มาช่วยกันปลูกต้นไม้ (ไม้ดอก ไม้ประดับ ไม้ผล...) เพื่อเปลี่ยนอากาศเสีย (คาร์บอนไดออกไซด์) ให้เป็นอากาศดี (ออกซิเจน) และ ช่วยลดโลกร้อนกันเถอะครับ

      ในบริเวณบ้านชานเมือง นอกจากไม้ดอกจำนวนค่อนข้างมากแล้วก้ยังมีการปลูกไม้ประดับหรือไม้ใบต่าง ๆ อีกไม่น้อยครับ  วันนี้นำไม้ที่ปลูกไว้ชื่นชมใบอย่างเดียวที่มีอยู่เพียงสามต้นมาให้ชมกันครับ   ปลูกมาตั้งแต่ต้นขนาดเล็กสูงไม่กี่นิ้ว จนเดี๋ยวนี้มีต้นหนึ่งสูงเป็นเมตรแล้วครับ  แต่อีกสองต้นที่เมื่อนำมาปลูกเริ่มต้นขนาดไม่ต่างกันมาก แต่ตอนนี้สูงไม่ถึงครึ่งเมตร ทั้ง ๆ ที่เลี้ยงไว้ใกล้ ๆ กันตลอด  ไม้ประดับต้นนี้ มีชื่อว่า ข้าหลวงหลังลาย ครับ ก็เป็นพืชกลุ่มเฟรินส์ ชนิดหนึ่ง  ที่เรียกว่า ข้าหลวงหลังลาย ก็คงจะเป็นเพราะว่า เมื่อต้นโตขึ้นและใบแก่ ด้านหลังของใบจะมีลายเกิดขึ้น  ในขณะที่ใบอ่อนจะไม่มีลายนี้  ใบอ่อนของเฟรินส์จะมีลักษณะปลายใบม้วน ซึ่งจะเป็นลักษณะเด่นเฉพาะของพืชกลุ่มนี้ 

          เรื่องของลายหลังใบ ในทางวิชาการเป็นลายที่เกิดจากใบแก่สร้างสิ่งที่เรียกว่า สปอร์ (spore) จำนวนมาก ซึ่งมักจะห่อหุ้มด้วยโครงสร้างที่เรียกว่า อับสปอร์ (sporangium) อับสปอร์พวกนี้จำนวนมากจะมาอยู่รวมกลุ่มหรือเรียงกันจนกลายเป็นเส้นยาวที่ด้านหลังใบ ทำให้เห็นเป็นเส้นลาย สำหรับเฟรินส์สายพันธุ์นี้   ในเฟรินส์สายพันธุ์อื่นการเรียงตัวของอับสปอร์อาจจะอยู่ที่ขอบใบก็มีครับ หรืออาจจะอยู่กันเป็นกลุ่ม ๆ ตามหลังใบก็มี  ทำให้เห็นเป็นจุด ๆ ตามหลังใบในเฟรินส์ในบางสายพันธุ์

          ท่านปลูกเลี้ยงเฟรินส์ สายพันธุ์อะไรไว้บ้าง นำมาให้ชมกันบ้างนะครับ

          หลายคนอาจจะตั้งคำถามว่า  ปลูกเลี้ยงเฟรินส์ไปทำไม ?  มีแต่ใบสีเขียว ๆ อย่างเดียว ดอกก็ไม่มีให้ชื่นชม  เรื่องนี้ก็คงขึ้นอยู่กับความคิดเห็นของแต่ละคนที่ปลูกเลี้ยงเฟรินส์ครับ 

          บางท่านก็ชอบรูปร่างของใบเฟรินส์ที่มีรูปร่างแตกต่างกันแล้วแต่สายพันธุ์  ที่หลายคนชื่นชมก็คือรูปร่างของใบอ่อนของเฟรินส์ที่ม้วนเป็นขดเหมือนลานนาฬิกา บริเวณปลายใบ เป็นลักษณะที่ดูแล้วมีความอ่อนช้อยสวยงาม ทำให้จิตใจมีความสุขและมีความอ่อนโยน

          หลายคนอาจจะบอกว่า ปลูกเฟรินส์ก็เหมือนการปลูกต้นไม้ชนิดอื่น ๆ ที่มีประโยชน์ในแง่ของการช่วยลดโลกร้อนได้เหมือนกัน  เพราะใบสีเขียวของเฟรินส์ก็ทำหน้าที่เปลี่ยนอากาศเสีย (คาร์บอนไดออกไซด์) ให้เป็นอากาศดี (ออกซิเจน) เหมือนกับพืชอื่น ๆ ซึ่งที่จริงเป็นขบวนการสังเคราะห์อาหารของพืช ด้วยขบวนการที่เรียกว่า การสังเคราะห์แสง (Photosynthesis) เอง  โดยการใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ ทำให้เกิดการแตกตัวของน้ำ เกิดการสังเคราะห์สารพลังงานสูง ส่งไปรวมกับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (จากอากาศ)กลายเป็นสารอาหารพวกน้ำตาลและแป้ง เพื่อใช้เป็นอาหารในการเจริญเติบโต และให้ก๊าซออกซิเจน ออกมา (สู่อากาศ) เป็นผลพลอยได้  ที่สิ่งมีชีวิตพวกสัตว์และคนเราจำเป็นต้องใช้เพื่อการดำรงชีวิต

        มาช่วยกันปลูกต้นไม้ (ไม้ดอก ไม้ประดับ ไม้ผล...) เพื่อเปลี่ยนอากาศเสีย (คาร์บอนไดออกไซด์) ให้เป็นอากาศดี (ออกซิเจน) และ ช่วยลดโลกร้อนกันเถอะครับ