การจากไปของลูก ทำให้หัวอกคนเป็นแม่ก็แทบแตกสลาย ถ้าออกซิเจนเป็นสิ่งแทนความรักที่แม่มีต่อลูกได้ มันก็เป็นของวิเศษที่สุดของแม่และของหมอเลยแหละ

เมื่อไม่นานมานี้ได้รับ consult จากหอผู้ป่วยเด็กเล็ก  เนื่องจากมีผู้ป่วยเด็กเป็น trisomy 13 อยู่ที่ward อายุได้ 45 วัน เด็กมีปัญหาเรื่อง omphalocele ได้รับการผ่าตัดแล้ว  แต่ก็มีปัญหาหลายเรื่อง แต่ที่สำคัญก็คือ เด็กจะมีปัญหาหยุดหายใจบ่อยครั้ง  ตอนอยู่โรงพยาบาลต้องกระตุ้นเมื่อเด็กหยุดหายใจ  ทางทีมผู้ดูแลได้ปรึกษามาเพื่อการดูแลระยะสุดท้าย  หลังจากได้รับคำปรึกษาก็ได้ไปพบแม่เด็ก  แม่เด็กอายุ 23 ปี  เมื่อพบกันครั้งแรกก็พบว่าแม่เด็กมีหน้าตาเศร้าหมองมาก

หมอ: สวัสดีค่ะ คุณแม่

แม่เด็ก : สวัสดีค่ะ

หมอ: พอดีหมอได้มีส่วนในการดูแลลูกของน้อง อยากคุยกับคุณแม่เรื่องลูก  มานอนโรงพยาบาลหลายวันแล้วใช่ไหมค่ะ

แม่เด็ก : ตั้งแต่คลอดมายังไม่ได้กลับบ้านเลย  ไปผ่าตัดที่นครสวรรค์แล้วก็กลับมานอนที่โรงพยาบาลอีก

หมอ: หมอเด็กเล่าอะไรให้คุณแม่ฟังบ้างค่ะ

แม่เด็ก : หมอบอกว่าลูกมีความผิดปกติที่โครโมโซม แล้วก็มีความผิดปกติที่หัวใจ  สมอง  แล้วก็อีกหลายอย่าง  แม่เด็กหยุดนิ่งไปพักหนึ่งพร้อมทั้งมีน้ำตาซึม  แล้วพูดต่อทั้งน้ำตา “หมอบอกว่าลูกหนูคงไม่รอด

หลังจากที่เราส่งกระดาษเช็ดหน้าให้ แล้วจึงถามต่อ

หมอ: แล้วน้องจะทำอย่างไรต่อ

แม่เด็ก : หนูสงสารลูก  ลูกเพิ่งเกิดมา  หนูนอนคิดมานานแล้วยิ่งอยู่โรงพยาบาลนานยิ่งเครียด  หนูก็รู้ว่าลูกคงไม่รอด แต่จะให้หนูเอาลูกกลับบ้านไป แล้วก็รอดูลูกตายไปเฉยๆ หนูทนดูไม่ได้ (ญาติรู้สึกว่าปล่อยให้เด็กตายไปโดยไม่ได้ทำอะไร)

หมอ: แล้วน้องคิดไว้ว่าอยากจะทำอย่างไร

แม่เด็กนิ่งเงียบไปนิดหนึ่ง “ หนูอยากได้กล่องออกซิเจนไปให้ที่บ้าน ช่วงที่ลูกยังมีชีวิตอยู่

หลังจากเราทราบความในใจ ของแม่เด็ก  อยากทำสิ่งสุดท้ายให้ลูก  เราก็ติดต่อขอยืมถังออกซิเจนของผู้ป่วยที่เสียชีวิตไปแล้วให้เขาไปใช้  เมื่อเด็กกลับบ้านได้ไม่นานก็เสียชีวิต เราก็รู้ดีว่าออกซิเจนไม่ได้ช่วยอะไร แต่การจากไปของลูก ทำให้หัวอกคนเป็นแม่ก็แทบแตกสลาย  ถ้าออกซิเจนเป็นสิ่งแทนความรักที่แม่มีต่อลูกได้ มันก็เป็นของวิเศษที่สุดของแม่และของหมอเลยแหละ