สัมภาษณ์ครูต่างชาติ ชาวกาน่า

สวัสดีครับ ผมเป็นครูสอนภาษาอังกฤษที่โรงเรียนพล อำเภอพล จังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาจากปัญหาการจัดการเรียนการสอนพบปัญหาที่เกิดขึ้นกับนักเรียนไม่ว่าจะเป็นด้านการเรียนการสอนที่นักเรียนไม่มีความใส่ใจต่อการเรียนและยังมีพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ที่เกิดขึ้นทั้งหญิงและชาย และปัญหาวัยรุ่นที่ก่อความวุ่นวายตามงานในหมู่บ้านต่างๆ ซึ่งล้วนแต่เป็นเด็กวัยรุ่นที่อยู่ในช่วงวัยเรียนระดับมัธยมศึกษาทั้งสิ้นและนับวันจะทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ แต่ผมยังไม่เห็นรัฐบาลไหนออกมาแก้ปัญหาในเรื่องนี้อย่างจริงจัง  และวันนี้ผมมีแนวทางที่จะมานำเสนอซึ่งผมได้รับจากการพูดคุยกับครูชาวต่างชาติที่ทำการสอนในโรงเรียนเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน  และได้รู้ระบบของต่างประเทศที่ดีๆที่ประเทศไทยควรจะได้นำระบบที่ดีเหล่านี้มาปรับเปลี่ยนใช้กับประเทศไทยบ้าง  ศึกษาจากข้อมูลที่ผมพูดคุยกับเขาดูนะครับ 

                สัมภาษณ์ครูฝรั่งนิโกร ชาวกาน่า

Name:  Francis  Kwesi Kyirewiah   Thai name : ทองดี

Place of Birth :  Sekondi,  Ghana 

Education: Bachelor of Arts Degree (B.A. Hons) University of Ghana 2005) 

ข้อมูลที่ได้จากการสัมภาษณ์

ครูฟรานซิสพึ่งย้ายมาสอนที่โรงเรียนพลเมื่อต้นภาคเรียนที่ 2  ในปีการศึกษา 2552 นี้เอง เขามาจากประเทศกาน่าซึ่งประเทศนี้ อยู่ในทวีปแอฟริกา ซึ่งเป็นแอฟริกาตะวันตก ภาษาที่พูดคือภาษาอังกฤษสภาพดินฟ้าอากาศก็คล้ายประเทศไทยพลเมืองส่วนใหญ่ก็เป็นเกษตรกรรม ครูฟรานซิสเป็นคนที่มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีเข้าคนง่าย ก่อนมาสอนที่เมืองไทยเขาได้ไปเรียนต่อในหลักสูตรปริญญาโท เป็นเวลา 1 ปี ที่ Spicer Memorial College ประเทศอินเดีย เหลืองานวิจัยกำลังดำเนินอยู่ โดยมีเป้าหมายที่จะไปทำการสอนในระดับมหาวิทยาลัยที่ประเทศกาน่าเมื่อกลับจากเมืองไทยไปแล้ว 

ครูฟรานซิสเล่าให้ฟังในเรื่องการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาที่ประเทศของเขาว่า  ในระดับมัธยมศึกษาแบ่งออกเป็น 2 ระดับ คือมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.1-ม.3) จะเป็นการศึกษาภาคบังคับ การเรียนก็เป็นลักษณะไปกลับ (Day school) เหมือนที่ประเทศไทยเรา  ส่วนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.4-ม.6)  จะเป็นลักษณะโรงเรียนกินนอน(Boarding school) คือนักเรียนทุกคนจะต้องเข้าพักในหอพักที่โรงเรียนจัดให้โรงเรียนที่นั่นมีทั้งโรงเรียนหญิงและโรงเรียนชายล้วนและโรงเรียนสหศึกษา  โรงเรียนได้เน้นในเรื่องการปลูกฝังเรื่องระเบียบวินัยให้กับนักเรียนและมีการลงโทษโดยการเฆี่ยนตีได้  วิชาที่เรียนก็มีวิชาแกนและวิชาเลือกในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย และนักเรียนที่นั่นก็มีความตั้งใจเรียนเพื่อจะได้มีผลคะแนนสะสมใน 3 ปีจะต้องได้คะแนนสะสมไม่เกิน 18  เมื่อรวมเฉลี่ยในทุกวิชา (A=1, B=2, C=3, D=4) นักเรียนจึงจะมีสิทธิ์เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยได้  โดยนักเรียนอยากเรียนในมหาวิทยาลัยไหนคณะอะไรก็ซื้อใบสมัครมากรอกข้อมูลพร้อมนำหลักฐานผลการเรียนส่งไปเพื่อให้มหาวิทยาลัยคัดเลือกเข้าเรียน คือรอฟังผลอยู่ที่บ้านได้เลย  ดังนั้นด้วยระบบนี้จึงทำให้นักเรียนตั้งใจเรียนและอ่านหนังสืออย่างหนักไม่เหมือนเมืองไทยที่บ้านเรานักเรียนไม่ค่อยตั้งใจเรียนเลย ทั้งโดดเรียนและขาดเรียนเป็นปัญหาของครูที่ต้องคอยแก้ไขอยู่ตลอดเวลา  เมื่อไหร่เราจะเปลี่ยนแปลงระบบของเราเสียทีครับ