...+++ ธรรมชาติรังสรรค์มนุษย์ขึ้นมาบนโลกใบนี้...โดยเนื้อแท้ของจิตใจมนุษย์นั้นช่างอ่อนโยน สะอาดบริสุทธิ์เต็มไปด้วยความเบ่งบาน เต็มไปด้วยมิตรภาพและความงดงาม+++ ห้วงเวลาแห่งการก่อกำเนิดชีวิต ตั้งแต่ปฏิสนธิ - เติบโตยังโลกภายใน - จนถึงเวลาลืมตาสู่โลกภายนอกช่วงเวลาใดเล่าที่มนุษย์เราเริ่มมีความรู้สึกเปลี่ยนไปจากเนื้อแท้ดั่งเดิม ที่ธรรมชาติบรรจงสร้างไว้ให้แปรเปลี่ยนและซึมซับเอาด้านมืดบอดมาเก็บซ่อนสั่งสมไว้ภายในจิตใจ+++ มนุษย์มักจะทำร้ายกันและกัน ไม่ว่าจะรู้ตัวหรือไม่รู้ตัว ทั้งโดยทางตรงและทางอ้อมตัวอย่างปัจจุบันมีให้เห็นอย่างดาษดื่น ทั้งในชีวิตจริงและเรื่องสมมุติเตือนใจแต่จะมีผู้ใดตระหนักได้อย่างแท้จริงว่า...มนุษย์เราควรมอบสิ่งที่ดีต่อกัน มอบมิตรภาพ มอบความรักไม่ต้องมีขอบเขตหรือข้อจำกัดของชนชาติ ศาสนา เพศ อายุหรือวรรณะจอมปลอมที่สังคมสร้างขึ้นก้มหัวให้ต่ำลง..เพื่อจิตใจที่สูงขึ้นประคับประคองกันและกัน...แม้จะถึงที่หมายช้ากว่า แต่มิตรภาพจะเบ่งบานกว่าทุ่งดอกไม้ใด ๆ บนโลกนี้ปลดเปลื้องความกลัวภายในจิตใจ...น้อมรับและเชื้อเชิญอย่างเต็มใจดั่งมิตรสหายและอีกหลากหลายวิธี ที่สามารถกระทำสิ่งที่ดีต่อกันได้+++ ผู้คนส่วนมากนั้นเคยชินกันสิ่งที่เห็นได้ แต่ไม่เคยชินกับสิ่งที่มองไม่เห็นเคยชินกับสิ่งที่อาจสัมผัสแตะต้องได้ แต่ไม่เคยชินกับสิ่งที่ไร้สภาพที่ไม่อาจจับต้องเคยชินกับการรับรู้ด้วยประสาทสัมผัส แต่ไม่คุ้นเคยกับการรับรู้ด้วยใจเคยชินกับการมองด้วยตา...แต่ไม่รู้จักการมองเห็นด้วยใจ ด้วยตัวตน ด้วยจิตสำนึกด้วยจินตนาการและด้วยความรักอันเต็มเปี่ยมภายใน
ครั้งหนึ่ง เราเกือบเสียของรักไป เพราะเรามองไม่เห็น......เมื่อของรัก..ได้หายไป
เปี่ยมรักจนเต็มล้น...ผู้คนส่วนใหญ่มักรอฟังคำบอกรัก รอเห็นการแสดงความรัก เพราะเรายังไม่เคยใช้ใจสัมผัส ป้าเหมียวกำลังฝึกใช้ใจสัมผัสรัก...(ลึกล้ำไปไหมหนู)
ต้องให้ ใจ รักด้วย ใจ เข้าใจ อภัย ไร้เงื่อนไข
มองเห็น ด้วยใจ จริงใจ จะสุขใจ นิรันดร ค่ะ ...
ต้องให้ ใจ รักด้วย ใจ เข้าใจ อภัย ไร้เงื่อนไข
มองเห็น ด้วยใจ จริงใจ จะสุขใจ นิรันดร ค่ะ ...
................................
ใช่ค่ะ..หนูเห็นด้วย ^_^
เพราะแก่นแท้ของความรักคือ..การไว้ใจกัน
มองด้วยใจ รักด้วยใจ..
แต่ทุกวันนี้ ..ความรักที่แท้จริง ( เพราะแก่นแท้ของความรักคือ..การไว้ใจกัน
มองด้วยใจ รักด้วยใจ.. ) แบบนี้คงหาได้อยากนะคะ