เวลามองดูนกบินไปบินมาเด็ก ๆ เคยคิดบ้างหรือว่านกที่มิขนสวย ๆ งาม ๆ ร้องเพลงก็เพราะอย่างนี้มันมีบรรพบุรุษสืบเชื้อสายมาอย่างไรเราลงหันมาสนใจเรื่องนี้ซักหน่อยก็จะรู้ได้ว่านกนี้สืบเชื้อสายมาจากสัตว์เลื้อยคลานโดยเกล็ดเปลิ่ยนแปลงมาเป็นขนขาหน้ากลายมาเป็นปีกแต่มันไม่ได้เปลื่อนแปลงเฉพาะสองอย่างนี้เท่านั้นมันยังเปลี่ยนแปลงไปยังอื่น ๆ อีกหลายทางจนกระทั้งมีลักษณะที่เป็นนกเหมือนอย่างที่เห็นนกตัวแรกที่ปรากฏขึ้นในโลกนั้นมีรูปร่างเล็กกว่าอีกาเล็กน้อยนักวิทยาศาสตร์ให้ชื่อว่านก " อาคีอ๊อปเตอริกส์ " ( Archeopteryx ) ซึ่งแปลว่า " ปีกโบราณ "
เผ่าพันธุ์นกชนิดแรกในโลกนี้ได้ถูกค้นพบโดยนักวิทยาศาสตร์ ณ เหมืองหินแห่งหนึ่งในประเทศเยอรมนีซากชีวิตของนกที่พบนี้กระดูกอยู่ในหินมีรูปร่างคล้ายไปทางกระดูกของสัตว์เลื้อยคลานนักวิทยาศาสตร์เกิอบจะกล่าวว่าเป็นกระดูกของสัตว์เลื้อยคลานอยู่แล้วถ้าไม่เห็นรอยพิมพ์ของนกใกล้ ๆ นั้นและก้อจากรอยพิมพ์เหล่านี้เองที่แสดงให้รู้ว่าเป็นนกเพราะไม่มีสัตว์อื่นใดนอกจากนกเท่านั้นที่มีขนแบบนี้
นกอาคีอ๊อปเตอริกส์นี้มีลักษณะแตกต่างไปจากนกที่เคยเห็นกันอยู่ทุกวันนี้มาก ในข้อแรกก็คีอมันมีอุ้งเล็บอยู่ตอนปลายปีกและมันใช้ปีกไต่กิ่งไม้ได้ดีเท่ากับขาของมันทีเดียวนกพวกนี้บินได้ไม่เก่งนักแล้วมันก็เดินไม่ค่อยเก่งเหมือนกันทั้งนี้ก็เพราะว่าปีกของมันใหญ่โตเกินไปปากของนกชนิดนี้ไม่มีจงอยู่ที่ปากเหมือนนกธรรมดามันมีแต่ขากรรไกรยื่นออกมาแทนพร้อมกับมีฟันซี่เล็ก ๆ อยู่ด้วยและฟันของมันนี้เองก็ทำให้นักวิทยาศาสตร์คิดว่านกสมัยดึกบรรพนี้กินเนื้อสัตว์เป็นอาหารซึ่งส่วนมากก็เป็นปลาที่ตายแล้วและถูกคลื่นซัดมาอยู่ตามชายหาด
หางของนกชนิดนี้คล้ายหางของสัตว์เลื้อยคลานมากและกระดูกหางของมันก็ไม่สั้นเหมือนนกในปัจจุบันซึ่งมีคนหางแผ่ของไปรอบ ๆ กระดูกนี้เหมือนซี่พัดเหมือนนกอาคีอ๊อปเตอริกส์ นี้กระดูกส่วนหางยาวเป็นข้อ ๆ แต่ละข้อมีขนหางยื่นออกมาคู่หนึ่ง
ลักษณะต่าง ๆ ของนกชนิดแรกที่เรารู้ได้นี้ ก็ต้องอาศัยดูจากซากชีวิตที่เหลืออยู่ในหิน โดยพวกนกเมื่อตายแล้วก็จะถูกดินมาทับถมและเพิ่มขึ้นมาเรื่อย ๆ เมื่อนาน ๆ เข้าเป็นเวลาหลายสิบล้านปีดินเหล่านั้นก็จะกลายเป็นหิน และกระดูกของนกที่ได้ถูกขุดค้นพบจากเหมืองหินนั้น ก็มีอายุนานถึง ๔๐ ล้านปีล่วงมาแล้ว นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่ากระดูกนกที่ค้นพบครั้งนี้เป็นกระดูกของนกที่เก่าแก่ที่สุด เพราะยังไม่เคยมีการค้นพบกระ ดูกของนกที่มีอายุนานไปกว่านี้เลย
ท่านทราบไหม ???
ทะเลเดดซี (The Dead Sea ) อยู่ต่ำจากระดับน้ำทะเล ๑,๒๙๒ ฟุต และประมาณ ๑ / ๔ โดยน้ำหนักของน้ำในทะเลนี้เป็นเกลือ
กรุงยะรูซาเล็ม นับเป็นนครอันศักดิ์สิทธ์ที่สุดในโลก เคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรยิวสมัยโบราณ เมืองนี้ได้ถูกยึดจากผู้รุกรานหลายครั้งหลายหนแต่ไม่ได้ถูกทำลายอย่างยับเยินจากผู้รุกรานใด ๆ ใน ค.ศ. ๑๐๙๙ ถึง ๑๑๓๗ เมืองนี้ได้เป็นเมืองหลวงของพวกครูเสด
ปาเลสไตน์ ในประวัติศาสตร์สมัยโบราณ ไม่ผิดอะไรกับเบลเยี่ยมในสมัยปัจจุบัน เป็นเสมือนดินแดนที่ตั้งอยู่ในม่านของการสงคราม เพราะตั้งอยู่ระหว่างชนชาติที่มีอำนาจทางทหาร ทางตะวันออกคือพวกอัสสิเรีย และบาบิโลเนีย ทางตะวันตก คือ อียิปต์ ชาติมหาอำนาจเหล่านี้มักเดินทางผ่านหรือไม่ก็มาปะทะกันในดินแดนนี้เสมอ
กัลฟ์สตรีม เป็นกระแสน้ำในมหาสมุทรที่ไหลเร็วที่สุด
สัตว์ บางชนิดมีอายุแตกต่างกันมาก โดยเฉพาะพวกแมลงเป็นพวกที่นับว่ามีอายุน้อยกว่าพวกอื่น ๆ เช่น
ค้างคาว (กินผลไม้) อายุประมาณ ๑๗ ปี
นกแก้ว (ที่เรียกว่าอเมซอนพาร์ร้อน) ๑๐๒ ปี
แต่ผีเสื้อ อายุประมาณ ๑ ปีเท่านั้น
กบ อายุประมาณ ๑๒ ปี
กระต่าย อายุประมาณ ๑๐ ปี
สัตว์พวกจิ้งเหลน บางทีอายุถึง ๓๑ ปี
แตน ต่อ มีอายุอยู่ได้ฤดูเดียว
นางพญาต่อ อยู่ได้ประมาณ ๑ ปี
แมลงเล็ก ส่วนมากมีอายุอยู่ภายใน ๒ – ๓ สัปดาห์
เฮนรี คาเวนดิช ( ๑๗๓๑ ถึง ๑๘๑๐ ) เป็นนักวิทยาศาสตร์คนแรกที่ชั่งน้ำหนักของโลก
โพรง ที่ลึกในโลกมีหลายโพรง มีทั้งธรรมชาติได้สร้างไว้และมนุษย์ได้ทำขึ้น ที่มนุษย์ได้ขุดลึกลงไปนั้น คือเหมืองทอง ซึ่งเหมืองทองคำโรบินสัน ในอัฟริกาใต้ซึ่งขุดลึกอยู่ในขณะนี้ลึกกว่า ๘,๕๐๐ ฟุต และอีก ๒ แห่งที่ลึกมาก คือวิลเลจดีพ และ ซิตี้ดีพ ที่วิทวอร์เตอร์สรันต์ ทั้งสองแห่งลึกกว่า ๗.๕๐๐ ฟุต เหมืองแร่ที่ลึกที่สุดนอกทวีปอัฟริกาใต้ คือ เหมืองทอง มอร์โรเวลโฮ ใบราซิล ลึกประมาณ ๗.๕๐๐ ฟุต ส่วนบ่อน้ำมันที่ขุดลงไปลึกที่สุดในเมกซิโก บิ่จาร์ดินหมายเลข ๓๕ ซึ่งลึกเกือบ ๑๐.๖๐๐ ฟุต หรือกว่า ๒ ไมล์
อารเบีย ไม่มีแม่น้ำหรือทะเลสาบเลย ทางน้ำแคบ ๆ มีมากจริง แต่ไหลเชี่ยวมากในฤดูฝน แล้วจะแห้งหายไปเมื่อพ้นฤดูนั้น
เมืองเอเดน เป็นเมืองประหลดเมืองหนึ่งของโลกทึมาทีตั้งอยู่ในปล่องภูเขาไฟมหึมาที่ดับแล้วลูกหนึ่ง ในทะแดงมีบางตอนที่ลึกลงไปกว่า๑ไมล์
กล้วย จะปลูกได้เพียงใกล้ฝั่งทะเล ของอาร์เบียเท่านั้นเหนือขึ้นไป คือ ภาคเหนือและกลางของอาร์เบีย เปอร์เซีย อัฟกานิสตาน เมโสโปเตเมีย ซีเรีย กล้วยจะปลูกไม่ขึ้นเลย
อาณาเขตดินเหลือง หรือ Loess ซึ่งอยู่ทางจีนเหนือเป็นดินที่นับว่าสมบูรณ์ที่สุดในโลก ปกคลุมอยู่ประมาณ ๑/๔ ล้านตารางไมล์ ดินเหลืองนี้หนาราวครึ่งไมล์
ทะเลทราย ในแคว้นซินเกียง แปลกว่าทะเลทรายแหล่งอื่น เพราะมักมีเสียงครางเสียงกระซิบเกิดขึ้นเสมอสาเหตุนี้ไม่มีใครรู้ว่าเป็นเพราะเหตุใดชางพื้นที่ที่นี่เชื่อกันว่าเป็นเสียงของปีศาจ การที่ชาวมองโกเลียมีนัยน์ตาหยีคิดกันว่า เนื่องจากเป็นพลเมืองที่อาศัยอยู่ในอาณาเขตที่มีลมจัด พัดทรายปลิวอยู่เสมอ การที่มีตาหยีเป็นเพราะธรรมชาติต้องการให้ตาพ้นจากฝุ่นละอองเท่านั้น
ทะเลสาบ ลอนอร์ (Lop-nor) ซึ่งจะเห็นในแผ่นที่ดูใหญ่โตมากนั้น ความจริงครั้งหนึ่งใหญ่โตจริงๆ แต่บัดนี้ตื้นเขินเหมือนหนองน้ำใหญ่เท่านั้น
ทางตะวันตกเฉียงใต้ของกรุงลาซาในธิเบตมีน้ำแร่พรวกกำมะถัน(Gey-sers of Sulphurous)แห่งหนึ่ง พุ่งขึ้นมาสูงถึง ๖๐ ฟุต
ทางตะวันตกออกเฉียงเหนือของเกาหลีกับเกาะญี่ปุ่น จะเกิดใต้ฝุ่นเสมอ จนเป็นสิ่งธรรมดา ในระหว่างเดือนกรกฎาคม กับ พฤศจิกายน
แม่น้ำแยงซีเกียง ได้อาสรรพขยะ โคลนตม มาถมที่ปากน้ำประมาณ ๖,๓๐๐ ล้านลูกบาศก์ฟุตทุกๆปีซึ่งหากจะนำเอาโคลนตมเหล่านี้มาเกลี่ยในพื้นที่ ๔๐ ตารางไมล์จะได้โคลนหนาถึง ๗ ฟุต
ครั้งนี้ ทะเลโกบี เป็นแหล่งที่อุดมสมบูรณ์มากแหล่งหนึ่ง แต่ในปัจจุบันนี้พื้นที่นี้ไร้ประโยชน์ เพราะมีแต่พื้นทรายคลุมอยู่ทั่วไป.
