คนเรามีสิทธิที่จะคิดแตกต่างกันได้

สวัสดีค่ะชาว Gotoknow ทุกท่าน

ต้นเดือนธันวาคม อากาศเริ่มเย็นลงแล้วนะคะ หวังว่าทุกท่านจะรักษาสุขภาพและมีความสุขในทุก ๆ วัน ชีวิตคนเราไม่ได้ยืนยาวนัก ลองถามตัวเองดูสิว่า...ทุกวันนี้คุณอยู่เพื่ออะไร เป้าหมายชีวิตคืออะไร และคุณทำดีต่อคนรอบข้างบ้างหรือยัง  บางคนเมื่อวานยังทักทายพูดคุยกันอยู่ดี ดี มาวันนี้ก็จากไปอย่างกะทันหัน โดยไม่ทันสั่งเสียร่ำลากัน ทำให้ผู้เขียนได้ข้อคิดว่าสิ่งที่ผ่านมาเป็นเพียงอดีต เราควรอยู่กับปัจจุบันและทำวันนี้ให้ดีที่สุด ควรจะรู้จักเข้าใจและให้อภัยมากขึ้นกว่าเดิม เพราะชีวิตมักมีเรื่องไม่คาดคิดเกิดขึ้นเสมอ บางเรื่องเรารู้อยู่ก่อนแล้ว เพียงแต่รอว่าจะเกิดขึ้นวันไหน แต่บางเรื่องเข้ามาโดยที่เราเองไม่รู้ตัวจนตั้งรับไม่ทัน แต่ถ้าเรามองโลกในแง่บวกไม่ซับซ้อนมากนัก เราคงจะเข้าใจอะไร ๆ ได้ง่ายขึ้นนะคะ และเรื่องที่ว่ายากก็คงไม่ยากเกินจะเข้าใจ

ทุกวันนี้ในสังคม คนเรามีสิทธิที่จะคิดแตกต่างได้ บางครั้งการขัดแย้งหรือมีความคิดเห็นไม่ตรงกันทั้งเรื่องงาน และเรื่องอื่น ๆ ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องโกรธกันซะเมื่อไหร่ ถ้าหากเราเปิดใจให้กว้างเราสามารถหันหน้าพุดคุยกันได้อีก  เช่น ตัวผู้เขียนเองเคยมีเรื่องไม่เข้าใจกับเพื่อนคนหนึ่งที่เคยสนิทกันมาก แต่ผิดใจกันด้วยเรื่องงาน และเพราะต่างคนต่างมีทิฐิ เลยไม่ได้หันหน้าปรับความเข้าใจ ปล่อยให้เรื่องราวต่าง ๆ ผ่านมา 10 ปี เรื่องที่ตกตะกอนอยู่ในใจเริ่มเบาบางลง ทำให้ผู้เขียนหันมามองปัญหาที่เกิดขึ้นตัวเราเองก็มีส่วนผิดที่ไม่ยอมปรับความเข้าใจกัน ตอนนี้เลยคิดว่าจะแค้นเคืองโกรธกันไปก็เปล่าประโยชน์ หากวันหนึ่งเขาไม่อยู่กับเราแล้วเราจะเสียใจ ผู้เขียนจึงตัดสินใจเริ่มทักทายเขาก่อน และก็ได้ผลค่ะ เหมือนว่าเขาเองก็รอที่จะให้เราเริ่มก่อนเหมือนกัน ถึงแม้วันนี้เราจะกลับมาเป็นเพื่อนเหมือนเดิมไม่ได้ แต่อย่างน้อยเราก็ไม่โกรธกันอีกแล้ว  ผู้เขียนไม่เคยคิดว่าการที่เราจะเริ่มต้นทักทายเขาก่อนเป็นสิ่งที่เสียศักดิ์ศรีอะไร  คิดแค่ว่าเมื่อเรามีความจริงใจให้เขาซักวันเขาก็คงรับรู้ได้เอง

บางคนอาจจะคิดว่าการคิดบวกเป็นการคิดเข้าข้างตัวเอง  เหมือนคนที่แข่งกีฬาแพ้แล้วหาข้ออ้างมาปลอบใจตัวเอง แต่ผู้เขียนกลับคิดว่าถ้าคิดบวกแล้วทำให้เรามีความสบายใจและเป็นสุข มันก็น่าจะดีไม่ใช่หรือคะ อย่างน้อยหน้าผากก็ไม่ย่น คิ้วไม่ขมวด จนความชรามาเยือนบนใบหน้า

โชคดีมีความสุขกันทุกคนนะคะ