1 – ม. 3)  ซึ่งเป็นการศึกษาภาคบังคับ และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.1 – ม. 6) ในการเรียนระดับมัธยมศึกษาจะเป็นลักษณะโรงเรียนกินนอน คือทุกคนจะต้องเข้าไปอยู่ในหอพักของโรงเรียนและทำกิจกรรมต่าง ๆ ตามตารางของโรงเรียนวางกฎระเบียบไว้  ในหนึ่งสัปดาห์จะมีเรียน 5 วัน  คือวันจันทร์ ถึงวันเสาร์ เรียนวันละประมาณ 8 – 10 คาบ คาบละ 45 นาที  ส่วนในวันอาทิตย์ จะมีเรียนตั้งแต่ 6 โมงเย็น ถึง 2 ทุ่ม สำหรับฤดูหนาว และฤดูร้อนจะเรียนถึง 3 ทุ่ม  วิชาที่เรียนคือ ภาษาจีน  ภาษาอังกฤษ  คณิตศาสตร์  เรขาคณิต  ฟิสิกส์  เคมี  ชีววิทยา  การเมือง  ประวัติศาสตร์  ภูมิศาสตร์  และพลศึกษา  ทุกวันนักเรียนต้องตื่น 6 โมงเช้า เข้าแถวที่สนามเพื่อออกกำลังกาย  หลังจากนั้นก็ให้นักเรียนไปศึกษาด้วยตนเองประมาณ 1 ชั่วโมง โดยปกติครูจะให้อ่านและท่องจำภาษาจีน  ภาษาอังกฤษ และประวัติศาสตร์  เสร็จแล้วก็ให้รับประทานอาหารเช้า  และเข้าเรียนตามปกติจนถึงเที่ยง เวลาพักเที่ยง ใช้เวลา 2  ชั่วโมง  ถ้าเป็นฤดูร้อนจะมากกว่านี้เพื่อให้นักเรียนได้นอนพัก  ช่วงบ่ายมีเรียนอีก 3 คาบ  หลังจากนั้นรับประทานอาหารเย็นเสร็จแล้วก็กลับเข้ามาเรียนต่ออีก 2-4คาบ  (ม.1,ม.2 เรียน 2 คาบ  ม.3 – ม. 5  เรียน 3 คาบ และม. 6 เรียน 4 คาบ) ในแต่ละปีการศึกษามีสอบ 4  ครั้ง การตัดสินผลการเรียนจะนำผลการเรียนในแต่ละวิชามารวมกัน นักเรียนต้องได้คะแนนตั้งแต่ร้อยละ 60  ขึ้นไป จึงจะสามารถเลื่อนชั้นได้ ถ้าไม่ผ่านต้องเรียนซ้ำชั้น  เมื่อจบม. 3 แล้วนักเรียนต้องสอบเข้าเรียนในระดับชั้น ม.4 หรือจะสามารถเลือกเรียนในโรงเรียนอย่างอื่นได้  เมื่อนักเรียนเรียนอยู่ม. 5 นักเรียนจะต้องสอบเข้าเรียนในระดับมหาวิทยาลัยแต่ ยังไม่ได้ไปทันทีที่สอบได้ โดยนักเรียนต้องเรียนในม.6 อีก 1 ภาคเรียน  เมื่อจบภาคเรียนที่ 1 นักเรียนที่เรียนไม่เก่งสามารถออกจากโรงเรียนได้  ในภาคเรียนที่2  จะเป็นการเลือกเรียนตามความถนัดหรือเพื่อเตรียมเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยต่อไป  ในการเรียนในระดับต่าง ๆ ถ้านักเรียนสอบได้ในอันดับที่ดี ๆ รัฐบาลจะมีเงินรางวัลให้ตามระดับความเก่ง  แหมการเรียนที่ประเทศจีนนี่ช่างเข้มข้นอย่างนี้นี่เอง ประเทศไทยน่าจะเอาอย่างประเทศจีนนะครับนักเรียนมัธยมศึกษาของเราจะได้ไม่เกเรสร้างปัญหาให้กับสังคมและพ่อแม่ก็ไม่ต้องเป็นทุกข์อย่างในทุกวันนี้

                                                                                         ครูพิมาน  โทวิรัตน์  ผู้สัมภาษณ์