เรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมผู้นำของผู้บริหารกับแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชลบุรี เขต 1
ผู้จัดทำ อุบล สุวรรณศรี
จัดทำเมื่อ มิถุนายน 2549
ความมุ่งหมายของการวิจัย
- เพื่อศึกษาพฤติกรรมผู้นำของผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชลบุรี เขต 1
- เพื่อศึกษาแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชลบุรี เขต 1
- เพื่อเปรียบเทียบพฤติกรรมผู้นำของผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชลบุรี เขต 1 ตามความเห็นของครู จำแนกตามเพศ วุฒิการศึกษา และเขตอำเภอที่ตั้ง
- เพื่อเปรียบเทียบแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชลบุรี เขต 1 ตามความเห็นของครู จำแนกตามเพศ วุฒิการศึกษา และเขตอำเภอที่ตั้ง
- เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมผู้นำของผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษากับแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชลบุรี
ความสำคัญของการวิจัย
- ผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษาจะได้ทราบและหาแนวทางในการปรับปรุงพฤติกรรมผู้นำและเสริมสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูโรงเรียนประถมศึกษาให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
- สามารถนำผลการวิจัยเสนอสำนักงานเตพื้นที่การศึกษาชลบุรี เขต 1 เพื่อหาวิธีการเสริมสร้างพฤติกรรมผู้นำแก่ผู้บริหารโรงเรียนให้เหมาะสม ซึ่งจะเป็นประโยชน์และเอื้ออำนวยต่อการบริหารโรงเรียนให้มีประสิทธิภาพทั้งในระดับเขต ระดับจังหวัดชลบุรี โดยส่วนรวมต่อไป
คำถามของการวิจัย
- พฤติกรรมผู้นำของผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชลบุรี เขต 1 ตามความเห็นของครู จำแนกตามเพศ วุฒิการศึกษา และเขตอำเภอที่ตั้ง อยู่ในระดับใด
- แรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชลบุรี เขต 1 ตามความเห็นของครู จำแนกตามเพศ วุฒิการศึกษา และเขตอำเภอที่ตั้ง อยู่ในระดับใด
- เปรียบเทียบพฤติกรรมผู้นำของผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชลบุรี เขต 1 ตามความเห็นของครู จำแนกตามเพศ วุฒิการศึกษา และเขตอำเภอที่ตั้ง แตกต่างกันหรือไม่
- เปรียบเทียบแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชลบุรี เขต 1 ตามความเห็นของครู จำแนกตามเพศ วุฒิการศึกษา และเขตอำเภอที่ตั้ง แตกต่างกันหรือไม่
- พฤติกรรมผู้นำของผู้บริหารโรงเรียนกับแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชลบุรี เขต 1 มีความสัมพันธ์กันหรือไม่
สมมติฐานของการวิจัย
- พฤติกรรมผู้นำของผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชลบุรี เขต 1 ตามความเห็นของครู จำแนกตามเพศ วุฒิการศึกษา และเขตอำเภอที่ตั้ง แตกต่างกัน
- แรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชลบุรี เขต 1 ตามความเห็นของครู จำแนกตามเพศ วุฒิการศึกษา และเขตอำเภอที่ตั้ง แตกต่างกัน
- พฤติกรรมผู้นำของผู้บริหารโรงเรียนกับแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชลบุรี เขต 1 มีความสัมพันธ์กันทางบวก
ขอบเขตของการวิจัย
การวิจัยครั้งนี้ มีขอบเขต ดังนี้
- ของเขตของประชากร
การวิจัยครั้งนี้ศึกษาจากครูโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชลบุรี เขต 1 ดังนี้
ประชากร ได้แก่ ครูโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชลบุรี เขต 1 รวม 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง อำเภอบ้านบึง อำเภอหนองใหญ่
กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ครูโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชลบุรี เขต 1 ในปีพ.ศ. 2549 แบ่งตามอำเภอเมือง จำนวน 195 คน อำเภอบ้านบึง จำนวน 107 คน อำเภอหนองใหญ่ จำนวน 20 คน โดยใช้ตารางเครจซี่ และมอร์แกน โดยการสุ่มแบบแบ่งชั้น ตามเขตอำเภอ ได้กลุ่มตัวอย่างครูจำนวน 322 คน
- ขอบเขตของตัวแปร ตัวแปรที่ศึกษาครั้งนี้ แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ
ตัวแปรต้น ประกอบด้วย
เพศ
วุฒิการศึกษา
เขตอำเภอที่ตั้ง
ตัวแปรตาม ประกอบด้วย
พฤติกรรมผู้นำตามแนวคิดและทฤษฎี ของริทชี่ และทอมสัน ประกอบด้วย
แบบมุ่งสัมพันธ์
แบบมุ่งงาน
แรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูตามทฤษฎี ของเฮอร์สเบอร์ก ประกอบด้วย
ความสำเร็จของงาน
ความยอมรับนับถือ
ลักษณะของงานที่ปฏิบัติ
ความรับผิดชอบ
ความก้าวหน้าในการทำงาน
กรอบความคิดในการวิจัย
การศึกษาครั้งนี้ ผู้วิจัยมุ่งศึกษาพฤติกรรมของผู้บริหารโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชลบุรี เขต 1 โดยใช้แนวคิดและทฤษฎีของของริทชี่ และทอมสัน ได้ศึกษาพฤติกรรมผู้นำแบบมุ่งสัมพันธ์(People Orientation)และแบบมุ่งงาน(Task Orientation) และการปฏิบัติงานตามแนวคิดของเฮอร์สเบอร์ก ในการศึกษาครั้งนี้ได้ใช้ปัจจัยจูงใจ ซึ่งประกอบด้วย 5 องค์ประกอบ จำแนกตามเพศ วุฒิการศึกษา และเขตอำเภอที่ตั้ง จากแนวคิดดังกล่าวจึงได้สรุปกรอบความคิดในการศึกษา
วิธีการดำเนินการวิจัย
การศึกษาวิจัยครั้งนี้มุ่งศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมผู้นำของผู้บริหารโรงเรียนกับแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชลบุรี เขต 1 ซึ่งมีรายละเอียดในการดำเนินการ ดังนี้
ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูล
การสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูล
วิธีการเก็บข้อมูล
การจัดกระทำข้อมูล
สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล
ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
การวิจัยครั้งนี้ได้ศึกษากับประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ดังนี้
- ประชากรที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ครูโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชลบุรี เขต 1 ในปีพ.ศ. 2549 รวมทั้งหมด 99 โรงเรียน 3 อำเภอ ได้แก่อำเภอเมือง ครูจำนวน 1219 คน อำเภอบ้านบึง ครูจำนวน 667 คน อำเภอหนองใหญ่ ครูจำนวน 126 คน รวมทั้งหมดครูจำนวน 2012 คน
- กลุ่มตัวอย่าง โดยใช้ตารางคำนวณขนาดกลุ่มตัวอย่าง ของเครจซี่ และมอร์แกน โดยการสุ่มแบบแบ่งชั้น ตามอำเภอ ได้กลุ่มตัวอย่างซึ่งเป็นครูผู้สอนปฏิบัติหน้าที่ในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชลบุรี เขต 1 ได้กลุ่มตัวอย่างครูจำนวน 322 คน
เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูล
เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้แบ่งออกเป็น 3 ตอน คือ
ตอนที่ 1 แบบสอบถามเกี่ยวกับคุณลักษณะของครูโรงเรียนประถมศึกษา ประกอบด้วย เพศ วุฒิการศึกษา และอำเภอที่ตั้ง ลักษณะของแบบสอบถามเป็นแบบเลือกตอบ
ตอนที่ 2 แบบสอบถามความคิดเห็นของครูผู้สอน เกี่ยวกับพฤติกรรมผู้นำของผู้บริหารโรงเรียน โดยมุ่งวัดพฤติกรรมผู้นำของผู้บริหารโรงเรียน ในด้านการบริหาร ตามแนวคิดของริทชี่และทอมสัน ซึ่งได้ศึกษาพฤติกรรมแบบมุ่งสัมพันธ์และภาวะผู้นำแบบมุ่งงาน
ตอนที่ 3 แบบสอบถามความคิดเห็นของครูเกี่ยวกับแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูโดยได้ถามความคิดเห็นของครูเกี่ยวกับแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูผู้สอน 5 ด้าน คือ ด้านความสำเร็จของงาน ความยอมรับนับถือ ลักษณะของงานที่ปฏิบัติ ความรับผิดชอบ ความก้าวหน้าในการทำงาน ซึ่งผู้วิจัยได้ศึกษามาจากแนวคิดและทฤษฎี ของเฮอร์สเบอร์ก มาเป็นแนวทางสร้างแบบสอบถาม สำหรับใช้วัดแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครู เป็นแบบวัดมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ โดยเรียงจาก มากที่สุด มาก ปานกลาง น้อย และน้อยที่สุด แบ่งเป็น 5 ด้าน ดังนี้ คือ
ด้านความสำเร็จของงาน
ด้านความยอมรับนับถือ
ด้านลักษณะของงานที่ปฏิบัติ
ด้านความรับผิดชอบ
ด้านความก้าวหน้าในการทำงาน
สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล
- วิเคราะห์ข้อมูลระดับความสัมพันธ์ระหว่างผู้บริหารโรงเรียน กับแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูโรงเรียนประถมศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชลบุรี เขต 1 โดยหาคะแนนเฉลี่ยและความเบี่ยงเบนมาตรฐาน(SD)
- เปรียบเทียบระดับความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำของผู้บริหารโรงเรียนกับแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชลบุรี เขต 1 จำแนกตามเพศ วุฒิการศึกษา โดยทดสอบค่าที (t- test)
- เปรียบเทียบความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมผู้นำของผู้บริหารโรงเรียนกับแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชลบุรี จำแนกตามเขตที่ตั้ง โดยใช้การทดสอบด้วยความแปรปรวนทางเดียว (One-way ANOVA)เมื่อพบความแตกต่างวิเคราะห์เป็นรายคู่ด้วยวิธี LSD
- วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมผู้นำของผู้บริหารโรงเรียนกับแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชลบุรี จำแนกตามเขตที่ตั้ง โดยใช้การวิเคราะห์แบบสหสัมพันธ์อย่างง่าย (Simple Correlation)
สรุปผลการวิจัย
พฤติกรรมผู้นำของผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชลบุรี เขต 1 มีพฤติกรรมแบบมุ่งสัมพันธ์และภาวะผู้นำแบบมุ่งงานอยู่ในระดับปานกลางเมื่อจำแนกตามเพศ วุฒิการศึกษา และเขตอำเภอที่ตั้ง การบริหารของผู้บริหารที่ต่างกัน มีพฤติกรรมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<.05) ระดับของแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูผู้สอน จำแนกตามเพศ วุฒิการศึกษา และเขตที่ตั้ง แตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ
พฤติกรรมผู้นำของผู้บริหารโรงเรียนกับแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชลบุรี เขต 1 ทั้งโดยรวมและรายด้านทุกด้านมีความสัมพันธ์ทางบวกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05