งานวิจัยเรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงกับประสิทธิภาพ
การบริหารงานตามบทบาทของผู้บริหารสถานศึกษาโดยใช้
โรงเรียนเป็นฐาน
ผู้วิจัย นายพรศิษฎ์ คำรอด
ปีที่วิจัย 2549
ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา
ผู้นำเป็นบุคคลที่มีความสำคัญมากหรือที่เรียกว่าเป็นกุญแจสำคัญของความมีประสิทธิภาพและความมีประสิทธิผลขององค์การ ไม่ว่าจะเป็นองค์ในภาครัฐ ภาคเอกชน เป็นองค์การระดับชาติหรือองค์กรระดับท้องถิ่น ซึ่งความสำคัญของผู้นำและความเป็นผู้นำหรือภาวะผู้นำ มีการศึกษาในจำนวนมากทั้งในต่างประเทศและในประเทศไทย ที่ยืนยันว่าผู้นำหรือภาวะผู้นำมีอิทธิพลต่อประสิทธิภาพหรือประสิทธิผลขององค์การ รวมถึงผลการปฏิบัติงานของบุคคลในองค์การ ความพึงพอใจในการทำงาน ความผูกพันต่อองค์การ ความเป็นพลเมืองดีในองค์การ รวมถึงการพัฒนาบุคลากรในองค์การและตัวแปรอื่นๆที่เกี่ยวข้องอีกมากมายจากเหตุผลข้างต้นผู้วิจัยจึงสนใจที่จะศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงกับประสิทธิภาพการบริหารงานตามบทบาทของผู้บริหารสถานศึกษา โดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจันทบุรี เขต 1 เพื่อเป็นประโยชน์ในการปรับปรุงการบริหารงานของผู้บริหารสถานศึกษาให้มีประสิทธิภาพต่อไป
วัตถุประสงค์ของการวิจัย
1. เพื่อศึกษาภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษาโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาขั้นพื้นฐาน
2. เพื่อศึกษาประสิทธิภาพารบริหารงานตามบทบาทของผู้บริหารสถานศึกษาโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจันทบุรี เขต 1
3. เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษากับประสิทธิภาพการบริหารงานตามบทบาทของผู้บริหารสถานศึกษาโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจันทบุรี เขต 1 จำแนกตามระดับภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงต่างกัน
สมมุติฐานการวิจัย
ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงกับประสิทธิภาพการบริหารงานตามบทบาทของผู้บริหารสถานศึกษาโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจันทบุรี เขต 1 มีความสัมพันธ์กันทางบวก
วิธีดำเนินการ
การศึกษางานวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยดำเนินการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงกับประสิทธิภาพการบริหารงานตามบทบาทของผู้บริหารสถานศึกษาโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน ซึ่งมีรายละเอียดในการดำเนินการศึกษา ตามลำดับดังนี้
- ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
- เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูล
- การสร้างเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล
- วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล
- วิธีการวิเคราะห์ข้อมูล
- สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล
ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
ประชากร ในการวิจัยครั้งนี้คือ ครูผู้สอนสถานศึกษาในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจันทบุรี เขต 1 จำนวน 1,137 คน ในปี 2548
กลุ่มตัวอย่าง
กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยครั้งนี้ได้จากกลุ่มตัวอย่างของเครจซี่ และมอร์แกน (Krejcie & morgan ,1970 ,pp.607-610)จากกลุ่มตัวอย่างประชากรครูผู้สอนสถานศึกษาในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจันทบุรี เขต 1 จำนวน 1,137 คน ได้กลุ่มตัวอย่าง 291 คน
นำสถานศึกษาทั้ง 33 แห่ง มาคำนวณว่ามีอัตราส่วนของครูผู้สอนมากน้อยเพียงใดหมายความว่า ถ้าสถานศึกษาใดมีครูผู้สอนมากจะได้กลุ่มตัวอย่างมากตามส่วน เมื่อทราบว่าสถานศึกษาแต่ละแห่งมีกลุ่มตัวอย่างเท่าใดแล้ว ผู้วิจัยสุ่มตัวอย่างแบบง่ายจากครูผู้สอนในสถานศึกษานั้น
เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูล
เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูลครั้งนี้ เป็นแบบสอบถามที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นเองมีทั้งหมด 1 ฉบับ แบ่งเป็น 2 ตอน ดังนี้
ตอนที่ 1 แบบสอบถามเกี่ยวกับลักษณะภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษา ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจันทบุรี เขต 1 มีลักษณะเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า(rating scale) 5 ระดับ โดยการศึกษาภาวะผู้นำการเปลี่ยนแลงของผู้บริหารใน 4 ด้าน คือ
ด้านการสร้างบารมี
ด้านการสร้างแรงบันดาลใจ
ด้านการกระตุ้นเชาวน์ปัญญา
ด้านการคำนึงถึงเอกบุคคล
ตอนที่ 2 แบบสอบถามเกี่ยวกับประสิทธิภาพการบริหารงานตามบทบาทของผู้บริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจันทบุรี เขต 1 มีลักษณะเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า(rating scale) 5 ระดับ โดยการศึกษาบทบาทของผู้บริหารใน 5 ด้าน คือ
การกระจายอำนาจ
การมีส่วนร่วม
การคืนอำนาจการจัดการใช้ประชาชน
การบริหารตนเอง
การตรวจสอบและถ่วงดุล
การสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
การสร้างเครื่องมือเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลในการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยดำเนินการดังนี้
1. ศึกษาแนวคิด ทฤษฎีทีเกี่ยวข้องกับภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงและการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน
2. ร่างแบบสอบถามเกี่ยวกับภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษาจากแนวคิดของเบสส์ และอโวลิโอ(bass & avolio) ใน 4 ด้าน และสร้างแบบสอบถามเกี่ยวกับบทบาทของผู้บริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานตามแนวคิดของ อุทัย บุญประเสริฐ (2542) ใน 5 ด้าน
3. ร่างแบบสอบถามเสนอต่อประธานกรรมการและกรรมการควบคุม เพื่อปรับปรุง แก้ไข และเสนอผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณาตรวจสอบความเหมาะสมและความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา โดยผู้ทรงคุณวุฒิ
4. นำแบบสอบถามที่รับการเสนอแนะจากผู้ทรงคุณวุฒิ เสนอต่อประธานกรรมการและกรรมการ เพื่อพิจารณาปรับปรุงแก้ไข แล้วนำไปทดลองใช้ (Try - out) กับครูผู้สอนที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 30 ฉบับ
5. นำแบบสอบถามที่มีอำนาจจำแนกรายข้อ หาค่าความเชื่อมั่น(Reliability) โดยวิธีหาค่าสัมประสิทธ์อัลฟา (Alpha coeffcient) ของครอนบราค (cronbach,1990,pp.202-204) ผลการวิเคราะห์ได้ค่าอำนาจจำแนกรายข้ออยู่ระหว่าง .35 - .87 และมีค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามทั้งฉบับ เท่ากับ .97
วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล
ผู้วิจัยดำเนินการเก็บรวมรวมข้อมูล โดยใช้วิธีการดั้งนี้
ผู้วิจัยขอหนังสือจากภาควิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยบูรพา เพื่อขอความร่วมมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล ไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจันทบุรี เขต 1
ผู้วัยขอความอนุเคราะห์จากผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจันทบุรี เขต 1 เพื่อขอเก็บข้อมูลจากครูผู้สอนที่เป็นกลุ่มตัวอย่างในการศึกษา
ผู้วิจัยส่งแบบสอบถามให้กับกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 291 ฉบับ พร้อมได้กำหนดวันรับแบบสอบถาม และในกรณีที่ไม่ได้รับแบบสอบถามคืนตามที่กำหนดไว้ ผู้วิจัยจะเดินทางไปรับแบบสอบถามด้วยตนเอง ได้แบบสอบถามกลับคืนมา 291 ฉบับ คิดเป็นร้อนละ 100
วิธีการวิเคราะห์ข้อมูล
ตรวจสอบความสมบูรณ์ของแบบสอบถาม
เกณฑ์การให้คะแนนแบบสอบถามและการแปลความหมายของคะแนนที่กำหนดไว้ จำนวน 1 ชุดโดยแบ่งออกเป็น 2 ตอน
2.1 แบบสอบถามตอนที่ 1 เป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง จำนวน 20 ข้อ ลักษณะแบบสอบถามเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ คือ มากที่สุด มาก ปานกลาง น้อย น้อยที่สุด
5 หมายถึง ผู้บริหารสถานศึกษามีภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงอยู่ในระดับมากที่สุด
4 หมายถึง ผู้บริหารสถานศึกษามีภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงอยู่ในระดับมาก
3 หมายถึง ผู้บริหารสถานศึกษามีภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงอยู่ในระดับปานกลาง
2 หมายถึง ผู้บริหารสถานศึกษามีภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงอยู่ในระดับน้อย
1 หมายถึง ผู้บริหารสถานศึกษามีภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงอยู่ในระดับน้อยที่สุด
2.2 แบบสอบถามตอนที่ 2 เป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับประสิทธิภาพการบริหารงานตามบทบาทของผู้บริหารสถานศึกษาโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน จำนวน 26 ข้อ ลักษณะแบบสอบถามเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ คือ มากที่สุด มาก ปานกลาง น้อย น้อยที่สุด
5 หมายถึง ประสิทธิภาพการบริหารงานตามบทบาทของผู้บริหารสถานศึกษาโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน
อยู่ในระดับมากที่สุด
4 หมายถึง ประสิทธิภาพการบริหารงานตามบทบาทของผู้บริหารสถานศึกษาโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน
อยู่ในระดับมาก
3 หมายถึง ประสิทธิภาพการบริหารงานตามบทบาทของผู้บริหารสถานศึกษาโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน
อยู่ในระดับปานกลาง
2 หมายถึง ประสิทธิภาพการบริหารงานตามบทบาทของผู้บริหารสถานศึกษาโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน
อยู่ในระดับน้อย
1 หมายถึง ประสิทธิภาพการบริหารงานตามบทบาทของผู้บริหารสถานศึกษาโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน
อยู่ในระดับน้อยที่สุด
สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์
1. วิเคราะห์ระดับภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงและประสิทธิภาพการบริหารงานตามบทบาทของผู้บริหารสถานศึกษาโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจันทบุรี เขต 1 สถิติที่ใช้ คือ คะแนนเฉลี่ย (Mean) และความเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Ddeviation)
2. ในความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษาและประสิทธิภาพการบริหารงานตามบทบาทของผู้บริหารสถานศึกษาโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจันทบุรี เขต 1 สถิติที่ใช้ คือ การหาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน (Pearson Product Moment Correlation)
สรุปผลการวิจัย
1. ผู้บริหารสถานศึกษา ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจันทบุรี เขต 1 มีภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง โดยรวมอยู่ในระดับมากทุกด้านเรียงลำดับจากมากไปน้อยได้แก่ ด้านการสร้างบารมี มีค่าเฉลี่ยรวมเท่ากับ 3.95 ด้านการกระตุ้นเชาวน์ปัญญาค่าเฉลี่ยรวมเท่ากับ 3.78 ด้านการมุ่งความสำคัญเป็นรายบุคคลค่าเฉลี่ยรวมเท่ากับ 3.77 และด้านการสร้างแรงบันดาลใจเป็นอันดับสุดท้ายค่าเฉลี่ยรวมเท่ากับ 3.76
2. ประสิทธิภาพการบริหารงานตามบทบาทของผู้บริหารสถานศึกษาโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน โดยรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า อยู่ในระดับมากทุกด้าน โดยเรียงลำดับคะแนนเฉลี่ยจากมากไปน้อย คือ ด้านการกระจายอำนาจมีค่าเฉลี่ยรวมเท่ากับ 3.87 ด้านการบริหารตนเองมีค่าเฉลี่ยรวมเท่ากับ 3.82 ด้านการตรวจสอบและถ่วงดุลมีค่าเฉลี่ยรวมเท่ากับ 3.72 ด้านการคืนอำนาจจัดการศึกษาให้ประชาชน 3.73 และด้านการมีส่วนร่วมมีค่าเฉลี่ยรวมเท่ากับ 3.60
3. ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษา โดยภาพรวมและรายด้านมีความสัมพันธ์ทางบวกกับประสิทธิภาพการบริหารงานตามบทบาทของผู้บริหารสถานศึกษาโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
เก่งจังเลย ขยันจัง
ส่งได้แล้วรึ ดีใจด้วยจ้า
น้องเปา...นอนได้แล้ว เดี๊ยวได้ A....
มาเยี่ยมชมผลงานครับ
ก้อทำงานเสร็จแล้วนิจ๊ะ เก่งๆ