อาจารย์ออตท่านเขียนเรื่อง "ความสุขเล็ก ๆ
ที่เชียงใหม่มีให้ผม 2(เพื่อนของเพื่อนของเพื่อนของ และ
ภรรยาของเพื่อนของเพื่อน)" ทำให้ผู้เขียนได้ข้อคิดว่า
สังคมตะวันตก-ตะวันออกมีอะไรต่างกันหลายอย่าง...
อาจารย์ออตท่านไปเชียงใหม่ ฝรั่งที่ท่านทำงานด้วยไม่เข้าใจว่า ทำไมคนไทยถึงได้ให้ความช่วยเหลือเพื่อนของเพื่อนๆๆๆ... หลายทอดราวกับเป็นปฏิกริยาลูกโซ่แห่งมิตรภาพ (chain reaction of friendship)
- ผู้เขียนได้ข้อคิด จึงพิมพ์ข้อคิดเห็นลงไปอย่างนี้...
- เท่าที่ทราบ... สังคมไทยเป็นสังคม "ขยาย (extended society)"
คนไทยมักจะมองว่า คนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตมักจะมี...
-
1). ครอบครัวขยาย (extended family) นิยมให้บ้านญาติอยู่ใกล้ๆ กัน หรือไปมาหาสู่กันได้
2). เครือญาติขยาย (extended relatives) นิยมญาติเยอะ
3). เครือข่ายเพื่อน (extended friends) นิยมมีเพื่อนเยอะ และนิยมเครือข่ายเพื่อน (friend network)
4). มีความสุขจากการให้ (happiness in giving) คนไทยเชื่อในเรื่องกรรม (karma) และเชื่อในเรื่องอานิสงส์ (benefit / กำไร) จากการให้
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงอานิสงส์แห่งการให้ทานว่า
ทานย่อมนำอานิสงส์คือ
-
1). อายุ (lengevity / อายุยืน)
2). วรรณะ (ผิวพรรณดี ดูดี / well looking)
3). สุขะ (happiness)
4). พละ (กำลัง / physical power)
5). ปฏิภาณ (สติปัญญา / intellect)
อานิสงส์นี้... ถ้าให้
-
1). สัตว์เดรัจฉานยังได้อย่างละ 100 คูณด้วย 5 เป็น 500
2). คนไม่มีศีล (คนเลว) ได้ 1,000 ชาติ
3). คนมีศีล ได้ 100,000 ชาติ
4). คนที่ได้ฌานนอกพระพุทธศาสนา ได้แสนโกฏิชาติ = 1 Giga (1 จิ๊ก) = 1 ล้านล้านชาติ
5). ถ้าเป็นผู้ถึงพระรัตนตรัย มีอุบาสก อุบาสิกาขึ้นไป นับประมาณชาติไม่ได้
แนวคิดเรื่อง "กรรม (karma)" น่าจะมีส่วนทำให้คนไทยไม่ค่อยคิดว่า ให้แล้วต้องได้รับกลับมา หรือทำให้คนไทยมีความสุขจากการให้
Steven Covey คนที่เขียนเรื่อง "นิสัยแห่งประสิทธิผล 7 อย่าง" ท่านว่า คนเรามีพัฒนาการ 3 ระดับ...
-
1). Dependence:
ช่วยตัวเองไม่ได้ เช่น ทารก เด็กเล็ก ฯลฯ ผู้ใหญ่บางคนก็ยังพึ่งตนเองไม่ได้ ขอพ่อแม่กิน(แม้จะโตแล้ว) ต้องให้คนอื่นเลี้ยง โกงกินแรงคนอื่น นับว่า อยู่ในขั้น (1) คล้ายๆ กัน ผู้ใหญ่ที่โตไม่เป็นจะเกิดภาวะ "ไม่รู้จักโต" มีความสุขจากการรับ (happiness in receiving)" ลูกเดียว -
2). Independence:
ช่วยตัวเองได้ เช่น ผู้ใหญ่ ฯลฯ ฝรั่งจะเน้นเรื่องนี้มาก พออายุ 18 ปีเขาถือว่า ต้องช่วยเหลือตัวเอง ไม่เป็นภาระกับใคร และ(มักจะ)ไม่ช่วยใครด้วย สังคมฝรั่งมักจะโตถึงระดับที่ (2) ทำให้เกิดภาวะ "ตัวใครตัวมัน" มีความสุขจากการช่วยเหลือตัวเอง (happiness in independence) -
3). Interdepend (being connected):
ช่วยตัวเองได้ สร้างเครือข่ายไปช่วยเหลือคนอื่น และช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เกิดเป็น "ชุมชนแห่งความช่วยเหลือเกื้อกูล (mutual community)"
ทีนี้ถ้าดูความสุข (happiness)....บ้าง
-
1). ผู้ใหญ่ dependence หรือ "ผู้ใหญ่ใจเด็ก / ไม่รู้จักโต" เน้นความสุขจากการรับ (happiness in receiving) เน้นเสพทุกอย่าง ไม่ค่อยสนใจศีลธรรม คนไทยและคนตะวันออกจำนวนมากติดอยู่ที่ขั้นนี้
-
2). ผู้ใหญ่ independence หรือ "ผู้ใหญ่ตัวใครตัวมัน" เน้นความสุขจากการช่วยเหลือตัวเอง (happiness in independence) เน้นรวย เน้นเสพทุกอย่าง สนใจศีลธรรมเหมือนกัน ทว่า... แห้งแล้ง ไม่ช่วยใคร เมื่อถึงคราวตกอับก็ไม่มีใครช่วย เกิดโรคซึมเศร้า (depression) และโรคเหงา (loneliness) ระบาดไปทั่วโลก ฝรั่ง คนตะวันตก และคนเมืองใหญ่ (urbanized citizens) มักจะติดอยู่ขั้นนี้
-
3). ผู้ใหญ่ใจกว้าง หรือผู้ใหญ่ที่แท้จริง (interdepend / interconnected / mutual adults) มีความสุขทั้งจากการให้(อะไรดีๆ) และรับ(อะไรดีๆ) อยู่แบบเศรษฐกิจพอเพียง เชื่อมั่นในศีลธรรม จรรยาบรรณ มีจิตใจแห่งความเป็นครู มีมิตรภาพ มีความสุขจากจิตใจที่แผ่ขยายออกไป (เมตตา กรุณา)
ตัวอย่างครูบาอาจารย์หลายๆ ท่านมีจิตใจใหญ่ มองไกล ใฝ่สูง(ขอยืมสำนวนท่านพระธรรมปิฎก - ปยุต ปยุตโต) เช่น ท่านอาจารย์ JJ ฯลฯ
ท่านเหล่านี้ดำรงอยู่คล้ายคำสอนของเล่าจื้อ (เต๋า) ที่ว่า "สอนโดยไม่ต้องสอน" เป็นแบบอย่างของคนรุ่นหลังทีเดียว
-
ขอขอบคุณอาจารย์ออตอีกครั้งหนึ่ง...
แลกเปลี่ยนเรียนรู้ (ลปรร.) กันทางบล็อกทำให้ผู้เขียนคิดถึงคุณตูน... คุณตูนมีเชื้อสายอีสาน แต่งงานกับชาวสวิตเซอร์แลนด์ ทว่า... บ้านคุณพ่อคุณแม่ท่านอยู่เชียงใหม่
คุณตูนมีบ้านอย่างดีในสวิตเซอร์แลนด์ ดินแดนที่ไม่ไผก็ไผ(ไม่ใครก็ใคร)ต่างพากันตั้งใจจะไปเที่ยวไห้ได้... ข่าวว่า สวยมาก ทว่า... ผู้เขียนไม่เคยไปดอก กระจอกอย่างผู้เขียนได้แต่ไปทำบุญที่กัมพูชา พม่า อินเดีย และเนปาล
ทว่า... คุณตูนบอกอยู่ที่นั่นนานบ่ได้ดอก(ไม่ได้หรอก) ลูกโตมาก ตั้ง 8 ขวบแล้ว อีกไม่นานจะถึง 18 (ปี) เขาก็จะมีชีวิตอิสระตามแบบของเขาเอง ปีหนึ่งอาจจะมาเยี่ยมแด้ด(พ่อ) หรือมาเยี่ยมแม่สักครั้ง เช่น ตอนคริสตมาสต์อะไรทำนองนี้ ฯลฯ
ชีวิตอย่างนี้ตูนไม่ชอบ... ท่านว่าอย่างนั้น เลยต้องมาหาที่(สารภี เชียงใหม่)ไว้ปลูกบ้าน มาอยู่ใกล้ๆ คุณพ่อ คุณแม่ คุณญาติที่เจียงใหม่(เชียงใหม่)
ถึงไม่มีแม้ตเต้อฮอร์น(ภูเขายอดแหลมชื่อดังในสวิตฯ)... บ้านเราก็มีดอยสุเทพ บนดอยมีพระธาตุดอยสุเทพที่มีพระบรมสารีริกธาตุไว้กราบกราน
สวิตฯ น่ะน่าอยู่ถ้าอยู่ไม่นาน ถ้าอยู่นาน... บ้านเราน่าอยู่กว่าเยอะเลย
ที่มา:
-
ขอขอบคุณ
>>> ความสุขเล็ก ๆ ที่เชียงใหม่มีให้ผม 2(เพื่อนของเพื่อนของเพื่อนของ และ ภรรยาของเพื่อนของเพื่อน). บล็อก "เล้าข้าวศึกษา". อาจารย์ออต (สำรวย เย็นเฉื่อย). 1 มิ.ย. 22:51:15 2006
>>> โปรดคลิกที่นี่ [[[[[ Click ]]]]]
-
ขอขอบคุณ
>>> เชิญชมภาพภูเขามาตเทอร์ฮอร์น สวิตเซอร์แลนด์ (ภาพใหญ่) ต้นฉบับจาก http://www.astro.umd.edu/~miller/images.html
เชิญชมสำเนาต้นฉบับจาก Google (ห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า)
>>> โปรดคลิกที่นี่ [[[[[ Click ]]]]] -
นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ จัดทำ > 2 มิถุนายน 2549 สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2549
>>> ยินดีให้นำไปใช้เพื่อประโยชน์สาธารณะได้ครับ...
ต่อไปคงจะต้องหาทางแทรกแอนิเมชั่น (animation) หน่อย เชยมานานครับ
1). สนใจ+รอบรู้ในวัฒนธรรมอีสาน...
ยุคนี้วัฒนธรรมอีสานมาแรง ใครอ่านบล็อกของอาจารย์จะได้เรียนรู้ศิลปะ วัฒนธรรม และภูมิปัญญาอีสานมากมาย
2). มองโลกในแง่ดี
3). สำนวนและวิธีเขียนมีลักษณะของนักเขียนอาชีพ... ครูภาษาไทยท่านสอนว่า คนที่จะเขียนเรื่องสั้นได้ดีต้องมีการหักมุม (turning point) ตอนท้าย บล็อกมีลักษณะหลายอย่างคล้ายเรื่องสั้น... ผมเองก็เรียนรู้อะไรหลายอย่างจากอาจารย์ออต
>>> [[[[[ โปรดคลิก ______ Click ]]]]]
อาจารย์ วัลลภคะ รบกวนอาจารย์ตอบข้อคิดเห็นที่หนู ถามไว้ใน Blog สุขภาพของอาจารย์ด้วยนะคะ บันทึก ดื่มนม อย่าพูดมาก รบกวนด้วยนะคะ
ครั้งแรกที่ตอบเครื่องคอมพิวเตอร์ขัดข้อง... หายไปเลย ตอบครั้งที่สองแล้วที่นี่...
<<<<<<<< โปรดคลิก >>>>>>>>
ขอขอบคุณอาจารย์ขจิต...
วันนี้ไปดาวน์โหลดมาแล้วครับ
ขอคารวะครูบาอาจารย์ทุกท่านบน Gotoknow ด้วยภาพนี้...
คนตะวันตก(ฝรั่ง)... นี่เขาฝึกการพึ่งพาตัวเองมาตั้งแต่เด็กๆ ทำให้เก่ง ช่วยเหลือตัวเองได้ (independent) ทว่า... เสี่ยงหงุดหงิด เศร้า เหงา ซึ่งเป็นโรคระบาดไปทั่วโลก
2). ทางเหนือนี่ไม่ทราบข้อมูล ดูจะมีหลายคู่ทีเดียว
คนไทยนี่... พระฝรั่ง (Robert ไม่ทราบนามสกุล) รูปหนึ่งที่วัดฌัมเย่ ย่างกุ้ง พม่า ท่านบอกว่า...
2). อาหารไทยฉัน(กิน)แล้วรู้สึกร่างกายไม่แข็งแรง สู้อาหารพม่าไม่ได้ สงสัยจะใช้สารเคมีมากไปหน่อย
3). แต่คนไทยมีความเป็นมิตรไมตรี (friendly) สูง ท่านว่าอย่างนั้น...
ด้วยความยินดีครับอาจารย์
ทดลองแล้วครับ แปลก ใหม่ เต็มไปด้วยรายละเอียด (categorized & uncategorized)ทำให้การจัดความรู้เป็นหมวดหมู่ดีขึ้นมาก น่าขอบพระคุณท่านอาจารย์จันทวรรณ และทีมงานจริงๆ…
ขอขอบคุณอาจารย์ขจิต ท่านผู้ให้ข้อคิดเห็น และท่านผู้อ่านทุกท่าน… กำลังลองของ(ใหม่)อยู่ครับ ตอนนี้ยังไม่เข้าใจวิธีทำ ระบบดูเหมือนจะ “แคบ” ลง การเข้าไปอ่านอะไรๆ โดยไม่ต้องลงทะเบียน (sign in) ดูยุ่งยากมาก คล้ายกับระบบมีลักษณะเป็น “ระบบปิด” มากขึ้น คนทั่วไปใช้งานยากขึ้น (decreased user-friendly)
พยายามทำอย่างที่อาจารย์ขจิตแนะนำแล้ว… ทำไม่ได้ครับ
อาจารย์กำลังจะบอกอะไรกับสังคม…หรือเปล่าค่ะ