ให้อย่างมีคุณค่า รับอย่างมีศักดิ์ศรี

 "จะต้องแก้ระเบียบท้องถิ่นให้เอื้อต่อการจัดสวัสดิการชุมชนให้แล้วเสร็จโดยเร็ว"

นี้เป็นคำมั่นสัญญาของ นายกรัฐมนตรีที่ชื่อ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ......

 ในการประชุมผ่าน วีดีโอ conferrent เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2552.......

สวัสดิการชุมชน เป็นเรื่องใหม่สำหรับคนทั่วไปใช่ใหมครับ...คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยเข้าใจ

ถ้าค่อยๆอธิบายไปเรื่อยไม่ซับซ้อน ก็จะเข้าใจง่ายขึ้นครับ....

ถ้าเริ่มด้วยคำถามว่า ทุกวันนี้ใครได้รับสวัสดิการบ้าง....... หลายคนจะต้องตอบว่าราชการไงหละ ได้รับสวัสดิการเพียบเลย... ถ้าคนทำงานเอกชน ก็แย้งว่า เอกชนก็มีสวัสดิการนะ เช่น เช่นค่ารักษาพยาบาล ปีละ... ไง  คำตอบก็คือ ถูกต้องครับ

แล้วชาวบ้าน(ชาวไร่ ชาวนา ชาวสวน รับจ้าง) มีสวัสดิการไหม  คนทั่วไปก็บอกว่า ทุกๆคนก็ได้รับบัตรทองก็ได้รับสวัสดิการซิ  ก็ถูกนะ  พูดง่ายๆก็คือ การให้สวัสดิการพื้นฐานนั้นเป็นหของรัฐอยู่แล้ว

แต่สวัสดิการชุมชน มันแตกต่างจากรัฐตรงไหน อันนี้ต้องอธิบายพอสมควร.....

เริ่มต้น ที่แนวความคิด การดูแลกันเองของชุมชน ในอดีตดูแลกันอย่างไร......

คนชนบทในอดีต "พริกน้ำเหนือ เกลือบ้านใต้" "ไปบ้านไหนเอาไฟน้ำนั้น"   ...

สรุปความคือ สวัสดิการชุมชน คือการช่วยเกื้อกูลกันระหว่างคนในชุมชนด้วย ในหลายรูปแบบ ส่วนรัฐสนับสนุนในด้านงบประมาณที่มีรายละเอียดที่มากพอสมควร ไว้วันหน้าจะนำมาอธิบายให้ในวันหลัง

กระผมเป็นตัวแทนของ พอช.ไปร่วมประชุมร่วมกับ ผู้ว่าราชการจังหวัด ในบทของคณะกรรมการฯ  จังหวัดเพชรบุรี ได้ดำเนินการจัดสวัสดิการชุมชนมาตั้งแต่ ปี พ.ศ.2549 - ปัจจุบัน สามารถจัดตั้งกองทุนสวัสดิการได้แก่ ๕๒ กองทุน มี ๒ กองทุนที่เป็นตัวอย่างระดับจังหวัด ได้แก่ กองทุนตำบลบางขุนไทร ตำบลไร่ใหม่พัฒนา จังหวัดมีเป้าหมายขยายผลปี ๕๓ ไปอีก ๓๐ กองทุน  

ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ให้ความสำคัญ โดยท่านได้ให้ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะว่า

"การจัดสวัสดิการ ต้องดูแลคนทั้งตำบล และให้ความสำคัญกับคนที่มีจิตอาสาที่มีวินัย จัดลำดับความสำคัญให้สมดุลย์ และท้องถิ่นควรให้ความสนใจในการสนับสนุนให้เหมาะสมจะทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด"

สุดท้าย การจัดสวัสดิการ ต้องไม่ทิ้งแนวความคิดที่ว่า "ให้อย่างมีคุณค่า รับอย่างมีศักดิ์ศรี  จะทำให้การจัดสวัสดิการชุมชน มีประโยชน์สูงสุดครับ