กระบวนการพัฒนานวัตกรรม
ขั้นตอนในการดำเนินการจัดระดับการอ่าน
มีการประชุมปรึกษาหารือเพื่อให้ครูได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ วิธีการที่จะทำให้นักเรียนโรงเรียนวัดหัวหิน อ่านหนังสือได้คล่องแคล่ว ได้นำวิธีการที่คณะครูนำเสนอมาจัดเรียงกระบวนการ คือ ต้องมีการประเมินความรู้ของนักเรียนออกเป็น 5 ระดับได้แก่ ระดับที่ 1 นักเรียนได้รู้จักพยัญชนะ ระดับที่ 2 นักเรียนอ่านคำที่ไม่มีตัวสะกด ระดับที่ 3 นักเรียนอ่านข้อความที่ประกอบด้วยคำไม่มีตัวสะกด ระดับที่ 4 นักเรียนอ่านข้อความง่ายๆ ระดับที่ 5 นักเรียนอ่านเพื่อรับความรู้และข่าวสาร และกำหนดให้นักเรียนช่วงชั้นที่ 1 อ่านได้ถึงระดับที่ 4 นักเรียนระดับที่ 2 อ่านได้ถึงระดับที่ 5 ทุกคน โดยให้คุณครูประจำชั้นนำแบบประเมินระดับการอ่านมาทดสอบกับนักเรียนทุกคน คุณครูประจำชั้นบันทึกการอ่านของนักเรียนไว้ เพื่อนำมาแก้ไข โดยใช้แบบฝึกการอ่านแต่ละระดับ ซึ่งทางโรงเรียนได้ดำเนินการดังนี้
การแก้ไขของเราได้ทำแบบฝึก
ระดับที่ ฝึกให้นักเรียนอ่านพยัญชนะ สระ และวรรณยุกต์ โดยให้นักเรียนอ่าน พยัญชนะทีละตัว และอ่านบ่อยๆ ให้คล่อง ตาบแบบฝึกการอ่าน ซึ่งจะมีการอ่านเรียงพยัญชนะเรียงสระ ต่อมาจะอ่านไม่เรียงสระไม่เรียงพยัญชนะ โดยฝึกบ่อยๆ จนจำพยัญชนะ และ สระให้คล่อง เช่น กอ ขอ ตอ งอ สอ อา เอีย ไอ เอาะ เอา ฯลฯ เมื่อนักเรียนจำสระ พยัญชนะ อ่านสระ พยัญชนะได้คล่อง ผ่านการประเมินแล้ว ให้นักเรียนที่ผ่านการประเมิน มาฝึกอ่านในแบบฝึกการอ่านระดับที่ 2 ซึ่งจะอ่านเน้นคำในแม่ก กาทุกสระมีการอ่านเป็นคำใต้ภาพ อ่านอักษรนำการบ้านวรรณยุกต์ในแม่ ก กา อ่านเป็นคำ อ่านกลุ่มคำ และอ่านประโยคในแม่ก กา ซึ่งการสอนอ่านในแบบฝึกที่ผ่านประเมินในระดับที่2 ให้ไม่อ่านแบบฝึกการอ่านในระดับที่ 3 ซึ่งระดับนี้จะอ่านแจกลูกสะกดคำให้คล่อง แล้วอ่านเป็นคำ อ่านประโยค และอ่านเป็นเรื่องราวซึ่งในแบบฝึกการอ่านระดับ 3 จะเน้นการอ่านเป็นเรื่องราว ในแม่ ก กา ทั้งหมด นักเรียนอ่านคล่อง แล้ว ครูผู้สอนจะซักถาม เรื่องราวที่อ่าน ซึ่งจะเน้นการฝึกจับใจความไปด้วย นักเรียนที่อ่านไม่คล่องครูผู้สอนต้องสอนใหม่โดนสอนแจกลูก สะกดคำโดยสอนให้นักเรียนอ่านออกเสียง เพื่อครูจะได้รู้ว่านักเรียนเข้าใจการอ่านแจกลูกสะกดคำหรือไม่ เพื่อจะได้นำมาแก้ปัญหาต่อไป เมื่อนักเรียนอ่านให้คล่องแล้วครูให้ประเมินผลเพื่อพัฒนาการอ่าน นักเรียนที่ผ่านการอ่านระดับ 3 ครูให้แบบฝึกการอ่านระดับ 4 ต่อไป ซึ่งการอ่านระดับนี้จะเป็นการอ่านมีตัวสะกด ทุกมาตราตัวสะกด จะสอนมาตราตัวสะกดตรงมาตราก่อน และ สอนตัวสะกดไม่ตรงมาตรา ซึ่งแบบฝึกนี้จะยากขึ้นครูผู้สอนต้องสอนซ้ำๆ สอนแจกลูก สะกดคำ ซึ่งจะเน้นการสอนซ้ำๆ สอนอ่านบ่อยๆ สอนซ้ำๆ จนนักเรียนอ่านได้ อ่านคล่องในแต่ละแบบฝึก ซึ่งจะเป็นการสอนจากง่ายไปหายาก เมื่อสอนที่ละแบบฝึก ในแบบฝึกที่ 9-10 จะมีคำสะกดการันต์ ครูสอนอ่านแจกลูกสะกดคำอธิบาย การอ่านตัวสะกดการันต์ ให้นักเรียนเข้าใจ ในแบบฝึกการอ่านระดับ 4 จะเน้นการฝึกที่ยากขั้นไปอีกขั้น ซึ่งแนบฝึกนี้จะใช้เวลาหัดอ่านมาก ครูผู้สอนตัดไม่รีบร้อนสอน สอนไปทีละแบบฝึกหัดโดยเน้นสอนให้อ่านได้ ให้เข้าใจหลักการอ่านคำที่มีตัวสะกด และอ่านเน้นเรื่องราวอ่านกลอน ในแบบฝึกนี้เนื่องที่อ่านจะฝึกให้นักเรียนมีความคิดสร้างสรรค์ อ่าน และจับใจความในเรื่องที่อ่านได้ นักเรียนที่อ่านจับใจความได้ แสดงว่านักเรียนอ่านได้ คิดได้ และ นักเรียนที่ผ่านการประเมินผลตามที่ครูได้ตั้งเกณฑ์ ก็จะได้ไปฝึกผ่านในแบบฝึกการอ่านระดับ 5 ต่อไป ส่วนนักเรียนที่ไม่ผ่าน เกณฑ์ ครูผู้สอนก็เริ่มสอนแบบฝึกการอ่านระดับ 4 ใหม่ เพื่อแก้ไขให้นักเรียนมีระดับการพัฒนาการอ่านให้ได้ ในแบบฝึกการอ่านระดับ 5 จะเป็นการอ่านตัวควบกล้ำ อักษรนำ ตัวการันต์ซึ่งใน แบบฝึกการอ่านระดับ 5 จะยากขึ้นครูผู้สอนใช้วิธีสอนเหมือนแบบฝึกค่อยๆ ซึ่งสอนแจกลูก สะกดคำ ซึ่งวิธีการสอน เหมือนแบบฝึกที่ 1-4 คือสอนแจกลูกสะกะคำ ก่อนและสอนอ่านเน้นคำอ่านบ่อยๆ อ่านซ้ำๆ ซึ่งจะทำให้นักเรียนจำ และ อ่านได้ เมื่ออ่านคล่องให้อ่านเน้นคำ อ่านช้าๆ ก่อนและอ่านเร็วขึ้นจนคล่อง และ อ่านเรื่องราว เมื่อนักเรียนอ่านเรื่องราวจน ครูต้องถามนักเรียนทุกครั้งว่า เรื่องที่อ่านใครทำอะไร ที่ไหนอย่างไร ซึ่งจะเน้นการวัด การอ่านจับใจความไปด้วย นักเรียนที่ผ่านการอ่านระดับ5 โดยการประเมินตามเกณฑ์ แล้ว แสดงว่านักเรียนมีพัฒนาการอ่าน5 ระดับ และเมื่ออ่านได้แล้วนักเรียนต้องเขียนได้ ซึ่งจะนำไปพัฒนาในการเขียนของนักเรียนต่อไป
ได้นำนวตกรรมการจัดระดับการอ่านและแบบฝึกการอ่านไปใช้แล้วมีข้อเสนอแนะและวิธีการในการให้นักเรียนอ่านที่ดีได้เร็วจะบันทึกไว้ และนำไปปรับปรุง และทางโรงเรียนได้ขยายผลไปยังโรงเรียนในกลุ่มเครือข่ายท่าหลวง และโรงเรียนที่ใกล้ในเขตสระบุรีโดยวิธีบอกเล่า และ เอกสารเผยแพร่ และได้รับคำชี้แนะ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ จากโรงเรียนดังกล่าวด้วย ได้นำมาปรับปรุง ผลที่เกิดขึ้น ทำให้กระบวนการพัฒนา ประสบ ความสำเร็จตามวัตถุประสงค์และเป้าหมาย คือ นักเรียนในโรงเรียนวัดหัวหิน และโรงเรียนเครือข่ายอ่านได้ตามระดับ สะท้อนและ ไตร่ตรอง ในการทำงานที่ผ่านมาทำให้ทางโรงเรียนได้นำการจัดการความรู้มาใช้ในโรงเรียนในเรื่องต่างๆ ทำให้การทำงานได้รวดเร็วมีแนวในการทำงานและยังต้องค้นหาผู้รู้อีกมากที่จะเมาเล่าเรื่องความสำเร็จ และจัดระดับกระบวนการที่ดีที่สุด ในการทำงานครั้งต่อไป