การแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่อง ความสำเร็จของการทำงานร่วมกับหน่วยงานต่างสังกัด
ในระบบราชการการทำงานร่วมกับหน่วยงานต่างสังกัดในพื้นที่ เป็นสิ่งที่น่าเรียนรู้ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วได้ร่วมการประชุม ประเมินผลของกรมสุขภาพจิต และได้เข้าร่วมในกลุ่มย่อย ทำให้ได้สิ่งดีๆ ที่น่าจะบันทึกไว้เพื่อทบทวนสำหรับมือใหม่อย่างตัวเอง....ดังนี้
การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อการประเมินผลการดำเนินงาน ในรอบปีที่ผ่านมา ซึ่งผู้จัดได้ให้หน่วยงานประเมินตัวเอง และเปรียบเทียบกับการประเมินจากภายนอก ซึ่งได้ข้อมูลเป็นเชิงปริมาณและทำให้เห็นภาพรวม /ภาพย่อย นอกจากนี้ผู้จัดยังได้จัดให้มี session ของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันระหว่างหน่วยงาน โดยแบ่งผู้เข้าร่วมประชุมเป็นภาค เมื่อได้ข้อสรุปก็ให้นำมาเสนอในที่ประชุมใหญ่
โจทย์ของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้คือ แนวทางสู่ความสำเร็จของการดำเนินงานสุขภาพจิต หัวปลาใหญ่ทำให้มีเรื่องพูดมากมาย แต่ประธาน เลขา (ซึ่งเป็นคุณลิขิต) และผู้ร่วมประชุมซึ่งมีประสบการณ์สูงก็ได้ตีกรอบการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ดีร่วมกันทำให้ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์และมุมมองที่ดีๆ ในการทำงาน (ถ้าปรับโจทย์ควรเป็นอย่างไร?..ความสำเร็จของการประสานงานเครือข่ายในปีที่ผ่านมา? )
ได้สอบถามผู้รู้ เรื่องการประชุมกลุ่มย่อยว่าแตกต่างจากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างไร ได้ความว่า
- การอภิปรายกลุ่มย่อย มักเป็นการพูดถึงความคิดเห็น ในขณะที่การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ให้ความสำคัญกับความคิดเห็น ปรัชญา หลักการดำเนินงานและความรู้สึกที่ดีๆ เช่น ความภาคภูมิใจ
- การอภิปรายกลุ่มย่อย มักพูดถึงเรื่องของคนอื่น การพูดในแง่ปรับปรุงหากไม่ระวังคำพูดก็อาจเสี่ยงต่อการไปตำหนิติเตียนคนอื่น แต่การแลกเปลี่ยนเรียนรู้เน้นเรื่องของตัวเอง เรื่องดีๆ ที่นำไปใช้ประโยชน์ได้
- การอภิปรายกลุ่มย่อย ดำเนินการแบบมีโครงสร้าง ตอบตามโจทย์ ในขณะที่การแลกเปลี่ยนเรียนรู้จะได้รายละเอียดอื่นๆ เพิ่มเติม
ในกลุ่มย่อยเมื่อเปิดประเด็น สิ่งแรกที่สมาชิกกลุ่มให้ความสำคัญคือ นโยบาย ที่มีความชัดเจนและการที่กรมสุขภาพจิตได้เปิดตัวเอง มีความสัมพันธ์ที่ดีกับหน่วยงานอื่น ทำให้การดำเนินงานลื่นไหลได้ง่าย
การทำงานกับเครือข่าย สิ่งสำคัญคือ ความเอื้ออาทร เห็นอกเห็นใจกัน ไม่ใช่งานของใครใครก็ทำ การจะให้เครือข่ายร่วมมือต้องให้เขาเห็นปัญหาก่อน เมื่อเห็นปัญหาแล้วเป็นโอกาสที่งานสุขภาพจิตจะเข้าไปถึงก็ง่ายขึ้น
ความสัมพันธ์กับเครือข่ายสุขภาพจิต สิ่งสำคัญควรเน้น ความต่อเนื่องแบบไม่เป็นทางการ แวะไปเยี่ยม ถามไถ่ ช่วยเหลือเมื่อมีโอกาส จะทำให้ความสัมพันธ์มีความก้าวหน้าได้
ในด้านผู้ปฏิบัติงานสุขภาพจิต มีหลายอย่างที่ควรคำนึง
- มุมมองที่พวกเราชาวสุขภาพจิตมีต่องานก็สำคัญ หากมองว่างานคือชีวิต ตั้งเป้าหมายของตัวเองให้สอดคล้องกับงานหรือเป็นสิ่งเดียวกัน งานสำเร็จ ความสุขก็เป็นของเราด้วย
-ความรู้ ความสามารถ ของตัวผู้ปฏิบัติเอง มีมากก็เป็นที่พึ่งของพื้นที่ได้ดี เขาก็เกิดความเชื่อมั่นในตัวเราด้วย โดยเฉพาะความสามารถด้านการจัดการ
- ความสามารถในการปรับตัวให้เข้าได้กับทุกสถานการณ์ ไม่เกี่ยงงาน เคล็ดลับที่สำคัญคือ หากผู้ปฏิบัติงานเป็นคนในพื้นที่ก็จะทำให้เข้ากับเครือข่ายได้ง่าย
มีหลักการที่ผู้ปฏิบัติงานฝากไว้ในเรื่องการทำงานกับเครือข่ายคือ เข้าตามตรอก ออกตามประตู เชิดชูยกย่อง สนองตามประเด็น ชี้ให้เห็นปัญหา ไปมาหาสู่เสมอ
ก่อนที่จะลงพื้นที่หรือสื่อสารให้เครือข่ายรู้ว่าจะทำอะไรต้องมีการเตรียมตัวก่อน บูรณาการงานให้เรียบร้อย จัดลำดับงาน อะไรก่อน-หลัง หากจะทำแผนงานต้องดึงเครือข่ายมาร่วมทำด้วย จะได้รู้ว่าเขาเห็นด้วย หรือไม่ ทำได้ไหม จะสำเร็จไหม นอกจากแผนการปฏิบัติงาน ควรทำปฏิทินงานสำหรับผู้ปฏิบัติงานและเครือข่ายด้วย จะได้เข้าใจตรงกัน
เวลาทำงานอย่าทำแบบ จุ่ม ทำให้เต็มที่ และส่งเสริมให้เครือข่ายเป็นเจ้าของงาน เขาจะได้เข้าใจและภาคภูมิใจงานที่ทำ หากมีงานแบบฟ้าผ่า ก็อย่าสร้างความตระหนกตกใจให้พื้นที่ ค่อยๆคิดและดูต้นทุนของเรื่องนั้นๆ ว่ามีอะไรบ้าง จะนำไปสู่เป้าหมายได้อย่างไร
นอกจากนั้นเวลาทำงานต้องแบ่งเครือข่ายเป็นประเภท เพื่อการประสานที่เหมาะสม เช่น กลุ่มกิตติมศักดิ์ กลุ่มลุยงาน เป็นต้น
การทำกลุ่มด้วยวิธีการนี้ทำให้ได้
- คำตอบที่เป็นหลักการ ที่สังเคราะห์มาแล้ว ส่วนใหญ่ได้จากคนที่มีความชัดเจนและมีประสบการณ์มาก
- เวลาน้อยทำให้ไม่มีเวลาเล่าเรื่อง ในกลุ่มย่อยจำนวนคนมากเกินกว่า 10 คนก็ทำให้เล่าได้ไม่ทั่วถึง ความแตกต่างด้านประสบการณ์ทำให้น้องๆ เป็นผู้รับฟังมากกว่า
- การให้กลุ่มย่อยทุกกลุ่มพูดคุยประเด็นเดียวกัน ทำให้ได้ผลที่ไม่แตกต่างนัก ถึงแม้จะแบ่งเป็นภาคก็ตาม แต่ในรายละเอียดก็มีต่างกันบ้าง
อาจจะกล่าวได้ว่าการประชุมกลุ่มย่อยในครั้งนี้ ไม่ใช่การแลกเปลี่ยนเรียนรู้แบบการจัดการความรู้ทีเดียวนัก เป็นการถอดความรู้มากกว่า แต่ก็ได้คำตอบตามเป้าหมายของผู้จัด นับว่าเป็นแนวใหม่ของการจัดประเมินผล
สุดท้าย ทำให้ตัวเองคิดว่า กลุ่มการแลกเปลี่ยนเรียนรู้มีปัจจัยที่เกี่ยวข้องหลายอย่าง และการมีกติกาอาจเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับกลุ่มย่อยการจัดการความรู้
มือใหม่ ...อยากได้คำชี้แนะบ้างค่ะ