โทรคุยกับน้องมะปรางค์ .......

ทราบว่าท่านอาจารย์ธวัชชัย...มีไข้หลังจากได้รับยาเคมีบำบัด

จากประสบการณ์ที่เคยดูแลผู้ป่วยมา

 

 

ภาวะไข้ หลังจากได้รับยาเคมีบำบัดเกิดจากอะไรได้บ้าง??

 

อาจกิดจาก Febrile neutopenia  

ซึ่งเป็นภาวะไข้และเม็ดเลือดขาวชนิดนิวโทรฟิลต่ำ หมายถึง การวัดอุณหภูมิของร่างกาย โดยวัดทางปากได้มากกว่า 38.3°C หรือวัดได้ 38°C เป็นเวลานานกว่า 1 ชั่วโมง          

เม็ดเลือดขาวชนิดนิวโทรฟิลต่ำ  ดูได้จากจำนวน absolute neutrophil count (ANC) น้อยกว่า 500/mm หรือน้อยกว่า 1000 /mm3  มีแนวโน้มลดต่ำลงน้อยกว่า 500 /mm3 ใน 48 ชั่วโมง 

ผู้ป่วยที่มีปัญหาภาวะไข้และเม็ดเลือดขาวชนิดนิวโทรฟิลต่ำ จะต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างรวดเร็วภายใน 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง 

ผู้ป่วยต้องได้รับการตรวจร่างกายอย่างละเอียด เพื่อหาตำแหน่งของการติดเชื้อ ตำแหน่งที่มีโอกาสติดเชื้อ คือ ช่องปาก ไซนัส หู บริเวณรอบทวารหนัก 

แพทย์จะพิจารณาให้ยาปฏิชีวนะ 3-7 วัน

กรณีผู้ป่วยไม่ตอบสนองต่อยาปฏิชีวนะ แพทย์อาจพิจารณาให้ยาต้านเชื้อราร่วมด้วย    ถ้าการตอบสนองการรักษาดีขึ้น จะให้ยาจนครบ 10-14 วันและ ANC มากกว่า 1000 /mm.3 แล้วให้หยุดยาปฏิชีวนะได้

กรณีผู้ป่วย acute myeloblastic leukemia

การให้ granucyte colony stimulating factor (G-CSF) ในช่วง induction therapy จะช่วยลดระยะเวลานอนในโรงพยาบาลได้  

        

การคำนวณ ANC = จำนวนเม็ดเลือดขาว X (ร้อยละของนิวโทรฟิล + ร้อยละของ bands)/ 100

 

 

การดูแลเพื่อป้องกันการติดเชื้อ

1.  แนะนำการปฏิบัติตัวดังนี้

  • ดูแลความสะอาดปากฟัน ควรทำทุกครั้งหลังจากการรับประทานอาหารและก่อนนอน โดยการแปรงฟัน หรือบ้วนปากด้วยน้ำเกลือ

  • ดูแลความสะอาดของอวัยวะสืบพันธุ์ ควรทำทุกครั้งหลังจากการปัสสาวะหรืออุจจาระด้วยการใช้สบู่ฟอกให้สะอาด และซับให้แห้ง

  • อาบน้ำทำความสะอาดร่างกายวันละ 2 ครั้ง เช้า เย็น

  • ล้างมือ ก่อน และ หลังรับประทานอาหารทุกมื้อ รวมทั้งหลังจากการใช้ห้องน้ำทุกครั้ง

2. ประเมินอาการที่บ่งบอกถึงการติดเชื้อ จากภาวะภูมิต้านทานต่ำ ดังนี้

  • วัดสัญญาณชีพทุก 4 ชั่วโมง

  • สังเกตอาการผิดปกติขณะที่ขับถ่าย เช่น แสบขัด มีอาการเจ็บปวดขณะปัสสาวะ ปัสสาวะขุ่น   มีตะกอน หรือมีเลือดปนไหม

  • สังเกต และบันทึก ลักษณะและปริมาณตลอดจนจำนวนครั้งของการ ขับถ่ายอุจจาระ เช่นอุจจาระเหลว ถ่ายบ่อย หรือมีมูกเลือดปน

  • สังเกต และบันทึก ลักษณะจำนวนครั้งของการหายใจ การไอ  ลักษณะ สี และปริมาณ ของเสมหะ

  • สังเกตความผิดปกติของเยื่อบุต่างๆ เช่น

    • เยื่อบุช่องปากอักเสบ ริมฝีปากมีแผล หรือ เริม

    • ผิวหนังมีรอย อักเสบบวมแดง เช่นบริเวณที่เจาะเลือด หรือฉีดยา

    • ผิวหนังมีตุ่ม ฝีหนอง หรือมีการอักเสบรอบๆทวารหนัก

3.  ดูแลโดยใช้มาตรการ การป้องกันการติดเชื้อ โดย

  • ผู้ดูแลต้องล้างมือก่อนและหลังสัมผัสผู้ป่วยทุกครั้ง

  • สอบถามผลเลือดจากแพทย์ พยาบาลก็ได้นะคะ

  • ในกรณีที่ผู้ป่วยมีค่า WBC < 1500 cell /mm3  ให้สวมผ้าปิดปากปิดจมูกทุกครั้งที่ให้การพยาบาล ถ้าจำเป็นต้องเข้าเยี่ยมจะต้องสวมผ้าปิดปากปิดจมูกทุกครั้ง

  • ควรให้ผู้ป่วยรับประทานอาหารที่ต้มสุกสะอาด งดรับประทานผัก  ผลไม้สด

.............

มาถึงตรงนี้ ขอให้อาจารย์ธวัชชัย หายไข้เร็วๆนะคะ คนไข้..ส่วนมากจะผ่านภาวะนี้ไปได้ค่ะ