นานๆ จะแหงนขึ้นมองฟ้าสักที มัวแต่ก้มหน้าก้มตาทำอะไรต่อมิอะไร มีสาระบ้างไม่มีบ้าง แต่พอได้แหงนขึ้นดูทองฟ้า ก็รู้สึกว่าได้มองตัวเองยังไงไม่รู้
อิอิ
ไม่ได้หมายความว่าเราเป็นดวงดาวบนท้องฟ้าหรอกนะ จากที่เคยได้เรียนมา แสงระยิบระยับของดวงดาวที่เรามองกว่าจะเดินทางมาถึงโลกก็ใช้เวลาหลายล้านปี ดังนั้นสิ่งที่เห็นก็คือ…อดีต…นี่เอง
อ้าว… แล้วไงเนี่ย
ก็มองท้องฟ้า.. ก็ได้เวลาทบทวนตัวเองดูว่าเรายืนอยู่บนตำแหน่งที่ควรจะยืนหรือไม่นะสิ บางทีเราอาจไขว้เขวไปกับสิ่งแวดล้อมรอบข้าง หรือหลงตัวเองทั้งดีและไม่ดี ทำให้มันแกว่งไปแกว่งมาจนลืมปณิธาน ลืมอุดมการณ์ของเราไป
เวลาที่มองท้องฟ้า จะมองเห็นตัวเองเล็กกว่าฝุ่นละอองบนโลกซะอีก อะไรที่เราเจอที่เราคิดว่ามันยิ่งใหญ่ซะเหลือเกิน ไปๆ มาๆ มันก็งั้นๆ มนุษย์เราจะหวังจะทำอะไรเกินตัวไปได้
แต่ที่เราเจอก็แค่………โลกๆ………. เท่านั้นเอง
อดีตผ่านไป อนาคตก็ยังมาไม่ถึง วันนี้ทำอะไรให้ตัวเองภูมิใจหรือยังนะ?
สวัสดีคะ
มองฟ้าหาอดีตก็น่าคิดอยู่คะ
มองฟ้าหาอนาคตยิ่งน่าคิดกว่านะคะ
คนเรามองดาวด้วยความรูสึกต่างกัน
คู่รักเขามองดาวแล้วคิดถึงกัน
คนวัยเรียนวัยทะยานอยากมองดาวก็นึกถึงอนาคต
คนมีอุดมการณ์เขามองดาวเหมือนเครื่องนำทางไปคู่กับอุดมการณ์
มาร่วมแบ่งปันความคิดคะ
สวัสดีค่ะ
พี่ชอบมองฟ้า...หาเมฆค่ะ
เอามาประกอบ...การยกเมฆ
สวัสดีค่ะ
ขอบคุณนะคะที่แวะไปทักทายกัน
อยู่กับลมหายใจปัจจุบัน ก็มีความสงบดีนะคะ
อยู่กับปัจจุบัน มีสติระลึกรู้เฉพาะหน้าเหมือนที่คุณณัฐลดากล่าวก็เข้ารอยธรรมแล้วนะครับ
สวัสดีค่ะ
มองฟ้า ก็เกิดมรณานุสสติได้เหมือนกันนะคะ
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะ...
ไม่ค่อยได้ทักทายกันเลยนะคะ อิอิอิอิ.....
สมาชิกคนรักน้องฟ้ากะนายเมฆ ก็ต้องชอบมองฟ้าค่ะ
หากแต่พยายาม อยู่กับ ปัจจุบัน ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะคุณเจตน์
ในหนังสือ ไม้พุทธประวัติของ ศาสตราจารย์ ดร.พเยาว์ เหมือนวงษ์ญาติ กล่าวถึงต้นสาละในพุทธประวัติมีข้อความว่า
" สาละ เป็นพืชพวกเดียวกันกับพะยอม เต็ง รัง อยู่ในสกุล "Shorea" ในวงศ์ " Dipterocarpaceae" ค่ะ
และว่า
" สาละ Shorea robusta Roxb. เรียกกันว่าสาละอินเดีย เพราะยังมีอีกต้นหนึ่ง เรียกว่า สาละลังกา หรือต้นลูกปืนใหญ่ (Cannonball Tree) เป็นพืชในวงศ์จิก Lecythidaceae (ปัจจุบัน จิกอยู่ในวงศ์ Barringtoniaceae) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Couroupita guianensis Aubl) "
ดังนั้น สาละอินเดีย น่าจะเป็นต้นที่หมายถึงในพุทธประวัตินะคะ
ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมบันทึกไม้พุทธประวัตินะคะ
มองท้องฟ้า จะเห็นว่าเป็นที่โคจรของดวงอาืืทิตย์และดวงดาว ชีวิตเราก็จะคล้ายกับสิ่งนั้น ชีวิตที่พบเจอความสุขจะเหมือนมองแล้วเจอพระอาทิตย์ หากเจอความทุกข์ก็จะมองเห็นดวงดาวที่มีแสงริบๆ แต่จะเป็นอย่างไรก็ตามเราควรที่จะมีสติดีกว่า