คุณค่าของ...ความรัก

ความรักเป็นสิ่งที่มีสวยงาม มีคุณค่า ทุกคนต่างเสาะแสวงหา แต่คุณค่า ของความรักอยู่ที่ไหน จะเหมือนหรือต่างจากวัตถุ อย่างไร ลองมา เทียบกันดูเพื่อจะง่ายต่อการทำความเข้าใจ สักเล็กน้อย

คุณค่าของวัตถุมี 3 ระดับ

1. ของฟรี ได้มาโดยไม่ต้องซื้อหา ส่วนใหญ่เป็นของไม่ค่อยมีราคา เช่นของแถม ของที่เขาไม่ใช้แล้วให้มา เป็นต้น

2. ของแลกเปลี่ยน เป็นของที่ไม่มีราคาเท่าใด เช่นเอาเสื้อผ้าเก่าๆแลกไข่ ขยะ แลกเศษเงิน

3. ของที่ต้องซื้อ เป็นของมีราคาแพง ตั้งแต่ของเครื่องใช้ จนถึงบ้านและรถยนต์

คุณค่าของความรัก มี 3 ระดับ เช่นกัน

1. รักแบบให้ฟรี หรือความรักแบบบริสุทธ์ เป็นการให้โดยไม่หวังผลตอบแทนใดๆ ให้เพราะความกรุณา ความหวังดีต่อกัน เป็นที่ตั้ง ผู้ได้รับมีความอบอุ่น สงบเย็น เอิบอิ่มในใจ เป็นความรักที่ยิ่งใหญ่เหนือความรักทั้งปวง เช่น ความรัก ของพ่อแม่ต่อลูกๆ ความรักของปู่ย่าตายาย ความรักของครูอาจารย์ที่เมตตาต่อศิษย์

ความรักของเพื่อนแท้ ความรักแบบพรมวิหารสี่ในศาสนาพุทธ มีพื้นฐานจาก

ความเสียสละ ความบริสุทธิ์ของจิตใจ การเสียสละ เป็นการให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใดๆ

2. รักแบบแลกเปลี่ยน เป็นความรักแบบมีข้อแม้ คือ เมื่อฉันรักเธอเธอก็ต้องรักฉัน เช่นความรักระหว่างเพื่อน ความรักระหว่างหนุ่มสาว ทั่วๆไป เป็นความรักที่มีพื้นฐานจากความรักตัวเอง มีความหวังความ
ปราถนา จึงมีความร้อนแรงในใจ เป็นความรักที่ต้องการตอบสนอง จึงมีความหึงหวงเป็นเจ้าของ มีพวกเขาพวกเรา มีอกหัก มีสมหวังในความรัก

3. รักแบบสินค้าหรือวัตถุ รักโดยคิดว่าสิ่งนั้นสิ่งนี้เมื่อได้มา จะให้ความสุขแก่เรา เสมือนเข้าร้านเลือกสินค้าชนิดเดียวกัน แต่คุณภาพและราคาต่างกัน เราก็คงจะเลือกสินค้าที่ดีที่สุด สวยที่สุด แพงที่สุด เหมาะที่สุดที่จะสนองความต้องการทางกาย

ความอยากในใจ เช่น เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า ราคาแพง ตอนแรกก็ดีใจ ปลื้มใจ พอใจ สักพักก็เฉยๆ ต่อไปก็เบื่อเพราะเก่า ไม่ทันสมัย อยากเอาไปให้คนอื่น หรือ เก็บไว้ไม่ได้ใช้ หรือ ผู้ชายรักผู้หญิงเพราะสวย รูปร่างดี ต้องการครอบครองเป็นเจ้าของ พอได้แล้ว ก็เบื่อ เพราะเห็นว่าแก่ง่ายตายยาก เป็นต้น

โดยสรุป คุณค่าความรักอยู่ที่การให้ เราจะรู้สึกเมื่อเราได้สัมผัสถึงความความ อบอุ่น ความเมตตา ที่แฝงอยู่ ถ้ามีความยุ่งยาก มีเงื่อนไขข้อแม้คุณค่าก็ลดลง ถ้าถึงขั้น ใช้เงินซื้อมา หรือ ล่อหลอกกันให้หลงรัก หรือใช้กำลังหักหาญน้ำใจกัน ก็แทบไม่เหลือค่าเลย

ความรักทั้งสามระดับไม่แยกจากกันโดยเด็ดขาด เช่นเรารักหญิงสวย คบกันแล้วก็ถนอมน้ำใจ ซื่อสัตย์ต่อกัน ช่วยเหลือกัน ให้อภัย หวังดีต่อกัน และปล่อยวางแม้ว่าจะต้องแยกกัน เป็นต้น

ความรักทั้งสามอย่างล้วนมีคุณค่าในตัวเอง มากหรือน้อยแล้วแต่สภาพของแต่ละวัย แต่ละคน เท่านั้นเอง

ที่เขียนมาทั้งหมดเพียงเพื่อเตือนสติของเราเองสักนิด ว่า

ประการที่หนึ่ง เราอาจจะประเมินคุณค่าความรักที่ได้ฟรีๆ เช่น คำสั่งสอนของพ่อ แม่ อาจารย์ น้ำใจจากเพื่อน คำแนะนำ การช่วยเหลือ หวังดีของเพื่อนร่วมงาน ว่าเป็นสิ่งที่ไร้ค่า แทนที่เราจะมองว่าได้รับสิ่งที่มีค่าสูงสุด ที่มนุษย์พึงให้แก่กัน

รำลึกถึงบุญคุณและตอบแทนคุณ เมื่อมีโอกาสสมควร จะดีกว่า น่าเบื่อ น่ารำคาญ

ประการที่สอง เราอาจให้ความสำคัญ ความรักของหนุ่มสาวว่าจะเป็นความรักที่ ยิ่งใหญ่ เสียสละ แต่เพราะว่า มันเป็นแค่ความรักแบบแลกเปลี่ยนเท่านั้นในช่วงแรกๆของการคบกัน ถ้าเรามอบความรักอันบริสุทธ์ และตั้งความหวังไว้มากเกินไป เมื่อเจอกับคนที่ไม่รู้จักคุณค่าความรักที่เรามอบให้เลย เราอาจไม่ได้แม้แต่ ความเป็นแฟนหรือ เพื่อน เพราะเขามองเราเป็นแค่วัตถุชิ้นหนื่งในชั่วขณะที่เขายัง ปลื้มอยู่เท่านั้นเอง และ พร้อมจะไปจากเราเพื่อไปหาคนที่สวยกว่า เด็กกว่าเรา อยู่ร่ำไป

ประการที่สาม อย่าให้ความสำคัญกับเงินมากจนเกินไป ในโลกของวัตถุคุณอาจซื้อ สิ่งของราคาแพงได้ เช่น บ้านหรูๆ รถยนต์ราคาแพง แต่คุณไม่อาจซื้อ มิตรภาพ น้ำใจ ความรัก ความเอื้ออาทร ความเป็นเพื่อน เพราะสิ่งเหล่านี้ คุณต้องแลกมาด้วยหัวใจของคุณเอง แลกมาด้วย ความจริงใจต่อกัน ความมีน้ำใจ แลกมาด้วยความผูกพันธ์อันเนิ่นนาน หรือบางครั้งคุณอาจเป็นผู้ให้ได้ทุกๆอย่าง เพราะหัวใจของคุณเต็มเปี่ยมด้วยความเมตตาปราถนาดี มีความรักต่อเพื่อนมนุษย์ทุกๆคน