วันนี้
( 29 พ.ค. 49 ) ผมได้รับเชิญจากเลขาธิการราชบัณฑิตยสถานเข้าร่วมสัมมนาทางวิชาการ
เรื่อง การประสานงานเครือข่ายสหวิทยาการเพื่อการวิจัยและพัฒนา
ณ สโมสรราชพฤษ์ กทม.
ผู้ได้รับเชิญสัมมนามีทั้งราชบัณฑิต ภาคีสมาชิก นักวิจัย
สมาคมวิชาชีพต่าง ๆ ประมาณ 100 คน
ศจ. ดร.ชัยอนันต์
สมุทวนิช ( นายกราชบัญฑิตยสถาน )
กล่าวตอนหนึ่งว่า สหวิทยาการเกิดยาก
เพราะองค์กรภาครัฐทำงานซ้ำซ้อนกัน
จึงจำเป็นต้องมีการวิจัยในลักษณะบูรณาการขึ้น
ซึ่งต้องมีการสร้างเครือข่ายเป็นการแก้ปัญหาโครงสร้างที่แยกส่วนและซ้ำซ้อนกัน
แต่ต้องมีศูนย์ข้อมูลกลางที่แลกเปลี่ยนกันได้
ต้องแลกเปลี่ยนกันทั้งเรื่องบุคคล อุปกรณ์ แผนงาน / โครงการ /
งบประมาณ
ศจ.กีรติ
บุญเจือ ( ราชบัณฑิต ประเภทปรัชญา
)
ไม่อยากให้ลืมเรื่องปรัชญาอยากให้สนใจเรื่องนี้ก่อนจะทำอะไร
ดร.โสภา ชูพิกุลชัย
ชปิลนันน์ ( ราชบัณฑิต ประเภทสังคมศาสตร์
) บอกว่าการประสานเครือข่ายสหวิทยาการ
ต้องเป็นการเชื่อมกันอย่างไม่เป็นทางการ อาจทำได้ถึง 8 มิติ
ทั้งสาขาเดียวกัน ต่างสาขา จุดย่อย และจุดใหญ่
ราชบัณฑิต ประเภทวิจิตรศิลป์
)
บอกว่าเราสามารถบูรณาการหลายสาขาแต่อยู่ในสภาพของวิชาใดวิชาหนึ่งเป็นแกนได้
อยากให้ทุกคนมีนิสัยบูรณาการในวิชาของตน
อาจารย์พะนอม
แก้วกำเนิด ( ผู้ทรงคุณวุฒิสาขาวัฒนธรรม
) บอกว่า
เราต้องกำหนดกรอบปัญหาและความมุ่งหวังในการพัฒนาที่แน่ชัด
แล้วจึงวิเคราะห์สาเหตุ ทางเลือกในการแก้ปัญหาอย่างมีระบบ
ซึ่งรูปแบบในการดำเนินการต้องสามารถทำได้
มีคุณค่าต่อแผ่นดิน และต้องทำอย่างยั่งยืน
ศจ. ดร.ศรีศักดิ์
จามรมาน ( ประธานเอแบคโพล )
บอกว่า เราคงต้องใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
และข้อมูลการวิจัยเข้าช่วย
ฯ ล ฯ
ในภาคบ่ายมีการแบ่งกลุ่มอภิปรายกำหนดทิศทางในการทำงานของ
ในการสร้างและประสานเครือข่ายสหวิทยากรที่ยั่งยืน
นับเป็นการสัมมนาที่ได้คุณค่ายิ่งที่มีการรวบยอดผู้ทรงความรู้เกือบทุกแขนงมาแลกเปลี่ยนกันเป็นกำไรชีวิตจริง
ๆ โดยผมได้สมัครร่วมเป็นภาคีสมาชิกด้วย
และคงได้มีโอกาสร่วมงานนี้อย่างต่อเนื่อง
ซึ่งถือว่าเป็นการทำงานเพื่อชาติบ้านเมือง
——————————————