บางครั้งสงสัยว่า ทำไมพระที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ บำเพ็ญเพียร ทั้งกายและใจ อยู่ในป่าลึก ไม่มีประสบการณ์ทางโลกีย ที่สนุกสนาน ไม่มีประสบการณ์ทำงานในสำนักงาน ทำไมท่านได้รับการยอมรับการนับถือ ยอมรับในคำแนะนำ แสดงว่าธรรมจะต้องเป็นองค์ความรู้ที่สูงกว่า การเรียนธรรมดา หรือทำงานธรรมดา แล้วทำไมเราไม่เรียนธรรมะให้มากกว่านี้ล่ะ เวลาทำงานแล้วมีปัญหาก็วิ่งหาพระ วิ่งหาธรรมะ แสดงว่าธรรมะย่อมดีกว่าทุกอย่าง แล้วทำไมเราไม่ศึกษาธรรมให้มากกว่านี้ มีหลักสูตรที่จริงจัง ให้รู้จริงรู้ลึก ถ้าดีทำไม่ไม่ทำให้ทุกคนต้องรู้ต้องเรียน หรือว่าเกลียดตัวกินไข หรือเกลียดปลาไหลกินน้ำแกง แล้วทำไมต้องยกย่องฐานะการงาน หรือฐานะเงินทอง หรือว่า อยากให้บางมุมก็ให้ยึดธรรมะ หรือโลกุตระ บางเวลาก็ยึดโลกียะ แล้วแต่กิเลสพาไป โดยให้มีสติว่ากำลังทำดี กำลังทำชั่ว ก็พอ ผมว่ามาถึงทางต้นของการปฏิบัติ คนทำชั่ว หลงมัวเมาก็ปล่อยเขาทำไป เราทำดีก็พออย่างนั้นหรือ
คิดไปก็งูกินหาง ขอจบแค่นี้ก่อน
แนะนำด้วย ความรู้ยังน้อย
งูกินหาง....แต่ผมชอบต้มเปรตปลาไหล...อ่ะครับ...อุ๋ย
เข้ามาเยี่ยมแลกเปลี่ยนเรียนรู้...คนเรา
มีวิถีชีวิตทีหลากหลาย มีมืด มีสว่าง ขึ้นกับว่าจะบริหารจัดการอย่างไรให้ยังประโยชน์ต่อตนเองและผู้อื่น อย่างลงตัว ตามประสบการณ์ การเรียนรู้ทั้งทางโลกและทางธรรม ชีวิตมีการเรียนรู้ไม่สิ้นสุด
อาจารย์ครับ คนที่มีสติระลึกได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นพระ ไม่จำเป็นต้องอยู่ในป่า ไม่จำเป็นต้องมีการศึกษา ความรู้ไม่ได้เกิดจากตำรา ไม่ได้เกิดจากการเล่าสู้กันฟัง เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความเข้าใจของแต่ละบุคคลครับ ดังนั้น ความรู้ที่ขาดคุณธรรม การงานที่ขาดความอดทน ชีวิตที่ขาดศรัทรา ย่อมไม่สามารถเดินหน้าต่อไป หลวงปู่มั่นบอกว่า เรามีศิลข้อเดียวคือ รักษาใจ ดังนั้น เมื่อเรารักษาใจให้ดีแล้ว ไม่ว่าจะอยู่ที่ใด แห่งไหน เชื่อว่าได้ปฏิบัติดีแล้ว ทำดีแล้ว พูดดีแล้วอยู่เสมอ กลัวการทำปาบ ก็เชื่อว่า ตัวเองดีแล้ว สังคมที่เลว คนที่เลว ใคร ๆ ที่แล้วเพราะเราไปกำหนดตัวบุคคล ว่า แบบนั้นเลว แบบนั้นดี จริงอยู่ คนเลวย่อมก่อเวร หรือกรรมชั่วได้ง่าย เมื่อเรามีโอกาสก็ควรทำดี เพื่อไม่ให้คนเลวได้ดี ดังนั้น ขอให้เราเป็นคนดีซะก่อนนะครับ
เด็กบ้านนอก เรียนด๊อกเตอร์ เมืองกรุง