|
สมัยบาบิโลนและอียิปต์ |
|
|
|
ในสมัย ๕,๐๐๐ ปีมาแล้ว ชาวบาบิโลน (อยู่ในประเทศอิรักทุกวันนี้ และชาวอียิปต์รู้จักเขียนสัญลักษณ์แทนจำนวน รู้จักเลขเศษส่วน รู้จักใช้ลูกคิดบวก ลบ คูณ หารตัวเลข ความรู้เกี่ยวกับจำนวนได้นำมาใช้ในการติดต่อค้าขาย การเก็บภาษี การรู้จักทำปฏิทินและการรู้จักใช้มาตรฐานเกี่ยวกับเวลา เช่น ๑ ปีมี ๓๖๕ วัน ๑ วันมี ๒๔ ชั่วโมงมี ๖๐ วินาที ความรู้ทางเรขาคณิต เช่น การวัดระยะทาง การวัดมุม นำมาใช้ในการก่อสร้างและการรังวัดที่ดิน เขาสนใจคณิตศาสตร์ในด้านนำไปใช้ให้เป็นประโยชน์ได้เท่านั้นเปรียบเทียบตัวเลขของไทย กับตัวเลขของอียิปต์และบาบิโลน |
|
สมัยกรีกและโรมัน |
|
|
|
ในสมัย ๒,๐๐๐ ปีถึง ๒,๓๐๐ ปีที่แล้ว ชาวกรีกได้รับความรู้ทางคณิตศาสตร์จากชาวอียิปต์และชาวบาบิโลน ชาวกรีกเป็นนักคิด ชอบการใช้เหตุผล เขาเห็นว่าคณิตศาสตร์ไม่เป็นแต่เพียงเกร็ดความรู้ที่ใช้ให้เป็นประโยชน์ได้เท่านั้น เขาจึงได้วางกฎเกณฑ์ทำให้คณิตศาสตร์กลายเป็นวิชาที่มีเหตุผล มีการพิสูจน์ให้เห็นจริง เป็นวิชาที่น่ารู้ไว้เพิ่มพูนสติปัญญา นักคณิตศาสตร์ที่สำคัญในสมัยนี้ คือ เธลีส (Thales ประมาณ ๖๔๐-๕๔๖ ปี ก่อนคริสต์ศักราช) เป็นนักปรัชญานักคณิตศาสตร์ นักดาราศาสตร์ชาวกรีก เป็นคนแรกที่คำนวณหาความสูงของพีรมิดในอียิปต์โดยใช้เงา เขาได้ทำนายว่าจะเกิดสุริยคราสล่วงหน้าซึ่งได้เกิดขึ้นก่อนพุทธศักราช ๔๒ ปี รู้จักพิสูจน์ทฤษฎีบททางเรขาคณิต เช่น เส้นผ่านศูนย์กลางจะแบ่งครึ่งวงกลม มุมที่ฐานของรูปสามเหลี่ยมหน้าจั่วเท่ากัน และมุมในครึ่งวงกลมเป็นมุมฉาก เป็นต้น ปีทาโกรัส (Pythagoras ประมาณ ๕๘๐-๔๙๖ ปี ก่อนคริสต์ศักราช) นักคณิตศาสตร์ชาวกรีก เป็นผู้ริเริ่มตั้งโรงเรียนสอนวิชาคณิตศาสตร์และปรัชญา ปีทาโกรัสและศิษย์สนใจเรื่องราวของจำนวนมาก เขาคิดว่าวิชาการต่าง ๆ และการงานแทบทุกชนิดของมนุษย์ จะต้องมีจำนวนเข้ามาเกี่ยวข้องอยู่ด้วยเสมอ การเรียนรู้เรื่องของจำนวนก็คือการเรียนรู้เรื่องราวต่าง ๆ ของธรรมชาตินั่นเอง ยูคลิด (Euclid ประมาณ ๔๕๐-๓๘๐ ปี ก่อนคริสต์ศักราช) นักคณิตศาสตร์ชาวกรีก ได้รวบรวมเรขาคณิตขึ้นเป็นตำราที่มีชื่อเสียงมาก เป็นการวางพื้นฐานการเรียนเรขาคณิตโดยกล่าวถึงจุด เส้นและรูป เช่น รูปสามเหลี่ยมและวงกลม จากข้อความที่ยูคลิดถือว่าเป็นจริงแล้วประมาณ ๑๐ ข้อความ เช่น "มีเส้นตรงเพียงเส้นเดียวเท่านั้นที่ลากผ่านจุดสองจุดได้" เป็นต้น อาศัยการใช้เหตุผล ยูคลิดพบทฤษฎีบท (ข้อความที่พิสูจน์ได้ว่าเป็นจริง) ถึง ๔๖๕ ทฤษฎีบท ตำราของยูคลิดกล่าวถึงทฤษฎีบทและการพิสูจน์ทฤษฎีบทเหล่านี้ โดยเริ่มจากทฤษฎีบทที่ง่ายที่สุด และค่อย ๆ ยากขึ้นเป็นลำดับ นอกจากนี้ยูคลิดยังได้ศึกษาเกี่ยวกับจำนวนอีกด้วย อาร์คีมีดีส (Archimedes ประมาณ ๒๘๗-๒๑๒ ปี ก่อนคริสต์ศักราช) นักคณิตศาสตร์ นักฟิสิกส์ชาวกรีก สนใจการหาพื้นที่วงกลม ปริมาตรของทรงกระบอกและกรวย นักคณิตศาสตร์สมัยนี้รู้จักคำนวณอตรรกยะ เช่น (...) และ (...) (พาย) และสามารถคำนวณค่าโดยประมาณได้โดยใช้เศษส่วน อาร์คีมีดีสพบว่า มีค่าประมาณ ๒๒/๗ วิธีการหาค่า นำไปสู่การค้นพบวิชาแคลคูลัส นอกจากนี้อาร์ดีมีดีสเคยประดิษฐ์ระหัดทดน้ำ พบกฎการลอยตัวและกฎเกณฑ์ของคานงัดและได้นำไปใช้ในการสร้างเครื่องผ่อนแรงสำหรับยกของหนัก ส่วนชาวโรมัน สนใจคณิตศาสตร์ในด้านนำไปใช้ในการก่อสร้าง ธุรกิจและการทหาร ตัวเลขแบบโรมันเป็นดังนี้ เลขโรมัน I II III IV V VI VII VIII IX X C เลขฮินดูอารบิค ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๐๐ |
|
สมัยกลาง |
|
|
[ ขยายดูภาพใหญ่ ] |
(ประมาณ พ.ศ. ๑๐๗๒-๑๙๗๙) อาณาจักรโรมันเสื่อมสลายลงในปี พ.ศ. ๑๐๑๙ ชาวอาหรับรับการถ่ายทอดความรู้ทางคณิตศาสตร์จากกรีก ได้รับความรู้เรื่องจำนวนศูนย์ และวิธีเขียนตัวเลขแบบใหม่จากอินเดีย ตัวเลข ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๐ ที่เราใช้กันทุกวันนี้ จึงมีชื่อว่า ฮินดูอารบิค ชาวอาหรับแปลตำราภาษากรีกออกเป็นภาษาอาหรับไว้มากมาย ทั้งทางดาราศาสตร์ คณิตศาสตร์และแพทยศาสตร์ |
|
สมัยฟื้นฟูศิลปวิทยา |
|
|
[ ขยายดูภาพใหญ่ ] |
(ประมาณ พ.ศ. ๑๙๘๐-๒๑๔๓) สงครามครูเสดระหว่างชาวยุโรปกับชาวอาหรับ ซึ่งกินเวลาร่วม ๓๐๐ ปี สิ้นสุดลง ชาวยุโรปเริ่มฟื้นฟูทางการศึกษา และมีการก่อตั้งมหาวิทยาลัยกันขึ้น ชาวยุโรปได้ศึกษาวิชาคณิตศาสตร์จากตำราของชาวอาหรับ ในปี พ.ศ. ๑๙๘๓ คนรู้จักวิธีพิมพ์หนังสือ ไม่ต้องคัดลอกดังเช่นแต่ก่อน ตำราคณิตศาสตร์จึงแพร่หลายทั่วไปชาวยุโรปแล่นเรือมาค้าขายกับอาหรับ อินเดีย ชวา และไทย ในปี พ.ศ. ๒๐๓๕ คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส (Christopher Columbus ประมาณ ค.ศ. ๑๔๑๕-๑๕๐๖) นักเดินเรือชาวอิตาเลียนแล่นเรือไปพบทวีปอเมริกา ใน พ.ศ. ๒๐๔๕ ชาวโปรตุเกสเข้ามาค้าขายในกรุงศรีอยุธยา การค้าขายเจริญรุ่งเรือง ชาวโลกสนใจคณิตศาสตร์มากขึ้นเพราะใช้เป็นประโยชน์ได้มากในการค้าขายและเดินเรือ เราพบตำราคณิตศาสตร์ภาษาเยอรมัน พิมพ์ใน พ.ศ. ๒๐๓๒ มีการใช้เครื่องหมาย + และ - ตำราคณิตศาสตร์ที่แพร่หลายมากคือตำราเกี่ยวกับเลขาคณิต อธิบายวิธี บวก ลบ คูณ หารจำนวน โดยไม่ต้องใช้ลูกคิด การหารยาวก็เริ่มต้นมาจากสมัยนี้และยังคงใช้กันอยู่ตราบเท่าปัจจุบัน นักดาราศาสตร์ใช้คณิตศาสตร์ในงานค้นคว้าเกี่ยวกับดวงดาวบนท้องฟ้า นิโคลัส คอเปอร์นิคัส (Nicolus Copernicus ค.ศ. ๑๔๗๓- ๑๕๔๖) นักดาราศาสตร์ผู้อ้างว่า โลกหมุนรอบดวงอาทิตย์เกิดในสมัยนี้ |
|
การเริ่มต้นของคณิตศาสตร์สมัยใหม่ |
|
|
|
การเริ่มต้นของคณิตศาสตร์สมัยใหม่ (ประมาณ ค.ศ. ๒๑๔๔-๒๓๔๓) เริ่มต้นประมาณแผ่นดินสมเด็จพระนเรศวรมหาราช แห่งกรุงศรีอยุธยาจนถึงแผ่นดินสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ในรอบสองร้อยปีต่อมา ความเจริญทางด้านดาราศาสตร์ การเดินเรือ การค้า การก่อสร้าง ทำให้จำเป็นต้องคิดเลขให้ได้เร็วและถูกต้อง ในปี พ.ศ. ๒๑๕๗ เนปอร์ จอห์น เนเปียร์ (Neper John Napier ค.ศ. ๑๕๕๐-๑๖๑๗) นักคณิตศาสตร์ชาวสก็อตได้ตีพิมพ์ผลงานเกี่ยวกับลอการิทึม ซึ่งเป็นวิธีคูณ หาร และการยกกำลังจำนวนมาก ๆ ให้ได้ผลลัพธ์ถูกต้องและรวดเร็ว ในที่สุดก็มีการประดิษฐ์บรรทัดคำนวณขึ้น โดยใช้หลักเกณฑ์ของลอการิทึม นอกจากนี้ยังมีนักคณิตศาสตร์ที่สำคัญอีกคือ เรอเน เดส์การ์ตส์ (Rene Descartes ค.ศ. ๑๙๕๖-๑๖๕๐) พบวิชาเรขาคณิตวิเคราะห์ แบลส ปาสกาล (Blaise Pascal ค.ศ. ๑๖๒๓-๑๖๖๒) และปิแยร์ เดอ แฟร์มาต์ (Pierre de Fermat ค.ศ. ๑๖๐๑-๑๖๖๕) พบวิชาความน่าจะเป็น ทั้งสามเท่านี้เป็นชาวฝรั่งเศสปาสกาล ได้รับการยกย่องว่าเป็นคนแรกที่ประดิษฐ์เครื่องคิดเลข เซอร์ ไอแซก นิวตัน (Sir Isaac Newton ค.ศ. ๑๖๒๔-๑๗๒๗) นักคณิตศาสตร์ นักวิทยาศาสตร์ ชาวอังกฤษ และกอตต์ฟรีด วิลเฮล์ม ไลบ์นิตส์ (Gottfried Wilhelm Leibnitz ค.ศ. ๑๖๔๖-๑๗๑๖ นักคณิตศาสตร์ชาวเยอรมัน) พบวิชาแคลคูลัส ซึ่งเป็นวิชาที่นำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างกว้างขวาง การค้นพบกฎทางวิทยาศาสตร์ของนิวตัน เช่น กฎของการเคลื่อนที่ ทฤษฎีของการโน้มถ่วงของโลก เป็นต้น นับเป็นความก้าวหน้าของวิทยาการสมัยใหม่ ผลงานของนักคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ในสมัย ๑๐๐ ปี ต่อมามุ่งไปในแนวใช้แคลคูลัสให้เป็นประโยชน์ในการศึกษาคณิตศาสตร์ และวิชาฟิสิกส์แขนงต่าง ๆ นักคณิตศาสตร์ที่มีชื่อเสียงมากในสมัยนี้มี เลออนฮาร์ด ออยเลอร์ (Leonhard Euler ค.ศ. ๑๗๐๗-๑๗๘๓) ชาวสวิสผู้ให้กำเนิดทฤษฎีว่าด้วยกราฟ นักคณิตศาสตร์ ชาวฝรั่งเศสมี โชแซฟ ลุยส์ ลากรองจ์ (Joseph Louis Lagrange ค.ศ. ๑๗๓๖-๑๘๑๓) ปิแยร์ ซิมง เดอ ลาปลาซ (Pierre Simon de Laplace ค.ศ. ๑๗๔๙-๑๘๒๗) ใช้แคลคูลัสสร้างทฤษฎีของกลศาสตร์ และกลศาสตร์ฟากฟ้าซึ่งเป็นพื้นฐานของวิศวกรรมศาสตร์ และดาราศาสตร์ |
เกร็ดความรู้การเรียนเมืองนอก
Posted by ilovedpu , ผู้อ่าน : 271 , 13:35:04 น.
หมวด : การศึกษา
พิมพ์หน้านี้
|
เกร็ดความรู้การเรียนเมืองนนอก ปัจจุบันมีนักเรียนในจำนวนที่ค่อนข้างมาก มีจุดประสงค์ที่จะไปศึกษาต่อในต่างประเทศ นักเรียนส่วนหนึ่งติดต่อหาสถานที่เรียนเองโดยตรง อีกส่วนหนึ่งติดต่อโดยขอให้ญาติพี่น้องซึ่งอยู่ในต่างประเทศช่วยดำเนินการให้ และอีกส่วนหนึ่งติดต่อโดยผ่านบริษัทนายหน้าที่ประกอบธุรกิจทางด้านนี้ให้เป็นผู้ดำเนินการให้ ในขณะที่อีกหลายๆคนได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานของบริษัท ส่งผลให้มีเรื่องร้องเรียน ร้องทุกข์ต่อหน่วยงานต่างๆ ให้เห็นอยู่ในปัจจุบัน คุณจะอิ่มเอมไปกับการเรียนการสอน ในระดับที่ดีเลิศ และได้สัมผัสกับมาตรฐานงานวิจัยของมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงเลื่องลือในระดับโลก นอกจากนี้คุณยังจะได้สัมผัสกับประเพณี วัฒนธรรม และการดำรงชีวิตในต่างแดนการเรียนในประเทศที่พูดภาษาอังกฤษเป็นภาษากลาง จะเป็นโอกาสอันดีของคุณที่จะได้พัฒนาทักษะทางการใช้และการสื่อสารภาษาอังกฤษ ภายหลังจบการศึกษา คุณจะมีคุณสมบัติและทักษะที่จะนำมาใช้ปฏิบัติงานจริงได้อย่างดี อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจที่จะเรียนต่อในต่างประเทศจำเป็นที่จะต้องมีการวางแผนที่รอบคอบ - การงานแผนทางการเงิน - การกินอยู่อาศัย - หลักสูตรที่คุณเลือก การปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมทางการศึกษาแบบใหม่ ระยะเวลาในการเรียน เนื้อหาวิชา ข้อกำหนดหน่วยกิตที่ต้องการเพื่อที่จะจบการศึกษา คุณภาพของการสอน ถ้าคุณวางแผนที่จะศึกษาในระดับที่มีการทำวิจัย ก็ไปสมัครเรียนตามขั้นตอน คุณต้องกรอกแบบฟอร์มการสมัครเรียนด้วยความรอบคอบให้ถูกต้องและสมบูรณ์ ถ้าเป็นไปได้ ขอให้เจ้าของภาษาช่วยดูใบสมัครที่กรอกแล้วอีกทีเพื่อความแน่ใจที่มากขึ้น คุณจะต้องระบุถึงขอบเขตทางการศึกษาที่มีความสนใจเฉพาะและเลือกหาอาจารย์ที่ปรึกษาที่มีศักยภาพอย่างระมัดระวัง โดยการเฟ้นหานั้นให้อ้างอิงตามความถนัดทางวิชาชีพ ผลงานวิจัย และ ชื่อเสียงของอาจารย์ท่านนั้นๆ นอกจากนี้ ยังต้องดูว่าอาจารย์ท่านนั้นมีเวลามากพอที่จะอุทิศให้คุณและงานวิจัยของคุณได้หรือไม่
อย่าลืมพกพาสปอร์ตและวีซ่าติดตัวไปด้วยทุกครั้ง คุณควรที่จะเตรียมตัวโดยการอ่านข้อมูลที่ทางมหาวิทยาลัยที่คุณจะไปเรียนจัดให้ บันทึกเกี่ยวกับวันที่สำคัญต่างๆ และวันที่สิ้นสุดของกิจกรรมทางการศึกษาต่างๆ อาทิ วันลงทะเบียนเรียน วันจ่ายค่าเล่าเรียน และเมื่อไหร่ที่จะต้องสมัครเข้ากลุ่ม หรือ ชมรม ที่สถานศึกษานั้นๆ มีอยู่ แผนที่แสดงเส้นทางไปยังมหาวิทยาลัยของคุณเป็นสิ่งจำเป็น เสื้อผ้าที่เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศของประเทศนั้นๆ เงินในจำนวนพอดีสำหรับซื้อหาสิ่งของที่จำเป็น และบัตรเอทีเอ็มระหว่างประเทศหรือเครดิตการ์ด หอพักของมหาวิทยาลัยเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับการเรียนในปีแรก การเงินเป็นสิ่งที่จำเป็น ถ้าคุณมีเงินไม่พอกับค่าใช้จ่าย ควรพิจารณาเกี่ยวกับการสมัครขอทุนการศึกษาหรือการกู้ยืม เงินเพื่อการศึกษา ซึ่งคุณควรจะต้องวางแผนล่วงหน้าเพราะมีการแข่งขันที่สูง วิธีการหนึ่งที่แนะนำคือการให้นักวางแผนทางการเงินช่วยคำนวณรายรับ-รายจ่ายที่จะเกิดขึ้นในแต่ละสัปดาห์ /แต่ละเดือน /และ แต่ละปีการศึกษา ให้ล่วงหน้า การกินอยู่อาศัย การเดินทางออกนอกประเทศไทยเพื่อไปอาศัยอยู่ในอีกประเทศหนึ่งเป็นเรื่องที่อาจก่อให้เกิดความเครียดขึ้นได้ ปัญหานี้เป็นเรื่องธรรมดา ซึ่งรู้ๆ กันดีในชื่อ Cultural shock สภาพภูมิอากาศ อาหารการกิน ภาษา และประเพณีทางสังคมของประเทศที่ไปอยู่ อาจดูเป็นสิ่งแปลกในตอนแรกๆ และอาจนำมาซึ่งความสับสนและความไม่สะดวกสบาย วิธีการหนึ่งที่ใช้แก้ปัญหาดังกล่าวคือการเตรียมตัวที่จะประสบกับมัน เช่น เรียนรู้ให้มากที่สุดเกี่ยวกับชีวิตและวัฒนธรรมของประเทศที่คุณจะไปอยู่ และพยายามหาข้อแตกต่างใน การดำรงชีวิตและวัฒนธรรมของประเทศเรากับประเทศที่จะเดินทางไป เป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน ที่ต้องเรียนรู้เกี่ยวกับข้อปฏิบัติทางสังคมของประเทศที่จะไปอยู่ และจงจำไว้ว่า การตรงต่อเวลานั้นเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด เรียนอย่างไรให้รอด คุณจำเป็นต้องมีผลทดสอบเพื่อรับรองระดับการใช้ภาษาอังกฤษของคุณ อาทิ Ielts เป็นต้น ให้ได้ในระดับที่ ลุ่มลึก สามารถแสดงประเด็นความเห็นของคุณได้อย่างชัดเจน คิดอย่างวิเคราะห์ และใช้วิธีการในการสื่อสารได้อย่างหลากหลาย หลักสูตรการเรียนการสอนจะปรับเปลี่ยนไปตามวิธีการสอนและการประเมินผล การศึกษาแบบอิสระ วิธีการเรียนการสอนในแบบปกติได้แก่ การบรรยาย การติว การสัมมนา การปฏิบัติงานจริง การทำงานภาคสนาม การทดลองในห้องปฏิบัติการ การฝึกงาน และการเรียนรู้ผ่านระบบออนไลน์ คุณจะต้องเรียนรู้ในแต่ละสิ่งและพัฒนาปรับปรุงทักษะทางการเรียนในรูปแบบต่างๆ ของคุณไปด้วย (Independent Study) เป็นสิ่งสำคัญสำหรับการเรียนในระบบการศึกษาแบบตะวันตก ในมหาวิทยาลัย คุณจะได้รับการคาดหวังให้มีความรับผิดชอบที่จะเรียนรู้ด้วยตัวเองรวมอยู่ด้วย มีข้อห้ามการผ่านแดนสำหรับนักเรียนที่มาจากต่างประเทศ ผู้ซึ่งต้องการที่จะอาศัยอยู่และศึกษาไปด้วยในเวลาเดียวกัน อย่างไรก็ดี บางประเทศได้จัดให้มีแผนการจ้างงาน
ในรายละเอียดที่ลึกลงไป หรือเรียนในวิชาใหม่ๆ ที่จะเปิดโลกทัศน์สำหรับทางเลือกอาชีพในอนาคต อย่างไรก็ดี คุณอาจจะกระหายที่จะเริ่มต้นการทำงาน อาชีพหลายๆ อาชีพสำหรับบัณฑิตจบใหม่ให้ค่าตอบแทนที่สูง แต่ถ้าคุณยังไม่ตัดสินใจว่าอาชีพใดที่คุณสนใจ ลองออกไปหาประสบการณ์การทำงานในขอบข่ายงานที่เกี่ยวข้องดูจะเป็นการดีทีเดียว ข้อคิดชีวิตนักเรียนไทยในต่างแดน มุ่งมั่น ตั้งใจ เรียนที่ไหนก็ประสบความสำเร็จ อาจารย์ฐิติพงศ์ นันทาภิวัฒน์” คนหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรง ที่มีดีทั้งรูปสมบัติและคุณสมบัติ ปัจจุบันทำหน้าที่เป็นรองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา และหัวหน้าสาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยรังสิต กำลังศึกษาปริญญาเอก ทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ที่ Murdoch University ประเทศออสเตรเลีย อาจารย์จะมาถ่ายทอดประสบการณ์ในต่างแดนในฐานะนักเรียนนอกให้เราได้ฟังกัน จุดประกายเรียนต่อนอก พิสูจน์ตัวเองกับคุณพ่อ คำแนะนำสำหรับนักเรียนนอกรุ่นใหม่
อย่าลืมสมัครเข้าหอพักของมหาวิทยาลัยก่อนเดินทางออกจากประเทศไทย แต่ถ้าคุณต้องการที่จะพักอยู่ในบ้านเดี่ยวเพื่อความเป็นส่วนตัวมากกว่า ทางเลือกที่ดีคือ การจองสถานที่พักชั่วคราวไว้ก่อนจนกว่าคุณจะคุ้นเคยกับพื้นที่โดยรอบ แล้วจึงค่อยออกหาที่พักใกล้กับมหาวิทยาลัยเป็นที่พักถาวรต่อไป ค่าเล่าเรียนและค่าใช้จ่ายเพื่อการกินอยู่ในต่างประเทศ ย่อมแพงกว่าในประเทศไทย ต้องแน่ใจว่าคุณมีเงินพอกับค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกี่ยวกับการเรียน ค่าหนังสือเรียน และค่าใช้จ่ายเพื่อการกินอยู่ และอาจจะต้องมีเผื่อไว้นิดหน่อยสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจและกิจกรรมทางสังคม แน่นอนว่า ก่อนที่จะเดินทางออกนอกประเทศไทยคุณต้องพิจารณาถึงระดับของการศึกษาที่ต้องการจะไปเรียน ดวงหทัย มหาสกุลศรี 50155-0050 |
แสดงความคิดเห็น | ส่งเรื่องนี้ให้เพื่อน | แจ้งเตือนเรื่องไม่เหมาะสม
ส่วนบนของฟอร์ม
อ่านความคิดเห็น
|
|
ความคิดเห็นที่ 1 |
|
|
|
|
ลูกเพื่อนไปเรียนมัธยมต้นนิวซีแลนด์สามปี มัธยมปลายเทศบาลแคลิฟอร์เนียอีกสามปี สอบข้อสอบมาตรฐานอย่างSAT(Scholastic Aptitude Test)ดูไม่ได้เลย 1800คะแนนจากเต็ม2400 |
ส่วนล่างของฟอร์ม
แสดงความคิดเห็น
|
|
|
ส่วนบนของฟอร์ม
ส่วนล่างของฟอร์ม |
||||||||||||
ส่วนบนของฟอร์ม
|
ชื่อ: |
|
|
|
อีเมล์: |
|
|
|
เว็บไซต์: |
|
|
|
ความคิดเห็น: |
|