หลักการ แนวคิด ทฤษฎี

เกริ่นนำ

          การบริหารงานใด ๆ  ก็ตาม  จำเป็นจะต้องมีหลักการ  แนวคิด  และทฤษฎีเป็นพื้นฐาน  การบริหารสถานศึกษาสู่ความเป็นเลิศก็เช่นเดียวกัน  เพราะหลักการ  แนวคิด  ทฤษฎีการบริหารการศึกษา  จะเป็นหลักหรือเป็นพื้นฐานในการคิด  พิจารณาและตัดสินใจ  แล้วก็จะทำให้สามารถบริหารงานได้อย่างมีทิศทางที่ตรงแน่วแน่ไปในทางใดทางหนึ่งที่พึงประสงค์  ไม่สะเปะสะปะ  เมื่อจะตัดสินใจก็มีหลักการ  และทฤษฎีเข้ามาสนับสนุน  สามารถบริหารงานในภารกิจหน้าที่ที่ตนกระทำอยู่  อย่างชาญฉลาด  มีความแนบเนียนในการปฏิบัติ  ให้งานนั้นดำเนินไปได้โดยราบรื่น  บรรลุเป้าหมายตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้

สิ่งที่เป็นอยู่ 

        คงไม่มีใครหรอกที่จะปฏิเสธว่า กิจกรรมสร้างความเป็นเลิศเป็นสิ่งหอมหวนชวนให้ไขว่คว้ามาประดับสถานศึกษาของตนเองให้ได้ แม้จะด้วยรูปแบบหรือพิธีการใด ๆก็ตาม ทั้งนี้เพราะว่ายามใดที่สถานศึกษาแห่งใดได้ตราแห่งความเป็นเลิศแล้ว สิ่งที่ตามมาล้วนเอื้อประโยชน์ให้กับสถานศึกษา เอื้อประโยชน์ให้กับผู้บริหารชนิดที่มิกล้าจะปฏิเสธทั้งนั้น   ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนในฝัน  โรงเรียน ICT โรงเรียนวิถีพุทธ  โรงเรียนต้นแบบ โรงเรียนทางเลือก  หนึ่งโรงเรียนหนึ่งนวัตกรรม ฯลฯ 

       เช่นกันสถานศึกษาใดได้รับตราแห่งความเป็นเลิศแล้ว ไม่คงไว้  ความเป็นเลิศนั้นก็สูญเปล่า  ไร้ค่าของความเป็นเลิศ

      การสร้างความเป็นเลิศในสถานศึกษาในปัจจุบัน มีบางสถานศึกษาที่สร้างโดยมีเป้าหมายผิด นั่นคือ ผลแห่งความเป็นเลิศไม่ได้เกิดผลต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย  ไม่เกิดความเป็นเลิศต่อลูกค้า  แต่ความเป็นเลิศส่งผลต่อผู้บริหารสถานศึกษามากกว่า

 “หลักการ  แนวคิด  ทฤษฎีเกี่ยวกับการบริหารสู่ความเป็นเลิศ”

หลักการ

                การบริหารที่มีประสิทธิภาพ  คือ  การบริหารที่มีผู้บริหารเพียงคนเดียวในองค์กร  (Division  of  Labor)  มีการกำหนดมาตรฐานทำงานที่ชัดเจน (Standardization)  มีเอกภาพในการบังคับบัญชา (Unity  of  Command)  มีการกระจายอำนาจและความรับผิดชอบให้แก่ผู้ร่วมงาน (Delegation  of  Authority  and  Responsibility)  มีการแบ่งฝ่ายงานและบุคลากรผู้รับผิดชอบให้แก่ผู้ร่วมงาน (Division  of  Labor)  มีการกำหนดมาตรฐานการทำงานที่ชัดเจน (Span  of  Control)  มีการมอบหมายการควบคุมดูแลที่เหมาะสม (Stability)  เปิดโอกาสให้มีการเปลี่ยนแปลงใหม่ ๆ  ในองค์กรได้ (Flexibility)  สามารถทำให้คนในองค์กรเกิดความรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย (Security)  มีการยอมรับนโยบายส่วนบุคคลที่มีความสามารถ (Personnel  Policy)  มีการประเมินผลการปฏิบัติงานทั้งส่วนบุคคลและองค์กร (Evaluation)

แนวคิด

                การบริหารสถานศึกษาสู่ความเป็นเลิศหรือการบริหารที่มีประสิทธิภาพ  ขึ้นอยู่กับผู้บริหารสถานศึกษา  เพราะฉะนั้นผู้บริหารสถานศึกษาจะต้องทบทวนบทบาทและพัฒนาสมรรถนะ  ดังนี้  เป็นผู้กำหนดทิศทางการบริหาร (Direction  Setter)  มีความสามารถกระตุ้นคน (Leader  Catalyst)  ต้องเป็นนักวางแผน (Planner)  ต้องเป็นผู้มีความสามารถในการตัดสินใจ (Decision  Maker)  ต้องมีความสามารถในการจัดองค์กร (Organizer)  ต้องเป็นผู้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง (Change  Manager)  ต้องเป็นผู้ให้ความร่วมมือ (Coordinator)  ต้องเป็นผู้ติดต่อสื่อสารที่ดี (Communication)  ต้องเป็นผู้แก้ปัญหาขัดแย้งในองค์กรได้ (Conflict  Manager)  ต้องสามารถบริหารปัญหาต่าง ๆ  ได้ (Problem  Manager)  ต้องรู้จักวิเคราะห์และจัดระบบงาน (System  Manager)  ต้องมีความสามารถในด้านวิชาการทั้งการเรียนและการสอน (Instructional  Manager)  ต้องมีความสามารถบริหารงานบุคคล (Personnel  Manager)  ต้องมีความสามารถบริหารทรัพยากร (Resource  Manager)  ต้องมีความสามารถในการประเมินผลงาน (Appraiser)  ต้องมีความสามารถในการประชาสัมพันธ์ (Public  Relater)  ต้องสามารถเป็นผู้นำในสังคมได้ (Ceremonial  Head)

ทฤษฎีทางการบริหาร

                ทฤษฎีการบริหารการศึกษาเพื่อสู่ความเป็นเลิศ  ได้แก่

                -  ทฤษฎีกำหนดรูปแบบใหม่  มีสามองค์ประกอบ  แทนที่จะมีสององค์ประกอบดังทฤษฎีของ  เฮอร์ซเบริร์ก  ด้วยการเพิ่มองค์ประกอบที่สามเข้าไป  ได้แก่  ambient  หมายถึงสิ่งแวดล้อม  ambient  นี้มีส่วนประกอบที่กล่าวถึงบ่อย ๆ  ได้แก่สิ่งที่ทำให้พึงพอใจและสิ่งที่ทำให้ไม่พึงพอใจ  สิ่งกระตุ้นในฐานะกลุ่มที่ตอบสนองต่อความพึงพอใจในการทำงานมากกว่าความไม่พึงพอใจต่อการทำงาน  การขาดแคลนตัวกระตุ้นก็อาจเป็นบ่อเกิดแห่งความไม่พึงพอใจก็ได้  องค์ประกอบของ  ambient  นั้นมีอยู่  5  ประการด้วยกัน  คือ  เงินเดือน  โอกาสที่จะได้เจริญงอกงาม  โอกาสที่จะเสียง  ความสัมพันธ์ที่มีต่อผู้บังคับบัญชา  และสถานภาพ

                -  ทฤษฎีบรรยากาศ  อลัน  บราวน์  ได้เสนอกลยุทธ์สองประการสำหรับเปลี่ยนแปลงบรรยากาศของโรงเรียน  ประการแรกได้แก่กลยุทธ์ด้านคลินิก  ประการที่สอง  ได้แก่กลยุทธ์ที่มุ่งความเจริญงอกงามเป็นศูนย์กลาง  ทั้งสองกลยุทธ์ต่างก็ไม่ได้เป็นตัวเลือกแก่กันและกัน  แต่สามารถใช้ด้วยกัน  ทั้งสองกลยุทธ์ต่างก็มีความจำเป็นต่อการเปลี่ยนแปลง  กลยุทธ์ด้านคลินิกเน้นที่ธรรมชาติของความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มย่อยในโรงเรียน  มุ่งดูที่ความรู้ขององค์กรต่อจากนั้นก็วิเคราะห์บรรยากาศขององค์กร  กำหนดลำดับขั้นความสำคัญของการปฏิบัติการและวางแผนดำเนินการ  เมื่อปฏิบัติสำเร็จแล้วก็มีการประเมินผลงานนั้น  ในขณะที่กลยุทธ์มุ่งความเจริญงอกงามเป็นศูนย์กลางนั้นเน้นที่การพัฒนาของเอกัตบุคคล

                -  ทฤษฎีอำนาจ และความขัดแย้งในสถาบันการศึกษา  ของวิตเตอร์  บอลด์ริดจ์  ทฤษฎีความขัดแย้งเน้นที่การแยกส่วนของระบบสังคมออกเป็นกลุ่มผลประโยชน์  ซึ่งแต่ละกลุ่มต่างก็มีเป้าประสงค์ที่ต่างกันออกไป  และแต่ละกลุ่มต่างก็พยายามที่จะได้เปรียบอีกกลุ่มหนึ่งหรือหลาย ๆ  กลุ่ม

                -  ทฤษฎีอื่น ๆ  ที่เกี่ยวข้องกับแรงจูงใจ  สิ่งจูงใจ  และความพึงพอใจ  ทฤษฎีที่กล่าวถึงแรงจูงใจในการทำงาน  สิ่งจูงใจในองค์กร  ความพึงพอใจในงาน  ความพึงพอใจต่อผลการปฏิบัติงาน  ได้แก่  ทฤษฎีวุฒิภาวะของอากิริส  ทฤษฎีความต้องการของมาสโลว์  ทฤษฎีสององค์ประกอบของเฮอร์ซเบิร์ก  ทฤษฎีการก่อตัวใหม่ (Reformulated  theory)  ทฤษฎีความคาดหวัง (Expectancy  theory)