หลังวิ่งออกกำลังที่ชายหาดเจ้าสำราญ จิตใจเบิกบานเต็มที่ เช้าวันที่ ๒๓ ธ.ค. ๕๒ ผมเสนอแนะในวงอาหารเช้า ว่าควรใช้ KM อย่างง่าย ในโรงเรียนอย่างไร
ใช้ KM ๒ - ๓ ชั้นครับ คือวง KM นักเรียน ประสานกับวง KM ครู และจะยิ่งดีถ้าจัดวง KM ผู้ปกครองได้ อย่าลืมว่าผู้ปกครองก็มีความสำคัญต่อการเรียนรู้ของลูกหลานของตนไม่น้อยไปกว่าครู
สมมติว่าเป้าหมายคือการอ่านของเด็ก
ผมมองว่าเราต้องเริ่มต้นที่คุณค่าของการอ่านต่อชีวิตในอนาคตของเด็ก คือเป้าหมายต้องไปไกลกว่าให้เด็กอ่านออก แต่ต้องให้เด็กสนุกในการอ่าน ซึ่งจะเพาะนิสัยรักการอ่านติดตัวไปตลอดชีวิต
ดังนั้น การวัดผลต้องไม่ใช่แค่ให้เด็กอ่านออก แต่ต้องวัดที่ความสนุกสนานของบรรยากาศในการเรียนด้วย ดังตัวอย่างเรื่องของครู Rafe ที่นี่ คือต้องวัดที่เสียงหัวเราะ และน้ำตาของเด็ก
KM ต้องเริ่มจากการหาความรู้จาก SS (Success Story) คือจากครูที่ได้ชื่อว่ามีผลงานในการเพาะนิสัยรักการอ่านให้เด็ก หาวิธีได้ชื่อได้ตัวครูเหล่านั้นมาจำนวนหนึ่ง เชิญมาตั้งวง ลปรร. กับครูคนอื่นๆ ให้ครูนักเพาะนิสัยรักการอ่านเล่าวิธีการของแต่ละท่าน แล้วสรุปรวบรวมไว้ ให้ครูในวงจับจุดปิ๊งเอาไปปรับใช้ แล้วกลับมา ลปรร. กันในวงครูของโรงเรียนสัปดาห์ละ ๑ ชั่วโมง ทำไปสัก ๑ เทอมแล้วร่วมกัน AAR ว่าเกิดผลอะไรบ้างต่อเด็ก และต่อการพัฒนาวิธีสอนของครู และจะปรับวง KM อย่างไรต่อ
วง KM เด็ก ทำโดยคัดเลือกเด็กที่อยู่ในชั้นเรียนของโครงการปรับปรุงการเรียนการสอนด้านการอ่าน กลุ่มหนึ่งเป็นเด็กที่ผลการเรียนเปลี่ยนแปลงดีขึ้นมาก กลุ่มที่ ๒ เปลี่ยนแปลงปานกลาง กลุ่มที่ ๓ เปลี่ยนแปลงน้อย เอามา ลปรร. กันอย่างเปิดใจว่ากิจกรรมการเรียนรู้ส่วนที่เกี่ยวข้องกับการอ่านนั้น ส่วนไหนที่ตนชอบ และทำให้สนุก อยากอ่านมากที่สุด เพราะอะไร ส่วนไหนที่ตนเองไม่ชอบ เบื่อ ไม่สนุก และทำให้เบื่อการอ่าน เพราะอะไร ตนอยากให้จัดการเรียนรู้แบบไหน ความรู้จากวงเด็กสำหรับเป็น feedback ให้ครูนำไปปรับรูปแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้ วงเด็กน่าจะจัด ๒ – ๓ สัปดาห์ต่อครั้ง โดยต้องมี “คุณอำนวย” ที่เด็กไว้ใจ ไม่กลัวที่จะพูดความรู้สึกของตนออกมาตรงๆ
วง KM พ่อแม่ ทำโดยเลือกพ่อแม่ที่ลูกชอบอ่านหนังสือ เชิญมาหลายๆ คู่ ถ้าได้คู่ที่ฐานะไม่ดีนักแต่ลูกชอบอ่านหนังสือยิ่งดี มาเล่าเคล็ดลับในการเลี้ยงลูกให้ชอบอ่านหนังสือ ให้แก่วง ลปรร. ที่มีทั้งครู และพ่อแม่คู่อื่นๆ มีการจดบันทึกเคล็ดลับเอาไว้ใช้และเผยแพร่ จัดปีละ ๑ – ๒ ครั้งก็น่าจะเพียงพอ
สุดยอดของวง KM คือมหกรรมอ่านหนังสือประจำอำเภอ/จังหวัด จัดประกวดนักอ่านรุ่นเยาว์ โดยมีคณะกรรมการออกแบบการประกวด ที่ทำงานล่วงหน้า ประกาศรับสมัครล่วงหน้านาน ๒ – ๓ เดือน เพื่อให้มีการเตรียมตัว (เป็นอุบายให้เด็กอ่านหนังสือ และให้พ่อแม่ส่งเสริมลูก) โดยเน้นที่การเล่าความสนุกของหนังสือที่อ่าน
ที่เขียนนี้เป็นเพียงแนวความคิด เวลาทำจริงสามารถใส่ลูกเล่นได้มากมาย
วิจารณ์ พานิช
๒๔ ธ.ค. ๕๒
ขอบคุณค่ะ สิ่งที่อาจารย์เสนอแนะมา มีประโยชน์มาก จะลองนำไปใช้ดูค่ะ