ปางจำปี
สวัสดีค่ะท่านผู้อ่านทุกท่าน
ก่อนอื่นต้องขอแนะนำตัวก่อนนะค่ะพวกเราเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยแม่โจ้-เชียงใหม่ค่ะ สาขานิเทศศาสตร์บูรณาการ คณะศิลปศาสตร์ ซึ่งได้มีโอกาสได้มาศึกษาท้องถิ่น ในรายวิชาท้องถิ่นศึกษา ที่หมู่บ้านปางจำปีค่ะ
วันนี้กลุ่มของพวกเราได้มาประเดิมบันทึกแรกเกี่ยวกับการไปใช้ชีวิตอยู่ที่หมู่บ้านปางจำปี เป็นเวลาสองวันหนึ่งคืนค่ะ
หลายท่านอาจจะยังไม่เคยรู้จักปางจำปีมาก่อน แต่ถ้าท่านติดตามบล็อกของพวกเราล่ะก็ ท่านอาจเหมือนเป็นคน ๆ หนึ่งในหมู่บ้านปางจำปีเลยก็ว่าได้
วันที่ 12 ธันวาคม 2552
ในตอนแรกนั้นพวกเราได้ตื่นกันตั้งแต่ตีห้าเลยค่ะเพื่อมาเตรียมตัวที่จะเดินทางไปหมู่บ้านปางจำปี หมู่ที่ 7 ตำบลห้วยแก้ว อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ ใช้เวลาประมาณ 50 นาทีก็ถึงหมู่บ้าน หนทางช่างน่าอัศจรรย์ใจเหลือเกินเหมือนไปเล่นแบล็คแคนยอนที่ดรีมเวิลด์อย่างไงอย่างงั้น แบบว่าลงรถแทบยืนไม่ตรงเลยค่ะท่านผู้อ่าน

เราเดินทางโดยรถเขียวค่ะ
เมื่อพวกเราเดินทางถึงจุดหมาย ก็มีผู้ใหญ่บ้านและคณะผู้นำมาต้อนรับกันที่ศาลาวัด หลังจากที่เราทำความเข้าใจสภาพของหมู่บ้านนั้น(ถึงแม้จะยังเข้าใจไม่มาก) เราก็ออกไปสัมภาษณ์คนในชุมชนปางจำปี ก็จะมีบางกลุ่มที่จะเข้าป่าไปหาข้อมูล คนแรกที่เราสัมภาษณ์ก็เป็นคนชรา ได้ฟังเรื่องราวจากคุณลุงมากมายเลยค่ะ (สำหรับรายละเอียดเราจะเอามานำเสนอให้ทุกท่านในครั้งต่อไปสำหรับวันนี้ฟังไปคร่าวๆก่อนนะคะ) เราใช้เวลาสัมภาษณ์คนในหมู่บ้านตั้งแต่ 10 โมงจนถึงบ่าย 2 แล้วก็เดินไปยังที่พัก ไกลถึง 2 กิโลเมตรเลยค่ะส่วนทางขึ้นก็ชันอีกทำเอาหมดแรงเหมือนกัน แต่พอไปถึงที่พักของเราความเย็นก็เริ่มมาสัมผัสกับผิวเลยค่ะ แต่พวกเราก็ไม่ได้สนใจกับความเย็น รีบเปลี่ยนชุดแล้วกระโดดลงน้ำตกไปเลยค่ะ

เล่นน้ำที่ห้วยแม่ลายน้อยข้างๆที่พักค่ะ
น้ำนี่เย็นจับใจจริงๆ แต่ที่เย็นกว่านั้นก็คือ น้ำที่เราใช้อาบกันเหมือนกับเอาน้ำแข็งมาแช่เลย อาบไปสั่นไป !!
หลังจากอาบน้ำเสร็จแล้วเราก็ไปกินขันโตกกันค่ะ อาหารอร่อยมากเลยแม่บ้านที่นี่ฝีมือดีมากเลยค่ะ รับรองว่าใครมาก็จะติดใจ ทานข้าวเสร็จเราก็ขึ้นมาบน โฮมเสตย์ที่พักของเรา อากาศเริ่มหนาวลงเรื่อย ๆ จนต้องใส่เสื้อกันหนาวหนา สองชั้นเลยค่ะ แต่กลางบ้านเค้าก่อไฟไว้ตามภูมิปัญญาของท้องถิ่น คืนนั้นเราก็มาสรุปงานกันหลังจากที่เราได้ไปหาข้อมูลมา มีอาหารว่างอันโอชะก็คือ ข้าวหลามนั่นเอง อร่อยมากเลยค่ะเข้ากับบรรยากาศเลย ข้าวหลามอุ่น ๆ อากาศเย็น ๆ ผ้าห่มหนา ๆ สบายในอารมณ์อย่างบอกไม่ถูก แถมยังได้เห็นดาวชัดอีกเพราะไม่ค่อยมีแสงไฟค่ะ ก่อนที่พวกเราจะเข้านอนก็ได้มีอาหารอันโอชะอีกอย่างหนึ่งก็คือ มาม่า นั่นเองที่พวกเราอุตส่าห์แบกหม้อหุงข้าวไป หลังจากทานเสร็จเราก็บอกราตรีสวัสดิ์กันค่ะ
วันที่ 13 ธันวาคม 2552
เช้านี้อากาศช่างเป็นใจให้อยู่ใต้ผ้าห่มเหลือเกิน ดูเหมือนว่าพวกเราจะไม่ยอมตื่นกัน อาจารย์อ้อมทิพย์ อาจารย์ผู้สอนของพวกเราเองค่ะ ก็เลยมาปลุกตอน 07.20 น. แต่กว่าเราจะทำธุระเสร็จก็เกือบ 09.30 น. แต่พวกเราก็อาบน้ำกันนะ ถ้าท่านผู้อ่านได้มาเที่ยวที่นี่จะไม่อาบน้ำเราก็ไม่ว่ากันนะค่ะ เพราะน้ำก็อย่างที่บอกไปว่าเย็นเจี๊ยบเลย พอทานอาหารเช้าเสร็จเราก็ได้ไปหาข้อมูลเพิ่มจากคณะผู้นำหมู่บ้านค่ะ พอถึงบ่ายโมงเราก็ได้มีโอกาสไปทำวังปลากันค่ะ

ทำวังปลาเสร็จก็เลยเล่นน้ำกันค่ะ
สำหรับรายละเอียดโปรดติดตามกันในตอนหน้าแล้วกันนะค่ะ หลังจากที่ทำวังปลาเสร็จเราก็เล่นน้ำแล้วแต่งตัวกลับเข้ามาในมหาวิทยาลัยกันค่ะ น่าเสียดายเหมือนกันนะค่ะที่มีเวลาสั้น ๆ แต่ก็ถือว่าสนุกดีค่ะ
การไปหาข้อมูลของเราครั้งนี้ไม่เหมือนการทำงานเลยค่ะ เรียกว่าไปออกไปพักผ่อนจะดีกว่า ถือว่าเป็นทริปดี ๆ จากอาจารย์ของเราค่ะ

เล่นน้ำที่ห้วยแม่ลายน้อยข้างๆที่พักค่ะ

ทำวังปลาเสร็จก็เลยเล่นน้ำกันค่ะ
สำหรับรายละเอียดโปรดติดตามกันในตอนหน้าแล้วกันนะค่ะ หลังจากที่ทำวังปลาเสร็จเราก็เล่นน้ำแล้วแต่งตัวกลับเข้ามาในมหาวิทยาลัยกันค่ะ น่าเสียดายเหมือนกันนะค่ะที่มีเวลาสั้น ๆ แต่ก็ถือว่าสนุกดีค่ะ
การไปหาข้อมูลของเราครั้งนี้ไม่เหมือนการทำงานเลยค่ะ เรียกว่าไปออกไปพักผ่อนจะดีกว่า ถือว่าเป็นทริปดี ๆ จากอาจารย์ของเราค่ะ
ขอขอบคุณ
รองศาสตราจารย์อ้อมทิพย์ เมฆรักษาวนิช แคมป์ อาจารย์สอนรายวิชา ท้องถิ่นศึกษาของพวกเราค่ะ
พี่หนึ่ง พี่เลี้ยงใจดีที่คอยดูแลเรา คอยเก็บภาพสวยๆจากการทำกิจกรรม
พี่กบ เจ้าหน้าที่จาก สกว.แม่โจ้ ที่คอยให้ข้อมูลและคำปรึกษาดี ๆ
และสุดท้ายชุมชนปางจำปีที่ทำให้เราได้มีโอกาสเข้าไปศึกษาเรื่องราวดี ๆ นะค่ะ
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
เขียนโดย
สถิตย์ สายหล้า
รหัส 5214101373





อ่านแล้วสนุกดี เพลงก็เพราะ
อ่านแล้วมีความรู้สึกว่าผู้เขียนมีความสุขที่จะเล่าให้คนอื่นๆอ่านครับ...มีความสุขในการเขียน และภาพสวยครับ