ประเมินผลการจัดบริการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ในกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มป่วยโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรงพยาบาลมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท ปีงบประมาณ 2551- 2552
แรงบันดาลใจ
ทำงานคัดกรองกลุ่มเสี่ยงเบาหวาน ความดันโลหิตสูงมา10 กว่าปี เห็นพัฒนาการทางสุขภาพของคนในชุมชนไปในทางที่ดีลง คือ มีคนป่วยเป็นเบาหวานและความดันโลหิตสูงรายใหม่ทุกปี พบคนป่วยเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต ปีละ 1 คน และที่สะดุดตามากที่สุด คือ อ้วนกันจัง บางคนไม่เห็นกันหลายปี เจออีกทีตัวเบ้อเร่อแล้ว ต้องกลับมาทบทวนการทำงานว่าเพียงคำแนะนำคงไม่อาจปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพคนเหล่านี้ได้ ต้องทำอะไรให้จับต้องได้มากกว่าเดิม
สิ่งที่อยากเห็นเมื่อเสร็จสิ้นโครงการ
คงไม่มากเกินไปถ้าอยากหวังเห็นความยั่งยืนของการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ อยากให้ทุกคนมีสุขภาพดีตามบริบทของตนเอง เช่น เป็นเบาหวาน ความดันโลหิตสูงอย่างสุขภาพดี เป็นกลุ่มเสี่ยงแต่มีสุขภาพดี โดยมีเป้าหมายปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ดังนี้
- สามารถเลือกอาหารรับประทานได้ถูกต้องทั้งปริมาณและอาหารตามโซนสี
- รู้วิธีการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายและภาวะสุขภาพ
- ใช้หลักการควบคุมอารมณ์ 3 ส คือ สะกด สกัด สะกิด
- ลดน้ำหนักตัวได้ตามเป้าหมายคือ ร้อยละ 5
- ลดเส้นรอบเอวลงได้อย่างน้อยคนละ 5-10 ซม.
ต้นทุนหรือเรื่องราวดีๆก่อนที่จะทำงานนี้
ต้นทุนสำหรับงานนี้อยู่ในโรงพยาบาลมโนรมย์นี่เอง เริ่มที่ท่านผู้อำนวยการโรงพยาบาลที่มีวินัยในการดูแลสุขภาพตนเองอย่างสม่ำเสมอทั้งการออกกำลังกายและการควบคุมอาหารจนเป็นต้นแบบสุขภาพดีแก่คนทั่วไป และทีมเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลที่หลายๆ คน เป็นตัวอย่างที่ดี ในการดูแลสุขภาพ มีน้องพยาบาลเป็นผู้นำออกกำลังกายแก่ชุมชน เป็นผู้ริเริ่มก่อตั้งชมรมแอโรบิกร่วมกับประชาชนมาตั้งแต่ปี 2542 จนปัจจุบันนี้ถ้าใครผ่านมาหน้าโรงพยาบาลมโนรมย์ตอนเย็นวันจันทร์-ศุกร์ จะเห็นการเต้นแอโรบิกทุกวัน นอกจากนี้รั้วติดกับโรงพยาบาลเดิมเป็นพื้นที่ว่างของศูนย์ขยายพันธ์พืชก็ได้รับการพัฒนาให้เป็นปอดของชุมชนโดยเทศบาลตำบลหางน้ำสาคร เป็นสวนสาธารณะขนาดพอเหมาะ ที่ร่มรื่น มีอุปกรณ์ออกกำลังกายกลางแจ้ง สนามกีฬาต่างๆ อย่างลงตัว พื้นที่เชื่อมต่อเป็นผืนเดียวกับลานแอโรบิกของโรงพยาบาลมโนรมย์ นอกจากทางด้านกายภาพแล้วชุมชนได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากเทศบาลในการรวมตัวเป็นชมรมกีฬาต่างๆ ที่โดดเด่นกว่าใครก็คือชมรมเปตอง ที่ไปคว้ารางวัลต่างๆ มาครองมากมาย และการที่ตนเองได้มีโอกาสเข้าร่วมประชุมเวทีวิชาการที่เกี่ยวข้องกับโภชนาการอยู่หลายเวที ทำให้ได้รับการเพิ่มพูนความรู้เรื่องอาหารและโภชนาการจนพอมีวิชากลับมาทำงานด้านการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านอาหารให้กับหน่วยงานได้
เริ่มทำงานเรื่องนี้อย่างไร/มีใครเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยและมีบทบาทอย่างไร
งานนี้เกิดจากการพูดคุยกับทีมงานที่ทำงานคัดกรองค้นหาเบาหวานและความดันโลหิตสูงขณะนี้ คือคุณชอุ้ม กลิ่นษร เมื่อ 2 ปี ก่อน ที่ได้วิเคราะห์ข้อมูลกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่และพบว่าเรามีกลุ่มเสี่ยง(อายุ 35 ปีขึ้นไป)เป็นสองเท่าของกลุ่มป่วย ประกอบกับเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2550 สสจ.ชัยนาทสนับสนุนงบประมาณโครงการข้าราชการไทยไร้พุง มีเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลมโนรมย์เข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 22 คน ใช้โปรแกรมลดน้ำหนักของ ดร.วณิชา กิจวรพัฒน์ เป็นแนวทางในการดำเนินงาน ทำให้พวกเราได้เรียนรู้เครื่องมือต่างๆ ในการจัดทำโครงการ เช่น ยางยืด และนำสิ่งที่ได้เรียนรู้จากโครงการนี้มาจัดทำในชุมชน ภายใต้ชื่อโครงการลดพุง ลดโรค บริโภคพอเพียง ปีงบประมาณ 2551 ระหว่างเดือนมิถุนายน –ธันวาคม 2551 มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความรู้เรื่องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ได้รับความร่วมมือในการดำเนินโครงการจากคุณกชพร เจริญสุข พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ กลุ่มการพยาบาล และเจ้าหน้าที่ทุกคนในกลุ่มงานเวชปฏิบัติครอบครัวและชุมชน และความร่วมมือที่ยิ่งใหญ่มาจากชมรมแอโรบิกโรงพยาบาลมโนรมย์ที่ช่วยชักชวนกลุ่มเป้าหมายเข้ารับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจนครบจำนวน
มีกระบวนการทำงานอย่างไร
เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายการอบรมมีจำนวนมาก จึงแบ่งเป็น 4 รุ่นละ 50 คน ครึ่งวันแรกเป็นการบรรยายเรื่องโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และการตอบแบบประเมินพฤติกรรมสุขภาพ ครึ่งวันหลังเป็นการเรียนรู้แบบฐานแบ่งเป็น 3 ฐาน ได้แก่ ฐานฝึกออกกำลังกายด้วยยางยืด ฐานฝึกวัดรอบเอว ชั่งน้ำหนัก คำนวณค่าดัชนีมวลกาย และน้ำหนักที่ควรจะเป็น ฐานอาหารตัวอย่างอาหารตามโซนสี หลังอบรมประมาณ 1 เดือน นัดมาทบทวนสิ่งที่ได้เรียนรู้และฝึกปฏิบัติร่วมกันอีกครั้ง และประเมินผลหลังการจัดกิจกรรม 6 เดือน
ช่วงเดือนมีนาคม 2552-กรกฏาคม 2552 คุณชอุ้ม กลิ่นษร เสนอแนะว่าควรเสริมกิจกรรมเยี่ยมบ้านกลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง กลุ่มเสี่ยงร่วมไปด้วย เพื่อเป็นการกระตุ้นเตือนและติดตามประเมินการนำความรู้ไปปฏิบัติจริงในชีวิตประจำวัน เรียกภารกิจนี้ว่า “คนค้นครัว” ใช้เวลาในการเยี่ยม 1-2 ชั่วโมง/ ครอบครัว สอบถามถึง คนปรุงอาหาร พฤติกรรมการบริโภคอาหาร ของครัวเรือน เช่น ข้าวที่รับประทาน เวลา/มื้อ อาหาร เครื่องปรุงรสอาหาร ชนิดอาหาร ต้มนึ่ง ผัด ทอด แกง ผัก เนื้อสัตว์ และน้ำมันที่ใช้ในการประกอบอาหาร นม ความหลากหลายในการบริโภค สำรวจอาหารที่เขาประกอบไว้ในวันที่ไปเยี่ยม วิเคราะห์อาหารและพูดคุยกับเจ้าของบ้าน เพื่อปรับ และ เสนอทางเลือกในการประกอบอาหารเพื่อการบริโภคที่ถูกต้องให้เหมาะสมตามสภาพครอบครัวนั้นๆ โดยยึดหลักอาหารตามโทนสี แดง เหลือง และเขียวแนะนำการประกอบอาหารง่าย เช่นการหุงข้าวกล้องให้นิ่ม การทำน้ำเต้าหู้ไม่หวาน เสนอการออกกำลังกายแบบก้าวเดิน และการทำยืดเหยียดกล้ามเนื้อ ให้กับครอบครัว
ปี 2552โรงพยาบาลมโนรมย์มีเข็มมุ่งในการดูแลผู้ป่วย 4 โรค คือ โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง asthma และ COPD เพื่อให้การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพผู้ป่วยในคลินิกพิเศษต่างๆเป็นรูปธรรม ชัดเจน ต่อเนื่อง จึงได้ปรับแนวทางการจัดบริการให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของหน่วยงาน จึงได้จัดตั้ง “คลินิกสุขภาพดี” เพื่อให้บริการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพแก่กลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และกลุ่มเสี่ยง ขึ้น เปิดให้บริการเต็มรูปแบบเดือนมิถุนายน 2552 ใช้การปรับเปลี่ยนการบริโภคอาหารตามแนวทางกองโภชนาการ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมออกกำลังกายใช้โปรแกรมปฏิทินบันทึกการออกกำลังเพื่ออบอุ่นและสมรรถนะแอโรบิก ปฏิทินบันทึกการออกกำลังเพื่อความยืดหยุ่นและผ่อนหยุด ปฏิทินบันทึกการออกกำลังเพื่อความฟิตกล้ามเนื้อ บันทึกก้าวเดิน ของกองออกกำลังกาย เป็นแนวทางหลัก ร่วมกับการใช้ยางยืด การออกกำลังกายตามอัธยาศัย เดือนสิงหาคม 2552 ได้นำเครื่อง Inbody ซึ่งเป็นเครื่องวัดองค์ประกอบร่างกายจากศูนย์อนามัยที่ 2 มาให้บริการกลุ่มผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และกลุ่มเสี่ยงจำนวน 50 คน เพื่อสร้างกระแสเรื่องการการดูแลสุขภาพ ทำให้ได้รับการตอบรับจากกลุ่มเป้าหมายเป็นอย่างดี และกลุ่มนี้ได้เข้าสู่กระบวนการดูแลต่อเนื่องในคลินิกสุขภาพดี
ผลที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร
การจัดอบรมเชิงปฏิบัติการแบบฐานการเรียนรู้ มีกลุ่มเป้าหมายประเมินผลจำนวน 129 คนระยะเวลาอบรม มกราคม-กุมภาพันธ์ 2552 พบว่าหลังอบรม 6 เดือนกลุ่มเป้าหมายมีน้ำหนักตัวอยู่ในเกณฑ์ปกติเมื่อเทียบกับน้ำหนักที่ควรจะเป็นร้อยละ 12.4 เส้นรอบเอวอยู่ในเกณฑ์ปกติและลดลงร้อยละ 7.75 ค่าความดันโลหิตอยู่ในเกณฑ์ปกติและลดลงร้อยละ 7.75 : กิจกรรมคนค้นครัวเยี่ยมบ้านผู้ป่วยและกลุ่มเสี่ยง พบว่ารอบเอวเกินค่ามาตรฐานในกลุ่มผู้ป่วยร้อยละ 82.6 กลุ่มเสี่ยงร้อยละ 56.76 มีค่าดัชนีมวลกายมากกว่าหรือเท่ากับ 25 กลุ่มป่วยร้อยละ 65.23 กลุ่มเสี่ยงร้อยละ 51.36 ค่าความดันโลหิตมากกว่า 120/80 mmHg กลุ่มป่วยร้อยละ 78.27 กลุ่มเสี่ยงร้อยละ 70.28 จากการสังเกตอาหารที่ครัวเรือนปรุงพบว่าส่วนใหญ่เป็นเนื้อสัตว์ และประกอบโดยวิธีผัดหรือทอด มีผักในอาหารน้อยหรือมีไม่ได้ส่วนที่ควรรับประทานต่อมื้อ : คลินิกสุขภาพดี มีผู้รับบริการจำนวน 82 คน กำหนดให้บริการรายละ 6 ครั้ง โดยนัดหมายทุกสัปดาห์จำนวน 4 ครั้ง นัด 1 เดือนจำนวน 1 ครั้ง และนัด 6 เดือน จำนวน 1 ครั้ง มีการปรับรูปแบบการนัดหมายให้สอดคล้องกับการมารับบริการตรวจรักษาโรคตามนัด ต้องมีการประสานงานระหว่างทีมสหวิชาชีพในการส่งต่อผู้ป่วยมารับบริการ โดยได้รับการส่งต่อผู้รับบริการมาจากการคัดกรองกลุ่มเสี่ยงในชุมชนและจากผู้ป่วยที่มารับบริการในคลินิกโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และคลินิกวัยทอง พบว่าผู้มารับบริการมีเส้นรอบเอวเกินค่ามาตรฐานร้อยละ 100 มีน้ำหนักตัวมากกว่าที่ควรจะเป็นร้อยละ 93.90 และมีค่าความดันโลหิตมากว่า 120/80 ร้อยละ85.36 และยังไม่สามารถประเมินการเปลี่ยนแปลงระดับไขมันในเลือด ระดับน้ำตาล และระดับความดันโลหิตเมื่อสิ้นสุดบริการได้ แต่จากการให้บริการทำให้ทราบว่าการให้การปรึกษาอย่างใกล้ชิดและเฉพาะบุคคลทำให้สามารถค้นหาปัญหาได้ตรงประเด็น และเสนอวิธีปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้เหมาะสมโดยกลุ่มเป้าหมายสามารถปฏิบัติได้จริง
จุดเด่นของสิ่งที่ทำคืออะไร
สิ่งที่ซ่อนอยู่ในการดำเนินงานภาพรวมครั้งนี้คือ โครงการนี้มีการจัดทำเสื้อประชาสัมพันธ์ สีสันสวยงาม สะดุดตา เมื่อปล่อยเสื้อของโครงการออกไปสู่ชุมชนได้รับการตอบรับเรียกให้กลุ่มเป้าหมายและกลุ่มที่อยากเป็นเป้าหมายเข้าร่วมกิจกรรมอย่างหนาแน่นจนเกินจำนวน
การเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรมเราได้แนะนำร้านค้าที่เป็นเครือข่ายสุขภาพกับเราให้นำอาหารที่เราสอน/แนะนำให้เลือกบริโภคมาจำหน่าย ได้แก่ น้ำมันรำข้าว นมถั่วเหลืองน้ำตาลต่ำ ข้าวกล้อง มาจำหน่าย แรกๆก็ขายไม่ได้ โดนร้านค้าบ่นว่าขายได้แต่เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลกับ อสม. เท่านั้น โดยเฉพาะนมถั่วเหลืองน้ำตาลต่ำ คนแก่ซื้อไปกินไม่ได้หิ้วมาเปลี่ยน(ขำไม่ออกเลย) เดี๋ยวนี้ร้านชำขนาดใหญ่เกือบทุกร้านต้องมีน้ำมันรำข้าว นมถั่วเหลืองน้ำตาลต่ำ ข้าวกล้อง ขายและขายดีซะด้วย
ตัวช่วยโครงการนี้(อย่างไม่ตั้งใจ)คือชมรมกีฬาต่างๆของเทศบาลตำบลหางน้ำสาคร โดยเฉพาะชมรมจักรยาน ในช่วงเดือนมิถุนายน 2552 – ปัจจุบัน(พฤศจิกายน 2552) มีกิจกรรมการขี่จักรยานวันละ 20-30 กิโลเมตรทุกวัน (เว้นวันพระและวันฝนตก) มีสมาชิกร่วมกิจกรรมวันละ 20-30 คนทุกวัน โดยสมาชิกส่วนหนึ่งเป็นกลุ่มผู้ป่วยและกลุ่มเสี่ยงของโครงการเรา เรื่องนี้สอนเราเรื่องชุมชนเข้มแข็งแบบไม่ต้องเปิดตาราอ่านอีกเลย
ความงามหรือความประทับใจเล็กๆ ที่ได้จากโครงการนี้
ความชื่นใจที่ได้จากการจัดบริการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพรูปแบบต่างๆ คือเมื่อผู้รับบริการมาหาและอวดว่าน้ำหนักลดเท่านั้นกิโลกรัม หรือสามารถใส่กางเกงตัวที่ไม่เคยใส่มานานได้ เล่าว่าคนที่บ้านก็ลดตาม ลดกันทั้งบ้าน ต่างๆ เหล่านี้ แม้เป็นเพียงบางส่วนไม่ใช่ทุกคนที่ทำได้หรือบางคนทำได้ระยะสั้นแล้วกลับมาเป็นแบบเดิม แต่เมื่อได้ยิน ได้ฟัง ก็รู้สึกเบิกบานและมีพลังในการทำงาน มีอยู่ครั้งหนึ่งไปซื้อผักที่ร้านพี่เฉลียว ซึ่งได้มาเข้าร่วมกิจกรรมโครงการลดพุง พี่เค้าพูดว่า “อยู่มาตั้งนานไม่เคยมีความรู้เลยว่าควรจะเลือกกินอะไร ไม่ควรกินอะไร โชคดีที่ได้ไปอบรมกับหมอ กลับมาก็มาปฏิบัติ อยากให้หมอจัดกิจกรรมแบบนี้บ่อยๆ ชาวบ้านได้ประโยชน์มาก”
อังค์ริสา พินิจจันทร์
ดีมากๆเลยค่ะ อยากให้ขยายโครงการทำในกลุ่มจนท.ที่ BMI เกิน หรือกลุ่ม DLP ด้วยคะ /วิลาวรรณ์
เขียนได้ยาวมาก ต้องให้แต้มพิเศษ / Boss
ดีมากเลยค่ะมองเห็นภาพ เห็นผลงานเลยค่ะ เยี่ยม By Per
สิ่งดีๆได้เกิดขึ้นแล้ว...แต่ก็ไม่สำคัญเท่ากับการทำให้ต่อเนื่องและยั่งยืน
น่าจะยายผลไปสู่กิจกรรมอื่นๆได้นะคะ...ใครมีไอเดียดีๆที่ต่อยอดได้...เชิญค่ะ/morn
เป็นผลดีกับชาวบ้าน(ได้ความรู้)เป็นผลดีกับโรงพยาบาล(ได้ลดต้นทุนเรื่องค่ายาถ้าชาวบ้านปฏิบัติได้ถูกต้อง)สุดยอดจริงจริงคะ