วิจัยเรื่องที่ 2

วิจัยเรื่องที่ 2

ชื่อเรื่อง

            ความสัมพันธ์ระหว่างการใช้อำนาจของผู้บริหารกับความทุ่มเทในการปฏิบัติงานของครูผู้สอน  โรงเรียนมัธยมศึกษา  สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว  เขต 2

ผู้วิจัย    จุฬมพา   ผันประเสริฐ

ปีที่วิจัย            2549

วัตถุประสงค์   

1. เพื่อศึกษาการใช้อำนาจของผู้บริหารในโรงเรียนมัธยมศึกษา  สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว  เขต 2  ตามความเห็นของครูผู้สอน

2.  เพื่อศึกษาความทุ่มเทในการปฏิบัติงานของครูผู้สอนโรงเรียนมัธยมศึกษา  สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว เขต 2 ตามความเห็นของครูผู้สอน

3.  เพื่อเปรียบเทียบ การใช้อำนาจของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว เขต 2 จำแนกตามการปฏิบัติงาน ของครูผู้สอน

4.  เพื่อเปรียบเทียบ ความทุ่มเทในการปฏิบัติงานของครูผู้สอนโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว เขต 2 จำแนกตามฝ่ายการปฏิบัติงานของครูผู้สอน

5.  เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างสัมพันธ์ระหว่างการใช้อำนาจของผู้บริหาร กับความทุ่มเทในการปฏิบัติงานของครูผู้สอนโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว เขต 2 ตามฝ่ายการปฏิบัติงานของครูผู้สอน

 

วิธีวิจัย  วิธีการใช้แบบสอบถาม

กลุ่มตัวอย่าง

            ได้แก่ ครูผู้สอนในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว เขต 2 จำนวน 166 คน

 

เครื่องมือที่ใช้

            ใช้แบบสอบถาม (ประกอบด้วย 3 ตอน) ประมาณค่า 5 ระดับของลิเคอร์ท (Likert) จำนวน 46 ข้อ

วิธีเก็บรวบรวมข้อมูล

  1. ดำเนินตามขั้นตอนดังนี้

2.1  ขอหนังสือจากภาควิชาบริหารการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ถึง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สระแก้ว เขต 2 เพื่อขอความอนุเคราะห์ และความร่วมมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล

3.1  ผู้วิจัยนำแบบสอบถามจำนวน 166 ฉบับ พร้อมกับหนังสืออนุญาตให้เก็บข้อมูลได้ ไปยังโรงเรียนเพื่อตอบแบบสอบถาม โดยผู้วิจัยได้ขอความอนุเคราะห์  จากสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว เขต 2 เป็นผู้แจกแบบสอบถาม และผู้วิจัยมารับแบบสอบถามที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว เขต 2

3.3ในกรณีที่ยังไม่ได้แบบสอบถามคืนจากโรงเรียนตามเวลาที่กำหนด ผู้วิจัยจะติดต่อกับโรงเรียน ที่ยังไม่ได้รับแบบสอบถาม เพื่อขอรับแบบสอบถามคืนด้วยตัวเอง

  1. การจัดทำข้อมูลผู้วิจัยได้ดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้

2.1    เมื่อได้รับ แบบสอบถามคืนมาจำนวน 166 ฉบับ คิดเป็นร้อยละ 100 ผู้วิจัยตรวจสอบความถูกต้องและความสมบูรณ์  ของแบบสอบถามเพื่อนำมาวิเคราะห์

2.2    นำแบบสอบถามที่สมบูรณ์ลงรหัส ให้คะแนนตามน้ำหนักคะแนนแต่ละข้อ และบันทึกในคอมพิวเตอร์โดยวิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรม SPSS For Windows

2.3    ทำการวิเคราะห์ข้อมูลและนำผลการคำนวณมาวิเคราะห์ข้อมูลตามความมุ่งหมาย ตามสมมติฐานของการวิจัยต่อไป

สถิติพื้นฐาน

            ค่าเฉลี่ย และความเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์ความแปรปรวน ทางเดียว ( one – way  ANOVA)

            ทดสอบความแตกต่างเป็นค่าเฉลี่ย เป็นรายคู่โดยวิธีของ เชฟเฟ่ (Seheffe Test) และการหาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน

ผลการวิจัยพบว่า

            ตอบวัตถุประสงค์ข้อที่ 1

-          การใช้อำนาจของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว เขต 2 จำแนกตามฝ่ายการปฏิบัติงาน  โดยรวมอยู่ในระดับมากเมื่อพิจารณาตามฝ่ายการปฏิบัติงาน เรียงค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย ได้แก่ ฝ่ายบุคคล และฝ่าย บริหารทั่วไปอยู่ในระดับมาก ฝ่ายงบประมาณ และฝ่ายวิชาการอยู่ในระดับปานกลาง

-          การใช้อำนาจของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว เขต 2 ตามความเห็นของครู จำแนกตามฝ่ายการปฏิบัติงาน โดยรวมและรายด้านแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ

-          การใช้อำนาจของผู้บริหารโดยรวม และรายด้านกับความทุ่มเทในการปฏิบัติงาน ของครูผู้สอนมีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ .OS

ตอบวัตถุประสงค์ข้อที่ 2

-          ความทุ่มเทในการปฏิบัติงานของครูผู้สอนโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว เขต 2 จำแนกตามฝ่ายปฏิบัติงาน โดยรวมและรายด้านอยู่ในระดับปานกลาง เมื่อพิจารณาตามฝ่ายการปฏิบัติงานเรียงค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย ได้แก่ฝ่ายบุคคล ฝ่ายวิชาการ ฝ่ายบริหารทั่วไป และฝ่ายงบประมาณ ตามลำดับ

-          ความทุ่มเทในการปฏิบัติงานของครูผู้สอนโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว เขต 2 จำแนกตามฝ่ายปฏิบัติงาน เป็นรายคู่ พบว่าฝ่ายบุคคลและฝ่ายวิชาการ มีความทุ่มเทมากกว่า ฝ่ายงบประมาณอย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติ .OS

วิธีการ

เชิงสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้น (Simple Random Sampling) จากครูในโรงเรียนประถมศึกษาอำเภอบางละมุง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชลบุรี เขต 3 โดยใช้โรงเรียนในการแบ่งชั้น ใช้เกณฑ์การกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างจากตาราง กำหนดกลุ่มตัวอย่างของเครจซี่ และมอร์แกน (Krejcie & Morgan,1970.p.608) ได้กลุ่มตัวอย่าง 361 คน

กลุ่มตัวอย่าง   

ครูโรงเรียนประถมศึกษาอำเภอบางละมุง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชลบุรี เขต 3 ปีการศึกษา 2548

 

 

เครื่องมือ         

เป็นการสอบถามเกี่ยวกับการบริหารงานวิชาการ ของผู้บริหารในโรงเรียนประถมศึกษาอำเภอบางละมุง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชลบุรี เขต 3 แบ่งออกเป็น 2 ตอน มีคำถามจำนวน 46 ข้อ

ตอนที่1   เป็นคำถามแบบเลือกตอบ(Cheek list) เกี่ยวกับสภาพส่วนตัวของผู้ตอบคำถามได้แก่ ครู ในโรงเรียนประถมศึกษา อำเภอบางละมุง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชลบุรี เขต 3

ตอนที่2   เป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า(Rating Scale) ตามแบบของลิเคอร์ท(Likert’s Scale) เกี่ยวกับระดับการบริหารงานวิชาการของผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษา อำเภอบางละมุง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชลบุรี เขต 3

โดยศึกษาการบริหารงาน วิชาการใน 4 ด้าน คือ

  1. ด้านหลักสูตรและการนำไปใช้
  2. ด้านการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน
  3. ด้านสื่อสารการเรียนการสอน
  4. ด้านการวัดผลประเมินผลการเรียนการสอน

วิธีเก็บรวบรวมข้อมูล และวิเคราะห์ข้อมูล

1.ขอหนังสือจากภาควิชาบริหารการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ถึงผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชลบุรี เขต 3  เพื่อขอความอนุเคราะห์ในการตอบแบบสอบถาม จากผู้บริหารและครูในโรงเรียนประถมศึกษา อำเภอบางละมุง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชลบุรี เขต 3

2.ผู้วิจัยนัดวันในการเก็บรวบรวมข้อมูล และดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยตนเอง

3.จำนวนแบบสอบถามที่ส่งไปจำนวน 361 ฉบับ ได้รับกลับมา 361 ฉบับ คิดเป็นร้อยละ 100

วิธีวิเคราะห์ผล

            สถิติพื้นฐาน

ระดับการบริหารงานวิชาการในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชลบุรี เขต 3 โดยใช้ค่าเฉลี่ย ( ) และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ค่าร้อยละของกลุ่มตัวอย่างจำแนกตามสถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถาม

 

สถิติอ้างอิง

-  t-test

- ANOVA (สถิติที่ใช้คือ การวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบทางเดียว (One – way ANOVA)

ผลการวิจัยพบว่า

1.การบริหารงานวิชาการของผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษา อำเภอบางละมุง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชลบุรี เขต 3 โดยรวบรวมอยู่ในระดับมาก

2.การบริหารงานวิชาการของผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษา จำแจกประสบการณ์ ขนาดของโรงเรียน และประเภทโรงเรียน แตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ