Appreciative Inquiry เพื่อการวิจัยการเรียนการสอนภาษาไทย (ตอน 3)

วันนี้เขียนให้ครูภาษาไทยท่านหนึ่งที่สนใจใช้ AI แก้ปัญหาการเรียนภาษาไทยเด็กม.ต้น ผมเลยลองถามคนรอบตัวให้ เพื่อช่วยค้นหาความเป็นไปได้ในการทำวิจัยครับ ติชมได้นะครับ

เมื่อเอามาเข้าวงจร 4-D จะได้ดังนี้ครับ

Discovery

เมื่อวานผมได้คุยกับชาวชุมชนรายหนึ่งชื่อคุณสุพิดิศ คนนี้เป็นชาวชุมชนที่อัจริยะด้านการเขียนโปรแกรม มีชาวชุมชนรายหนึ่งยกย่องว่าน้องคนนี้เก่งหลายด้านครับ อายุไม่มากแต่เคยทำงานใหญ่สำคัญมาแล้วครับ ผมถามว่าเด็กๆชอบเรียนภาษาไทยไหม สุพิดิศบอกว่าไม่ชอบครับ  เลยซักต่อ "เอาที่ชอบซักนิดก็ยังดี" เขาก็เลยบกว่า ไม่ชอบเลยครับ ไม่ชอบ ส่วนใหญ่เพื่อนก็ไม่ชอบ กฏเกณฑ์เยอะ "ครูภาษาไทยที่เคยเรียนด้วย เคร่งเครียดเกินไป" ผมเลยถามซักต่อ "เอาอย่างนี้เคยเรียนภาษาไทยกับใครแล้ว OK ไหม" สุพิดิศบอกว่า "มีครับอาจารย์ เคยเรียนกับครูลิลลี่ ครูแกมุขเยอะ เรียนไปเพลินๆ ก็จำได้เอง"

ตัดภาพตรงนี้นะครับ

ตอนเด็กๆ สุพิดิศไม่ชอบภาษาไทยเพราะ ครูเคร่งครัด เคร่งเครียด + กฏหยุมหยิม

ตอนเด็กๆ สุพิดิศชอบภาษาไทย แบบที่ครูลิลี่สอน เพราะเพลินและจำได้เอง

Dream สิ่งที่ควรจะเป็นคือ

ตัวครูมีบุคลิกไม่เคร่งเครียด ปล่อยมุขเป็น

Design

1. ลองทำ AAR หลังเรียน ลองเรียกนักเรียนซักกลุ่มมาถามว่า "วันนี้ที่เรียนมารู้สนุกกตอนไหน ที่เรียนกับครูแล้วเพลิน" อีกคำถามอาจเป็น "เรียนกับครูตอนไหน ชอบที่สุด"

2. เก็บข้อมูลแล้วลองปรับในวันถัดไป ทำซ้ำซักเดือนหนึ่ง

3. ให้นักเรียนทำสุนทรียสนทนา เล่าความรู้สึกดีๆต่อการใช้ภาษา เล่าเหตุการณ์ที่เคยขำๆเกียวกับการใช้ภาษาของตนเอง เพื่อนช่วยร่วม Feedback สนุกๆ

Destiny

เริ่มทดลองทั้งหมด ตั้งแต่มค.-มีค. แล้ววัดผล