สิ่งที่ต่างไปอีกอย่างคือ หนูไม่ได้โกรธเคืองตนเองที่ไม่รู้ แต่ความรู้สึกที่ปรากฏขึ้น เป็นอาการเอ็นดูตนเอง กับการที่พยายามทำให้ดีที่สุดกับความสามารถที่มี แถมยังยิ้มกับคงามไม่รู้ของตนเองอย่างเบิกบานค่ะ

 

จากการต่อปั่นเกลียวความรู้ในตนเองกับบันทึกนี้  เมื่อต้องวาดรูปโครงสร้างของผิวใบล่าง

ฮ่า ๆ หนูมาพร้อมกับใจที่เบิกบานปนเอ็นดูตนเอง เรื่องของเรื่องมันมีอยู่ว่า เมื่อเช้าที่หนูพยายามวาดรูปนั้น หนูไม่ทราบว่ากล้องจุลทัศน์ที่หนูใช้มีคุณลักษณะพิเศษคือ "ลอกลายได้ด้วย"

 

เมื่อเช้าหนูวาดรูปไปสงสัยไปเพราะว่าจะต้องลงสเกลด้วย ว่าแต่ละส่วนขนาดเท่าใด เพราะตอนแรกหนูวาดจากความจำได้ของตนเองก็เลยได้รูปดังที่ปรากฏ

 

ตอนบ่าย ๆ เพื่อนที่ห้อง Lab เดินมาถามว่า"เป็นไงบ้าง" 

หนูอธิบายให้ฟังว่า ไม่แน่ใจเรื่องการลงสเกล คุยไปคุยมา เขาบอกว่า

"กล้องนี้มันมีคุณลักษณะพิเศษคือ เป็นคล้ายกล้องที่สามารถแสดงภาพให้ลอกลายได้"

หนูรู้สึกขอบคุณเพื่อนคนนี้มาก เหมือนเธอมาให้ทางสว่าง มาทำให้ความไม่รู้ของหนูหายไป เอ่ยขอบคุณเธอที่มาช่วยขจัดความโง่เขลาของหนู

 

 

แต่เธอก็อธิบายว่า สมัยเรียน หรือ เมื่อก่อนเขาก็วาดแบบที่ตัวเองทำนี่แหละ แต่เดี๋ยวนี้ดีขึ้น และลดความผิดพลาดที่เกิดจากตัวบุคคล

หนูได้เรียนรู้ว่า มีอะไรอีกหลายอย่างให้เราได้เรียนรู้ ใจหนูรู้สึกกระจ่างกับคำชี้แนะของเพื่อนท่านนี้มาก ๆ

เพราะอะไรนะ?

เพราะหนูได้ลงมือทำมาก่อนแล้ว รู้แล้วว่า ความยากเป็นเช่นใด ความไม่รู้เป็นเช่นใด พอเธอเดินมาอธิบายและสอนทำให้หนูเข้าใจอย่างเเจ่มแจ้ง ผลผลิต จึงปรากฏดังแสดงในภาพ

 

 

 

 

 ใจหนูเบิกบานกับการเรียนรู้

สิ่งที่ต่างไปอีกอย่างคือ หนูไม่ได้โกรธเคืองตนเองที่ไม่รู้ แต่ความรู้สึกที่ปรากฏขึ้น เป็นอาการเอ็นดูตนเอง กับการที่พยายามทำให้ดีที่สุดกับความสามารถที่มี แถมยังยิ้มกับความไม่รู้ของตนเองได้อย่างเบิกบาน

ขอบพระคุณนะคะ ที่ช่วยให้คำชี้แนะ และเปิดโอกาสให้ได้เรียนรู้ ขอบพระคุณครูที่ปลูกฝังนิสัยแห่งการเรียนรู้อย่างเบิกบาน