เกือบหมดปีอีกแล้วหรือนี่

ได้เวลารื้อโต๊ะเคลียร์พื้นที่รองรับปีต่อไป

เปิดสมุดบันทึกเรื่องราวหลากหลายดูว่ายังไม่ได้ทำอะไรอีกบ้าง โอ...ตกค้างมากมาย

สมุดบันทึกที่พกติดตัวไปเข้าร่วมกิจกรรมประชุม สัมมนา ฝึกอบรม

“นี่อะไรกัน เรายังไม่ได้หยิบสาระที่คัดเก็บไว้มาใช้ทำอะไรหรือต่อยอดตั้งมากมาย...ตายละวา...”

เพราะมัวยุ่งอยู่ มัวแต่บอกว่า ไว้ก่อน ประเดี๋ยวก่อน ลืมไปเลยสินะว่า “เวลา” งวดลงทุกทีๆ แล้ว

 

เปิดสมุดบันทึกเล่มหนาตรงหน้า จดบันทึกอะไรไปบ้างในรอบปีนี้

พลิกดู ดูรึ...เจอทั้ง ความรู้ ความไม่รู้ ความได้รู้ ความดี ความไม่ดี ความสุขและความทุกข์

มีเรื่องใหม่ที่จดหมายเหตุไว้ว่าต้องรู้ต่อยอดต่อไปให้ได้

และมีเรื่องเศร้าในหน้าที่การงานที่ต้องจดไว้จำเป็นบทเรียน  (แต่ไม่ถึงขนาดแค้นฝังหุ่นหรอกน่า...ฮิฮิ ไม่ได้อยากเป็นคนพิเศษ แต่ก็ไม่อยากเป็นคนไม่สำคัญ)

หน้าที่ทุกวันนี้ เราทำอะไรอยู่ คิค คิด คิด ติ๊กต๊อกๆๆ

เสร็จแล้ว ยิ้มอยู่ตรงมุมปาก ยั้ง...ยังเก็บไว้ข้างใน ยังไม่ถึงเวลาของเรา...!

 

ก็ไม่เป็นไร “เวลา” ยังเดินหน้าต่อไปเรื่อยๆ เราเองก็ใช่ว่าจะหยุดอยู่กับที่เสียเมื่อไร

เมื่อยังไม่สามารถทำบางอย่างบางประการตามที่ปรารถนา ก็จะสั่งสมประสบการณ์ตามรายทางที่เดินผ่านไปก่อน

บางตอนในสมุดบันทึกเรื่องงานเล่มที่กำลังจะหมดวาระการทำงานในหน้าที่ ยังไม่หมดอายุ เพราะเราได้สร้างคุณค่าให้แก่มัน (ตอนนี้พามันกลับไปอยู่ที่บ้านแล้ว) หน้าที่ของสมุดบันทึกเล่มนี้แค่เก็บรายละเอียดการประชุม สัมมนา ฝึกอบรม โดยเฉพาะในคราวจัดอบรมกระบวนกรที่มีท่านอาจารย์หมอJJ ที่ฉันเคารพนับถือ ท่านบอกไว้หลายประโยค เด็ดๆ ทั้งนั้น

ลองดูตัวอย่างตรงนี้สิ

“นมบูด น้ำเสียได้ (ไม่เชื่อดูวันหมดอายุที่ขวดน้ำ) แต่ เรียนรู้ไม่มีบูด”

“ถ้าเราเป็นเพื่อนเขา เขาจะเป็นเพื่อนเรา ถ้าเราจะเป็นเจ้านายเขา เขาก็จะเป็นลูกน้องเรา”

“น้ำคำ... น้ำฝน น้ำมนต์ น้ำกรด..ชะโลมรดใจ” เลือกเอาเอง...

 

3 ประโยค ถูกเด็ดมาเก็บไว้ในสมุดบันทึก

รอการตกผลึกที่หนักแน่นกว่าที่ฟังปุ๊บเข้าใจปั๊บ

 

บันทึกเรื่องสมุดบันทึกเสร็จแล้ว...

คิดได้อะไรต่อไป

คิดว่า ยังมีอีกหลายอย่างที่อยากทำ

เปิดหน้าอื่นๆ ต่อ ยิ่งพบเครื่องหมายดอกจัน ฟันหนู ปากกาสีสะท้อนแสง บอกว่ารอการกลับมาทบทวน

แต่จนป่านนี้แล้ว เกือบจะหมดปี

สมุดบันทึกเล่มนี้เห็นทีจะต้องต่ออายการใช้งาน

(แล้วมันจะเป็นเหมือนดินที่พอกหางหมูไหมเนี่ย)

P