Appreciative Coaching

เวลาผมทำโครงการ AI ร่วมกับผู้ประกอบการและนักศึกษา พอสนิทๆกันแล้วมักมีเรื่องส่วนตัวต้องมาคุยกันครับ บางเรื่องเป็นเรื่องที่อาจเป็นเรื่องที่มีผลต่อความรุ่งเรือง หรือความย่งเหยิงในอนาคตของบริษัท กรณีหนึ่งคือ "หุ้นส่วน" หลายคนตอนเริ่มก่อร่างสร้างตัวจะเริ่มมีคำถาม ไม่ว่าจะถูกชวนไปลงทุน หรือชวนใครมาลงทุน ส่วนใหญ่เป็นเรื่องการถูกชวนไปลงทุน ผมจะถูกถามว่าอาจารย์คิดยังไง สิ่งที่ผมได้ให้คำแนะนำคือ "ให้สังเกตลักษระการฟังของคนนั้น เขาฟังคุณอย่างไร ถ้าเป็นประเภที่ ฟังเพื่อทำความเข้าใจกับคุณ แล้ววกเข้าทางของเขา" นั้นไม่ใช่แน่นอนครับ ตามประสบการณ์ของผมที่คุยกับผู้ประกอบการมา ประเภทหลังมักเกิดปัญหาในภายหลัง เป็นการคุยลักษณะเร่งเร้า ไม่ได้ฟังจริงๆครับ พูดง่ายๆผมกำลังจะบอกว่าใครที่คุยแบบ Dialogue เป็นโดยธรรมชาตินี่เป็นผู้ร่วมงานและหุ้นส่วนที่ดีครับ เท่าที่ผมให้ผู้ประกอบการนึกย้อนไป (บางคนเคยเจ็งมาเพราะหุ้นส่วนประเภทฟังแบบไม่ฟังนี่แหละครับ) ก็เจอแบบที่ผมตั้งข้อสังเกตจริงๆ  รายหนึ่งเคยชวนผมไปทำโนนทำนี่แต่ผมก็สังเกตว่าเขาไม่ฟังจริงๆครับ เขาให้ผมเล่าไปเล่ามา สุดท้ายก็จะตบเข้าทางเขาทุกที ผมก็ไม่เอาด้วยครับ ที่สุดผมได้ข่าวมาว่าบริษัทปิดไปหลังจากนั้นปีหนึ่งครับ เรื่องนี้เชื่อมโยงได้ถึงคำว่ายั่งยืนครับ หลายครั้งบอกได้เลยว่าถ้าเจ้าของ หรือผู้บริหารฟังไม่เป็น หรือฟังแล้วหาทางเล่าความสำเร็จ หรือ โชว์พาว เมื่อไร อันนั้นขาลงทั้งนั้นครับ

ผมอยากจะบอกจังเลยว่า PMQA อาจประเมินเพียงข้อเดียวก็พอครับว่า ผู้บริหารและคนในองค์กร "ฟังเป็นหรือเปล่า" ข้อเดียวก็พอแล้วครับ