ทำไมเขาจึงเป็นเช่นนี้

ฝรั่งเศส จวกบทบาทสหรัฐฯ ครอบงำ เฮติ


แผ่นดินไหวเฮติ

แผ่นดินไหวที่เฮติ
 


สรุปประเด็นข่าวโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก มติชนออนไลน์, ข่าวสด, ไทยรัฐ , เดลินิวส์

          รมว.ต่างประเทศฝรั่งเศส จวกสหรัฐฯ พยายามครอบงำเฮติ จี้ยูเอ็นตรวจสอบหลังกองกำลังสหรัฐกักกันความช่วยเหลือชาติอื่น ไล่เครื่องบินบรรเทาทุกข์ฝรั่งเศสกลับประเทศ ด้านยูเอ็นเรียกร้องคณะมนตรีความมั่นคงขอเพิ่มเจ้าหน้าที่กองกำลังรักษาสันติภาพในเฮติ 3,500 นาย รับมือเหตุร้าย หวั่นเกิดจลาจล เหตุความช่วยเหลือยังไปไม่ถึงมือผู้ได้รับความเสียหาย ด้าน "บิล คลินตัน" ถึงเฮติ ฝังแล้ว 7 หมื่นศพ

          เมื่อวันที่ 19 ม.ค. นายเบอร์นาร์ด คุชเนอร์ รัฐมนตรีต่างประเทศของฝรั่งเศส วิจารณ์บทบาทการให้ความช่วยเหลือของสหรัฐในเฮติ พร้อมทั้งเรียกร้องให้สหประชาชาติ (ยูเอ็น) เข้ามาตรวจสอบ และสร้างความชัดเจนเกี่ยวกับบทบาทที่ค่อนข้างมากเกินไปในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยและช่วยฟื้นฟูเฮติจากเหตุแผ่นดินไหว เพราะเห็นว่า ความพยายามช่วยเหลือเฮติของนานาชาติมีเป้าหมายเพื่อช่วยเฮติ ไม่ใช่เข้าไปครอบงำหรือเข้าไปยึดดินแดนแห่งนั้น   

          ถ้อยแถลงไม่พอใจของกระทรวงต่างประเทศฝรั่งเศส มีขึ้นหลังจากกองกำลังของสหรัฐ ได้สั่งให้เครื่องบินบรรเทาทุกข์ของฝรั่งเศสลำหนึ่งที่บรรทุกอุปกรณ์ช่วยเหลือทางการแพทย์ภาคสนามออกจากสนามบินปอร์โตแปรงซ์ ซึ่งแออัดคับคั่งและได้รับความเสียหายบางส่วนกลับไปฝรั่งเศส เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทำให้นายอลอง โจยันเดท รัฐมนตรีด้านความร่วมมือของฝรั่งเศส ออกมาแสดงความไม่พอใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ทันที  

          รัฐมนตรีต่างประเทศของฝรั่งเศส ยังเตือนไปยังรัฐบาลประเทศต่างๆ และกลุ่มบรรเทาทุกข์ทั้งหลาย ไม่ควรทุ่มเถียงหรือทะเลาะเบาะแว้งกันขณะพยายามเข้าไปช่วยเหลือผู้ได้รับความเดือดร้อนในเฮติ ขณะที่นายโจยันเดทยืนยันว่า ปฏิบัติการทั้งหมดในช่วงนี้คือการช่วยเหลือเฮติ ไม่ใช่การเข้าไปยึดครอง และสิ่งสำคัญที่สุดที่หน่วยงานบรรเทาทุกข์หรือประเทศผู้ให้การช่วยเหลือควรคำนึงถึงที่สุดคือ ประชาชนชาวเฮติที่กำลังเดือดร้อน
 
          ด้าน นายบัน คี มุน เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เผยว่า ต้องการให้คณะมนตรีความมั่นคงยูเอ็นส่งกองกำลังรักษาสันติภาพ 2,000 นาย และตำรวจอีก 1,500 นาย เข้ามายังเฮติเพิ่มเติม เพื่อทำหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อย ท่ามกลางสถานการณ์ความวุ่นวายของผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวในเฮติ ที่เริ่มไม่พอใจ หลังจากได้รับความช่วยเหลือจากนานาประเทศล่าช้า ทั้งที่ก่อนหน้านี้ นายบันได้ร้องขอให้ผู้ประสบภัยอยู่ในความสงบ และว่าความช่วยเหลือกำลังหลั่งไหลถึงมือผู้ประสบภัยแล้ว

          ขณะที่โฆษกของนายบัน เผยว่า ล่าสุดยอดผู้เสียชีวิตของเจ้าหน้าที่ยูเอ็นในเหตุแผ่นดินไหวเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 46 คน และอีกกว่า 500 คนยังสูญหาย

          ในส่วนผู้เสียชีวิต รัฐบาลเฮติได้ประกาศว่า มีการฝังแล้ว 7 หมื่นศพ โดยประมาณการของรัฐบาลคาดว่าน่าจะมีผู้เสียชีวิต 2 แสนคน โดยวานนี้ได้ประชุม ครม.และมีมติ คือ 1.ให้สหประชาชาติ (ยูเอ็น) เป็นหน่วยงานหลักในการให้การช่วยเหลือและลำเลียงสิ่งของ 2.อำนาจการควบคุมทางอากาศสนามบินเฮติ และความสงบเรียบร้อยทั่วไปให้อยู่ภายใต้การควบคุมของสหรัฐ 3.การทูตและการอนุมัติต่างๆ ยังคงอยู่ในอำนาจของรัฐบาลเฮติ

          ด้าน แครอล โจเซฟ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีของเฮติ เปิดเผยที่กรุงปอร์โตแปรงซ์ ว่า โครงการอาหารโลกของสหประชาชาติ หรือ WFP และกลุ่มบรรเทาทุกข์ด้านมนุษยธรรมจากสาธารณรัฐโดมินิกัน ได้ปันส่วนอาหารจำนวน 1 แสน 5 พันชุด และเต๊นท์อีก 2 หมื่นหลัง แจกจ่ายให้กับผู้ประสบภัยแผ่นดินไหว รวมถึงแจกจ่ายน้ำดื่มสะอาดไปตามสถานที่พักพิงชั่วคราวอีกด้วย ส่วนการเก็บศพยังคงดำเนินต่อไปท่ามกลางการเก็บซากปรักหักพังของอาคารที่พังถล่มลงมา เพราะผลพวงของแผ่นดินไหววัดแรงสั่นสะเทือนได้ 7.0 ริคเตอร์

          สหประชาติ ได้ประเมินว่า มีประชาชน 3 ล้านคน ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวครั้งนี้ รวมทั้งผู้ที่ไร้ที่อยู่อาศัยจำนวน 3 แสนคน องค์การนานาชาติเพื่อผู้อพยพ ระบุว่า มีประชาชน1 ล้านคน กำลังต้องการที่พักพิงฉุกเฉินอย่างเร่งด่วน ด้านสหภาพยุโรป ระบุว่า แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้น ทำให้อาคารต่าง ๆ ราว 4 พันแห่ง ในกรุงปอร์โตแปรงซ์ พังราบเป็นหน้ากลอง

          อย่างไรก็ดี เมื่อวันที่ 16 ม.ค.ที่ผ่านมา สภาพในกรุงปอร์โตแปรงซ์ เริ่มมีชาวเฮติรวมกลุ่มกันออกปล้นสะดมจากเหล่าผู้รอดชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหว ซึ่งพักอยู่ตามสถานที่พักพิงชั่วคราว มีการแก่งแย่งสิ่งของบรรเทาทุกข์กันอย่างดุเดือด ขณะที่ผู้รอดชีวิตบางส่วนเริ่มทยอยอพยพออกจากเมืองหลวง เพราะไม่มีบ้านอยู่ กลัวเกิดแผ่นดินไหวซ้ำ และทนอยู่กับซากศพจำนวนมากไม่ไหว 

          ทั้งนี้ ความช่วยเหลือทั้งอาหารและน้ำ ตลอดจนอุปกรณ์ยังชีพอื่น ๆ และยารักษาโรคยังไปไม่ถึงมือผู้ประสบภัยอย่างทั่วถึง เนื่องจากสภาพถนนโดยรอบบริเวณสนามบิน และท่าเรือต่างได้รับความเสียหาย รวมถึงยังมีเศษซากปรักหักพังของอาคารบ้านเรือนกีดขวางเส้นทางอยู่ ทำให้การขนส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์ยากเข้าไปในพื้นที่ประสบภัยได้ อีกทั้งพนักงานขับรถส่งของบรรเทาทุกข์หลายคนเริ่มไม่เต็มใจปฏิบัติหน้าที่ เพราะกลัวถูกปล้นระหว่างทาง กระนั้นภาพรวมของสถานการณ์ยังอยู่ภายใต้การควบคุมของเจ้าหน้าที่บ้านเมือง แม้มีเหตุตึงเครียดขึ้นบ้างระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้ประสบภัย

แผ่นดินไหวเฮติ

แผ่นดินไหวที่เฮติ

แผ่นดินไหวเฮติ

แผ่นดินไหวที่เฮติ



          อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางข่าวสารชวนสลดใจ ชาวเฮติฆ่ากันตายเพื่อแย่งอาหารประทังชีวิตรอด ก็มีข่าวช่วยเพิ่มกำลังใจให้ผู้คน เมื่อนายแพทย์คล้อด เซอรีนา เปิดบ้านส่วนตัวบนเนินเขาให้ผู้บาดเจ็บเข้ามารักษาและอาศัยฟรี แม้ขาดความพร้อมด้านอุปกรณ์การแพทย์ แต่ช่วยให้ประชาชนนับร้อยคนไม่ต้องนอนรอความตายข้างถนน  ส่วนความช่วยเหลือ คนดังวงการบันเทิง-กีฬา ร่วมระดมทุนกันอย่างล้นหลาม แม้แต่ "เจ้าเสือ" ไทเกอร์ วูดส์ มีข่าวควักเงินช่วยกว่า 100 ล้านบาทช่วยเหลือชาวเฮติ

          ด้านประธานาธิบดีเรอเน พรีวาล ผู้นำเฮติ รีบออกแถลงการณ์ขอบคุณนานาชาติและองค์กรสากลต่าง ๆ ที่ส่งความช่วยเหลือมาให้ผู้ประสบภัยในเฮติอย่างทันท่วงที และให้คำมั่นชาวเฮติว่า แม้รัฐบาลสูญเสียศักยภาพการบริหารประเทศไปบ้าง แต่รัฐบาลยังไม่ล่มสลาย เจ้าหน้าที่ยังพร้อมปกป้องชาวบ้านให้รอดพ้นภัยอันตรายจากเหล่านักโทษที่แหกคุกหนีไปกว่า 4,000 คน

แผ่นดินไหวเฮติ

แผ่นดินไหวที่เฮติ

แผ่นดินไหวเฮติ

แผ่นดินไหวที่เฮติ

แผ่นดินไหวเฮติ

แผ่นดินไหวที่เฮติ


          ขณะที่ นายพอล อองตวน เบน-ไอเม่ รัฐมนตรีกระทรวงกิจการภายในเฮติ กล่าวว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหวมีประมาณ 50,000 ศพ แต่คาดว่าอาจสูงถึง 200,000 ศพ หากการประเมินตัวเลขนี้ถูกต้องจะทำให้อภิมหาภัยแผ่นดินไหวเฮติครั้งนี้ ติดกลุ่ม 1 ใน 10 เหตุธรณีพิโรธที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดเท่าที่เคยบันทึกมา

          ด้านนักวิทย์มะกัน เตือนเฮติและประเทศเพื่อนบ้าน เตรียมรับมือมหันตภัยแผ่นดินสะเทือนอีกระลอก หลังเหตุแผ่นดินไหวครั้งแรก พบใต้พื้นพิภพบริเวณรอยเลื่อน มีการสะสมพลังงานไว้จำนวนมหาศาล

 

แผ่นดินไหวเฮติ

แผ่นดินไหวที่เฮติ



          เมื่อวันที่ 17 ม.ค. ที่ผ่านมา สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า หญิงตั้งครรภ์วัย 43 ปี ชาวเฮติ ได้รับการช่วยเหลือจากกองกำลังรักษาสันติภาพของบราซิล ในกรุงปอร์โตแปรงซ์ หลังติดอยู่ใต้ซากอาคารโรงพยาบาลเด็กที่พังถล่มลงมา นานเกือบ 70 ชั่วโมง โดยผู้สื่อข่าวหญิงของ ทีวี โกลบัล ที่เข้าไปถ่ายทำสถานการณ์ เป็นผู้บันทึกได้ ตอนที่เห็นคนกลุ่มหนึ่งกำลังร้องขอความช่วยเหลืออยู่บนกองซากอาคาร และมีคนกว่า 10 คน กำลังมุงดูอยู่รอบช่องเล็ก ๆ และบอกว่า มีเสียงคนร้องมาจากใต้ซากหิน ก่อนจะพบว่าหญิงที่ร้องขอความช่วยเหลือชื่อ จีน บาทิสเต้ เป็นพยาบาลที่ทำงานอยู่ภายในโรงพยาบาล ทหารและหน่วยดับเพลิงของบราซิลต้องใช้เวลาเกือบ 3 ชั่วโมง ในการนำร่างของหญิงผู้นี้ออกมา เพื่อรักษาอาการขาดน้ำและบาดเจ็บอื่น ๆ มีรายงานด้วยว่า สามีของหญิงผู้นี้ก็ทำงานอยู่ในอาคารตอนเกิดเหตุ และเขาก็ปลอดภัยด้วยเช่นกัน ส่วนหญิงผู้นี้และลูกในครรภ์ของเธอ ต่างกำลังฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว
 
          ทั้งนี้ วันนี้ (17 มกราคม) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ศูนย์สำรวจธรณีวิทยาสหรัฐรายงานว่า เกิดแรงสั่นสะเทือนหรืออาฟเตอร์ช็อกขนาดรุนแรงตามมา 4.5 ริกเตอร์ ที่กรุงปอร์โตแปรงซ์ เมืองหลวงของเฮติ ในวันเสาร์ หลังเกิดแผ่นดินไหว 7 ริกเตอร์ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา จนพังราบเกือบทั้งเมือง อาฟเตอร์ช็อกครั้งนี้อยู่ลึกใต้พื้นดิน 10 กิโลเมตร และห่างจากเมืองหลวงของเฮติไปเพียง 25 กิโลเมตร ซึ่งนับตั้งแต่เกิดแผ่นดินไหวที่เฮติมีอาฟเตอร์ช็อกตามมาอีกกว่า 30 ครั้ง ทำให้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่โดยรอบซากปรักหักพังพากันแตกตื่นเพราะแรงสั่น สะเทือน

          อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานเมื่อวันที่ 15 มกราคม ตามเวลาท้องถิ่น ว่า เด็กชายเรดเจสัน ฮอสทีน โคลด วัยเพียง 2 ขวบ รอดชีวิตราวปาฏิหาริย์ จากเหตุแผ่นดินไหวรุนแรง ระดับ 7 ริกเตอร์ ที่กรุงปอร์โตแปร็งซ์ ประเทศเฮติ โดยเด็กน้อยได้รับการช่วยเหลือจากบ้าน ที่พังทลายลงมา จากนักกู้ภัยชาวเบลเยียมและสเปน ซึ่งเด็กชายติดอยู่ภายในซากถึง 2 วัน และยิ้มด้วยความดีใจเมื่อพบหน้าแม่และพ่อที่มารอรับ

          อย่างไรก็ตาม เมื่อวันศุกร์​ ที่ 15 มกราคม ตามเวลาท้องถิ่น ศูนย์สำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ รายงานว่า ได้เกิดแผ่นดินไหว ระดับ 5.6 ริกเตอร์​ ทางตะวันออกของประเทศเวเนซุเอลา ศูนย์กลางอยู่ห่างจากเมืองคารูพาโน ประมาณ 25 ไมล์ ใกล้กับชายฝั่งทะเลแคริบเบียน ไปทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ และอยู่ลึกลงไปประมาณ 7 ไมล์

เฮติ

แผ่นดินไหวที่เฮติ

เฮติ

หนูน้อยที่ได้รับการช่วยเหลือ จากเหตุการณ์ แผ่นดินไหวที่เฮติ


          ขณะที่สถานการณ์หลังจากเกิดแผ่นดินไหวในประเทศเฮติ นางลอร่า บราวน์ โฆษกหญิงของสำนักงานบริหารการบินแห่งชาติของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ทางการเฮติได้แจ้งระงับการขึ้นลงของเครื่องบินที่ท่าอากาศยานนานาชาติ ในกรุงปอร์โตแปรงซ์ เป็นการชั่วคราว  เพราะท่าอากาศยานเต็ม มีเครื่องบินทหาร 1 ลำกับเครื่องบินพลเรือน 10 ลำต้องบินวนเหนือท่าอากาศยานเพื่อรอคิวลงจอด ขณะที่หอควบคุมการบินก็เสียหายจากแผ่นดินไหว ทำให้สหรัฐต้องระงับการส่งเครื่องบินและความช่วยเหลือให้กับเฮติเป็นการชั่วคราว

         เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ความช่วยเหลือประเทศเฮติจากนานาชาติล่าช้าออกไป ขณะที่ประชาชนชาวเฮติจำนวนมากยังถูกฝังอยู่ใต้ซากปรักหักพังของอาคารที่พังทลายจากแผ่นดินไหว  ซึ่งคาดว่ายอดผู้เสียชีวิตอาจสูงถึงหนึ่งแสนคน และอีก 3 ล้านคนกำลังรอความช่วยเหลือ

         อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า การให้ความช่วยเหลือล่าช้าจากรัฐบาลเฮติ สร้างความโกรธแค้นและสิ้นหวังจากผู้ประสบภัยมากขึ้นเรื่อย ๆ ประชาชนหลายแสนคนต้องใช้ชีวิตอยู่กลางแจ้ง ขาดแคลนสาธารณูปโภค รวมทั้งอาหารและน้ำ ส่วนบรรยากาศรอบ ๆ เต็มไปด้วยกลิ่นซากศพอบอวลไปทั่วเมือง   

         นอกจากจะหวั่นต่อภัยแผ่นดินไหวที่อาจเกิดขึ้นอีกแล้ว ประชาชนหลายยังต้องหวาดกลัวกับภัยการปล้นสดมภ์และเสียงปืนดังเป็นระยะๆ อีกด้วย

         ทั้งนี้ประชาชนชาวเฮติบางส่วน ต้องใช้มือเปล่าในการให้ความช่วยเหลือผู้ที่ติดอยู่ในซากอาคาร ที่ยังกรีดร้องและส่งเสียงครางขอความช่วยเหลือ พวกเขามองเห็นเครื่องบินจำนวนมากบนท้องฟ้า และได้ข่าวจากวิทยุว่าจะมีความช่วยเหลือจากนานาชาติ แต่ยังไม่เห็นสักที ทั้งที่เวลาผ่านไปกว่า 48 ชั่วโมงแล้ว

         

แผ่นดินไหวเฮติ

แผ่นดินไหวที่เฮติ

 

แผ่นดินไหวเฮติ

แผ่นดินไหวที่เฮติ

 

         ก่อนหน้านี้สำนักข่าวเอพี เอเอฟพีและรอยเตอร์รายงานว่า เกิดเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงขึ้นที่สาธารณรัฐเฮติ ซึ่งตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของเกาะฮิสปันโยลา ในทะเลแคริบเบียน ส่วนหนึ่งของทวีปอเมริกา เมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. ของวันที่ 12 มกราคม ตามเวลาท้องถิ่น หรือเกือบตี 5 ของวันที่ 13 มกราคม ตามเวลาในไทย โดยวัดแรงสั่นสะเทือนได้ถึง 7 ริกเตอร์ โดยมีศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ห่างจากกรุงปอร์โตแปรงซ์ เมืองหลวงของเฮติ ไปทางตะวันตกเฉียงใต้ราว 16 กิโลเมตร และลึกลงไปใต้ดินราว 10 กิโลเมตร

         แรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหว ส่งผลให้ทำเนียบประธานาธิบดี ที่ทำการกระทรวงต่าง ๆ ตลอดจนที่ทำการขององค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ในกรุงปอร์โตแปรงซ์ พังถล่ม รวมทั้งอาคารบ้านเรือนได้รับความเสียหายจำนวนมาก และยังไม่ทราบชะตากรรมของเจ้าหน้าที่ ที่เชื่อว่าติดอยู่ภายใต้ซากอาคารเหล่านี้ โดยคาดว่าจะมีผู้เสียชีวิตหลายหมื่นคน และอาจจะมีผู้เสียชีวิตมากถึงแสนคน ทั้งนี้แผ่นดินไหวครั้งนี้ ถือเป็นแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงที่สุดในรอบ 200 ปีของเฮติ นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2313 และยังเกิดอาฟเตอร์ช็อกอย่างรุนแรงตามมาอีกถึง 24 ครั้ง วัดแรงสั่นสะเทือนได้ 5.9, 5.5 และ 5.1 ริกเตอร์


แผ่นดินไหวเฮติ

แผ่นดินไหวที่เฮติ

 

         ขณะที่ นายฌอง ลุค มาร์ตินาจ โฆษกขององค์การกาชาดสากลและสมาคมเสี้ยววงเดือนแดง หรือ ICRC แถลงที่นครเจนีวาของสวิตเซอร์แลนด์เมื่อวันพฤหัสบดี คาดว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหวขนาด 7.0 ริกเตอร์ในกรุงปอร์โตแปรงซ์ ประเทศเฮติ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา น่าจะอยู่ที่ระหว่าง 45,000-50,000 คน

         ทางด้านนางโบแลตต์ อาซอร์ ชาร์ล เอกอัครราชฑูตเฮติ ประจำสเปน กล่าวต่อที่ประชุม เพื่อแสดงการสนับสนุนผู้ประสบภัยชาวเฮติที่กรุงมาดริดในวันเดียวกันว่า อาจต้องใช้เวลาอย่างน้อย 8 วันกว่าประเมินยอดผู้เสียชีวิตแท้จริงได้ เพราะพบศพเพิ่มมากขึ้นทุกวัน เธอกล่าวด้วยว่า การประเมินยอดผู้เสียชีวิตว่าอาจสูงกว่าแสนคนของนายกรัฐมนตรีฌอง แม็ก เยลเลอรีฟ เป็นการประเมินจากสภาพความเสียหายและจำนวนความหนาแน่นของประชากร ในกรุงปอร์โตแปรงซ์

         ทางด้านนายบัน คี มูน เลขาธิการสหประชาชาติเปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่กู้ภัยสามารถช่วยชีวิต ยามรักษาการณ์คนหนึ่งออกมาจากซากอาคารกองบัญชาการใหญ่สูง 5 ชั้นของสหประชาชาติในกรุงปอร์โตแปรงซ์ ที่พังทลาย ซึ่งเป็นปาฏิหาริย์เล็ก ๆ

         ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตของเจ้าหน้าที่สหประชาชาติที่ยืนยันแล้วมี 36 คน และสูญหายเกือบ 200 คน นอกจากสหประชาชาติ จนถึงปัจจุบัน มี 10 ประเทศที่รายงานว่า
มีผู้เสียชีวิตหรือสูญหายในเฮติ รวมทั้งแคนาดาที่ยืนยันผู้เสียชีวิต 3 คน สูญหาย 5 คน , คอสตาริก้าสูญหาย 5 คน ฝรั่งเศสเสียชีวิต 2 คน สูญหายหลายคน, อิตาลีสูญหายประมาณ 100 คน ขณะที่เม็กซิโกติดต่อกับพลเมืองของตนที่อาศัยอยู่ที่เฮติได้ 40 คน จากทั้งหมด 80 คน ส่วนสหรัฐฯ ยืนยันผู้เสียชีวิต 1 คน สูญหาย 3 คน ขณะที่สถานฑูตติดต่อกับชาวอเมริกันได้เกือบ 1000 คน แต่ประเมินว่ามีชาวอเมริกันประมาณ 45,000 คนอยู่ที่เฮติ

แผ่นดินไหวเฮติ

แผ่นดินไหวที่เฮติ

 

         ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า แผ่นดินไหวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 16.53 น. ของวันอังคารตามเวลาท้องถิ่น และสั่นสะเทือนต่อเนื่องนานกว่า 1 นาที หลังจากนั้นไม่นาน กลุ่มควันสีขาวซึ่งเกิดจากผงฝุ่นจากอาคารที่พังถล่มลงมา ได้ปกคลุมท้องถนนในกรุงปอร์โตแปรงซ์จนมืด เพราะแรงแผ่นดินไหวทำให้สายไฟขาด จึงไม่มีไฟฟ้าตามถนน ตึกรามบ้านช่อง ทำให้การกู้ภัยเป็นไปอย่างลำบาก ขณะที่สถานการณ์ในเมืองเต็มไปด้วยความสับสนวุ่นวาย ผู้ที่รอดชีวิตต่างวิ่งวุ่นตามหาญาติ ๆ ของตัวเอง และมีเสียงไซเรนดังไปทั่วเมือง

 

แผ่นดินไหวเฮติ

แผ่นดินไหวที่เฮติ


         โดยนายกรัฐมนตรี ฌอง-แมกซ์ เบลเลอรีฟ ของเฮติ ให้สัมภาษณ์ผ่านสถานีซีเอ็นเอ็นว่า อาจมีประชากรกว่า100,000 คนเสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้ 

         "ผมเชื่อว่าผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งนี้ จะมีมากกว่า 100,000 คน แต่ผมก็ไม่อยากให้มันเกิดขึ้นจริง และได้แต่หวังว่าประชาชนจะหนีออกมาทัน ในระหว่างเกิดแผ่นดินไหวและมีตึกหลายแห่งถล่มลงมานั้น เราคาดว่ามีประชาชน อยู่ตามท้องถนนจำนวนมาก" นายกรัฐมนตรีเฮติ กล่าวถึงเหตุแผ่นดินไหวในเฮติ

 

แผ่นดินไหวเฮติ

แผ่นดินไหวที่เฮติ


         ขณะที่ประธานาธิบดี เรเน พรีวาล ของเฮติ กล่าวว่า ผู้เสียชีวิตมีจำนวนหลายพันคน ขณะที่สภาพเมืองหลวงถูกทำลายย่อยยับ อาคารรัฐสภา สำนักงานสรรพากร โรงเรียน และโรงพยาบาลพังถล่มลงมา ในโรงเรียนหลายแห่งมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีรายงานหลายกระแสว่า เรือนจำแห่งสำคัญ ในกรุงปอร์โตแปรงซ์ได้รับความเสียหาย และมีนักโทษหลบหนีออกไปได้

         รายงานข่าวระบุอีกว่า แรงสั่นสะเทือนจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้รับรู้ได้ถึงสาธารณรัฐโดมินิกัน ประเทศเพื่อนบ้านที่มีชายแดนติดกับเฮติ และอยู่บนเกาะฮิสปันโลยาเช่นกัน แต่ไม่มีรายงานความเสียหายใด ๆ เกิดขึ้น เช่นเดียวกับฝั่งตะวันออกของคิวบาที่รับรู้ได้แรงสั่นสะเทือน แต่ไม่มีรายงานความเสียหายเกิดขึ้นเช่นกัน

 

แผ่นดินไหวเฮติ

แผ่นดินไหวที่เฮติ


         อย่างไรก็ตาม จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ขณะนี้นานาประเทศต่างประกาศให้ความช่วยเหลือแล้ว โดยเยอรมนีให้เงินช่วยเหลือ 1 ล้านยูโร (กว่า 47 ล้านบาท) ในทันที ขณะที่อังกฤษ ฝรั่งเศส ไต้หวัน ส่งคณะเจ้าหน้าที่ไปให้ความช่วยเหลือแล้ว เช่นเดียวกับบราซิลที่จัดส่งอาหารหลายตันไปให้ รวมทั้งส่งรัฐมนตรีกลาโหมลงพื้นที่ด้วย เนื่องจากพบเจ้าหน้าที่รักษาสันติภาพบราซิล อย่างน้อย 11 คนเสียชีวิต ขณะที่แคนาดาส่งทีมไปสำรวจความต้องการของผู้รอดชีวิตแล้ว และจะส่งทีมกู้ภัยและสิ่งของบรรเทาทุกข์ตามไปภายหลัง ส่วนคิวบาได้ส่งแพทย์ไปช่วยเหลือแล้ว 30 คน

         ด้าน นายบารัค โอบาม่า ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกคำสั่งให้หน่วยบรรเทาทุกข์ของสหรัฐฯ เข้าช่วยเหลือในทันที พร้อมกับเรือลำหนึ่งของหน่วยยามฝั่งสหรัฐฯ ได้เดินทางถึงนอกชายฝั่งเฮติแล้ว เพื่ออพยพผู้คนบางส่วนที่ได้รับบาดเจ็บ โดยล่าสุด  สหรัฐฯ ได้ส่งกองกำลัง 10,000 นาย เข้าไปช่วยเหลือ ซึ่งคาดว่าจะเดินทางไปถึงวันจันทร์ ทั้งนี้ คาดว่าจะมีผู้เสียชีวิตประมาณ 50,000 - 100,000 คน

         ขณะที่ นางฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐฯ ได้ยกเลิกกำหนดการเยือนประเทศที่เหลือในเอเชีย และเดินทางกลับกรุงวอชิงตัน เพื่อบัญชาการความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยในเฮติแล้ว

         ทางด้านสหประชาชาติ นายบัน คี มูน เลขาธิการสหประชาชาติ กล่าวว่า แผ่นดินไหวได้สร้างความหายนะครั้งใหญ่ พร้อมเรียกร้องให้ประชาคมนานาชาติเร่งให้ความช่วยเหลือเฮติ และสหประชาชาติประกาศให้เงินช่วยเหลือในการบรรเทาทุกข์ขั้นต้น มูลค่า 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 330 ล้านบาท) โดยเงินจำนวนนี้มาจากกองทุนฉุกเฉินของสหประชาชาติเอง

 

แผ่นดินไหวเฮติ

แผ่นดินไหวที่เฮติ


         สำหรับธนาคารโลก (เวิลด์แบงค์) ระบุจะให้เงินช่วยเหลือฉุกเฉินกับเฮติ มูลค่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3,300 ล้านบาท) เพื่อฟื้นฟูสภาพบ้านเมือง และยังได้ส่งผู้เชี่ยวชาญการทำงานเข้าไปประเมินความเสียหาย และช่วยลำดับความสำคัญในสิ่งที่ต้องทำก่อนและหลัง เช่นเดียวกับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ที่ระบุว่า พร้อมจะให้การช่วยเหลือกับเฮติอย่างเร็วที่สุด

         ขณะที่เจ้าหน้าที่องค์การกาชาดสากล ซึ่งไปถึงที่เกิดเหตุแล้วบอกว่า ระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ทั้งโทรศัพท์ ไฟฟ้า น้ำประปา ตลอดจนการรักษาพยาบาลในเมืองหลวงของเฮติตอนนี้ใช้การไม่ได้เลย พร้อมกับประเมินว่าจะมีผู้ได้รับผลกระทบร่วม 3 ล้านคน

         ทางด้านประเทศไทย กระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า ขณะนี้พบว่า คนไทย 4 คน ที่อาศัยอยู่ในเฮติ ปลอดภัยดี ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศจะได้พยายามหาทางติดต่อ เพื่อให้ความช่วยเหลือต่อไป นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศ ได้อนุมัติเงินจำนวน 20,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ จากงบประมาณการให้ความช่วยเหลือแก่มิตรประเทศที่ประสบภัยพิบัติ เพื่อให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้นแก่ผู้ประสบภัยในเฮติในนามรัฐบาลไทย ขณะที่นายกรัฐมนตรี ก็จะมีสารแสดงความเสียใจถึงนายกรัฐมนตรีเฮติต่อโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นเช่นกัน 

 

แผ่นดินไหวเฮติ

แผ่นดินไหวที่เฮติ


         ทางด้าน นายสมิทธ ธรรมสโรช อดีตประธานกรรมการอำนวยการเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ อธิบายถึงสัญญาณผิดปกติจากเกิดแผ่นดินไหวที่สาธารณรัฐเฮติว่า เคยมีนักวิทยาศาสตร์ที่คิดแตกต่างกัน มองว่าการเกิดแผ่นดินไหวบนโลกทุกวันนี้เกิดจากการสะสมพลังงานจากใจกลางโลก และนอกโลก ซึ่งเป็นพลังงานที่ปลดปล่อยมาจากระบบสุริยะ คล้ายกับปรากฏการณ์ในภาพยนตร์เรื่อง "2012 วันสิ้นโลก" ที่เกิดการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกอย่างรุนแรง เนื่องจากความผิดปกติของการเคลื่อนตัวของระบบสุริยะ ที่สร้างแรงกระตุ้นให้ดาวเคราะห์ต่าง ๆ รวมถึงโลก โดยการปลดปล่อยพลังงานแสง พลังงานสนามแม่เหล็ก มายังดาวเคราะห์หลายดวง กระทั่งเกิดการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ แสงสว่าง ทำให้โลกได้รับสนามแม่เหล็กจากการเกิด "พายุสุริยะ" หรือ "จุดดับ" ก็ส่งพลังงานจากภายนอกเข้ามามีผลต่อการเคลื่อนไหวของเปลือกโลกได้

         "ส่วนตัวผมเชื่อว่ามันเป็นไปได้ ที่โลกได้รับพลังงานจากระบบสุริยะ หรือจักรวาลอื่น ๆ ซึ่งมีผลต่อการเคลื่อนตัวของเปลือกโลก อย่างกรณีที่เฮติก็เชื่อว่า เกิดจากการเรียงตัวของดาวเคราะห์ในระบบสุริยจักรวาล ที่กระตุ้นให้ดวงอาทิตย์เกิดสันดาป ปลดปล่อยสนามแม่เหล็กมาสู่โลก" นายสมิทธ กล่าว

แผ่นดินไหวเฮติ

แผ่นดินไหวที่เฮติ


         สำหรับประเทศเฮติ มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า สาธารณรัฐเฮติ (Republic of Haiti) เป็นประเทศหนึ่งในทวีปอเมริกาเหนือ ตั้งอยู่บนเกาะฮิสปันโยลา ในทะเลแคริบเบียน โดยประเทศเฮติ แบ่งครึ่งเกาะฮิสปันโยลากับสาธารณรัฐโดมินิกัน มีพื้นที่ 27,750 ตารางกิโลเมตร มีกรุงปอร์โตแปรงซ์ เป็นเมืองหลวง และมีประชากรราว 9 ล้านคน มีภาษาฝรั่งเศส และภาษาครีโอลเฮติ เป็นภาษาราชการ และใช้เงินสกุล กูร์ด (HTG) ปัจจุบันมีนายเรเน พรีวาล เป็นประธานาธิบดี และมีนายกรัฐมนตรี ชื่อฌอง-แมกซ์ เบลเลอรีฟ

         ทั้งนี้ ประเทศเฮติ เคยเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส ก่อนได้รับเอกราชในปี พ.ศ.2347 และใช้ชื่อว่าประเทศเฮติ ซึ่งถือเป็นประเทศที่ 2 ในทวีปอเมริกา ที่ได้รับเอกราช รองจากสหรัฐอเมริกา และประเทศเฮติ ยังเป็นสาธารณรัฐเอกราชของคนผิวดำแห่งแรกของโลกอีกด้วย แต่อย่างไรก็ตาม ประเทศเฮติ ถือเป็นประเทศที่ยากจนที่สุดในทวีปอเมริกาเหนือ 

         นอกจากนี้ ประเทศเฮติ ต้องเผชิญกับภัยครั้งรุนแรงหลายครั้งในรอบไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยเมื่อปี พ.ศ. 2551 ได้เกิดเฮอริเคน 3 ลูก และพายุโซนร้อนอีก 1 ลูกถล่ม ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 793 คน สูญหายอีกกว่า 300 คน และในปีเดียวกันนั้นยังเกิดการจลาจล เนื่องจากประชาชนลุกฮือที่ไม่พอใจกับราคาอาหารที่เพิ่มสูงขึ้นเป็นอย่างมาก จนล่าสุดได้เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 200 ปีของเฮติ เมื่อวันที่ 12 มกราคมที่ผ่านมา (ตามเวลาท้องถิ่น)

 

แผ่นดินไหว สึนามิ

แผ่นดินไหวที่เฮติ


         นอกจากนี้ เว็บไซต์ ไทม์ส ออนไลน์ ได้สรุปเหตุการณ์ภัยธรรมชาติครั้งใหญ่ ทั้งแผ่นดินไหว และสึนามิ ที่เกิดขึ้นหลายครั้งทั่วโลก ตั้งแต่ศตวรรษที่ 21 เป็นต้นมา ดังลำดับเหตุการณ์ต่อไปนี้


 26 มกราคม ค.ศ.2001 (พ.ศ.2544)

         เกิดแผ่นดินไหวใหญ่ในรัฐกุจราชทางตะวันตกของประเทศอินเดีย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 25,000 คน บาดเจ็บ 166,000 คน

 26 ธันวาคม ค.ศ.2003 (พ.ศ.2546)

         เกิดแผ่นดินไหว 6.7 ริกเตอร์ ที่เมืองบาม ประเทศอิหร่าน มีผู้เสียชีวิต 31,884 คน บาดเจ็บ 18,000 คน

 26 ธันวาคม ค.ศ.2004 (พ.ศ.2547)

         แผ่นดินไหว 9.1 ริกเตอร์ใต้ท้องทะเลบริเวณเกาะสุมาตรา ส่งผลให้เกิดสึนามิใหญ่ขึ้นกับหลายประเทศบริเวณมหาสมุทรอินเดีย (รวมทั้งประเทศไทย) จนคร่าชีวิตผู้คนไปถึง 220,000 คน และเฉพาะประเทศอินโดนีเซียแห่งเดียวก็มีผู้เสียชีวิต 168,000 คน

 28 มีนาคม ค.ศ.2005 (พ.ศ.2548)

         เกิดแผ่นดินไหว 8.6 ริกเตอร์ที่เกาะเนียส ประเทศอินโดนีเซีย มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 900 คน

 8 ตุลาคม ค.ศ.2005 (พ.ศ.2548)

         เหตุการณ์แผ่นดินไหว 7.6 ริกเตอร์บริเวณพรมแดนด้านตะวันตกเฉียงเหนือของปากีสถาน และเขตการปกครองของปากีสถานในรัฐแคชเมียร์ คร่าชีวิตผู้คนไป 75,000 คน และมีคน 3.5 ล้านรายไร้ที่อยู่อาศัย

 27 พฤษภาคม ค.ศ.2006 (พ.ศ.2549)

         เกิดแผ่นดินไหว 6.3 ริกเตอร์ในเขตยอกยาการ์ต้า ประเทศอินโดนีเซีย มีผู้เสียชีวิต 6,000 ราย และอีก 1.5 ล้านคนไร้ที่อยู่อาศัย

 17 กรกฎาคม ค.ศ.2006 (พ.ศ.2549)

         แผ่นดินไหว 7.7 ริกเตอร์ใต้ท้องทะเลบริเวณเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย ได้ก่อให้เก