“ต้มข้าวเปียกให้กินอิด”

               เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2552 ได้ร่วมเป็นคณะกรรมการตัดสินการประกวดเกษตรกรดีเด่นสาขาทำนาของจังหวัดสุราษฎร์ธานี เดินทางไปยังบ้านนายธรรมนูญ เอี่ยมบ่อคา คณะกรรมการศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลทุ่ง แต่ในวันนี้อยู่ในสถานะเกษตรกรดีเด่นสาขาทำนา ของอำเภอไชยา ซึ่งท่านรวมพล ทองมีเพชร เกษตรอำเภอไชยา และพี่ณัฐนิชา เวชกุล ได้นำคณะไปสอบถามข้อมูล    ตามเกณฑ์การตัดสินที่บ้าน รวมทั้งเยี่ยมชมแปลงนา ซึ่งอยู่ระหว่างการเตรียมพื้นที่ หลังจากนั้นได้ไปยังบ้านของนายปรีชา  วิมล คณะกรรมการศูนย์ฯ ตำบลท่าเคย และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 5 รวมทั้งตำแหน่งอื่น ๆ ของสังคมมากมาย เช่นเดียวกับท่านปรีชา วันนี้อยู่ในสถานะเกษตรกรดีเด่นสาขาทำนาของอำเภอท่าฉาง ซึ่งท่านพัชรินทร์ รักษาพราหมณ์  เกษตรอำเภอท่าฉาง คุณปทิตตา  ศรีภักดี คุณธวัช วรรณดี นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร ได้นำคณะสอบถามข้อมูล และเยี่ยมแปลงนา เช่นเดียวกัน

               จากการร่วมเป็นกรรมการตัดสินการประกวดเกษตรกรดีเด่นสาขาทำนาครั้งนี้ ได้รับรู้ความรู้สึกภาคภูมิใจของชาวนาทั้ง 2 ท่าน จากการสังเกต เมื่อท่านเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับอาชีพทำนาของท่าน  ผ่านแววตา และสีหน้าที่อิ่มเอมใจเป็นอย่างยิ่งทั้ง 2 ท่าน เมื่อพูดถึงการดำเนินชีวิตตามวิถีของชาวนามานานกว่า 20 ปี ท่านพูดและเล่าเรื่องราวด้วยความสุข ทั้งเรื่องการรณรงค์ให้อาชีพทำนา คงอยู่คู่กับชุมชน ไม่เห็นด้วยกับระบบทุนนิยมที่ฟุ้งเฟ้อ ใช้เงินเป็นสรณะ ชอบชีวิตสมถะ ใช้ชีวิตตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รวมทั้งความมั่นคงด้านอาหารภายในครัวเรือน ชุมชน ความปลอดภัยจากสารพิษ สารเคมีต่าง ๆ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การอนุรักษ์เมล็ดพันธุ์ข้าวที่เน้นถึงตนเอง โดยพยายามจัดทำแปลงพันธุ์ดี ภายในชุมชน ภายใต้หลักการศูนย์ข้าวชุมชน ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตรได้ดำเนินการตั้งแต่เริ่มต้น จนกระทั่งมีการแบ่งส่วนราชการเป็นกรมการข้าว ชาวนาของตำบลทุ่ง อำเภอไชยา และตำบลท่าเคย อำเภอท่าฉาง ก็ยังคงแนวทางด้านการผลิตพันธุ์ดีใช้เอง ทั้งพันธุ์ปทุมธานี 1 และพันธุ์พื้นเมือง ซึ่งใช้ในการเลี้ยงไก่เป็นหลัก นอกจากนี้ยังเป็นผู้นำท้องถิ่นในการรณรงค์ปรับปรุงบำรุงดิน โดยเน้นการทำและใช้ปุ๋ยน้ำชีวภาพ ซึ่งทำจากหอยเชอรี่ ซึ่งเป็นศัตรูพืชที่หาทำวัตถุดิบได้ภายในนาของตนเอง
                  เมื่อดูสภาพแวดล้อมรอบ ๆ แปลงนาของเกษตรกรแล้ว พบว่า รายล้อมไปด้วยสวนปาล์มน้ำมัน ส่งผลให้พื้นที่ทำนาของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ลดลงจากเดิมนับแสนไร่ ปัจจุบันนาเหลือเพียง 13,000 ไร่เศษ จึงได้สอบถามชาวนาทั้ง 2 ท่านว่าท่านรู้สึกอย่างไร ทั้ง 2 ท่านตอบ ต่างสถานที่ต่างเวลา แต่เป็นคำตอบเดียวกันว่า การทำนาทำให้มีความสุข มีข้าวกินแน่นอน ไม่ต้องไปซื้อหา ทำนาแล้วไม่อด ทำสวนปาล์มน้ำมันหรือสวนยางพารา อาจจะอดข้าวได้ นายปรีชา วิมล บอกว่า ปู่เรียก “ต้มข้าวเปียกให้กินอิด” (ภาษาถิ่น) ไม่เคยได้ยิน “ต้มยางหรือปาล์ม” ทำให้ตอกย้ำความภูมิใจในอาชีพชาวนาเป็นอย่างยิ่ง..........