รูปแบบรายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์

หัวข้อสำคัญของรายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์  ประกอบด้วย

1.  ส่วนต้น  ประกอบด้วย

1.1  หน้าปก

1.2  ปกใน

1.3  กิตติกรรมประกาศ

1.4  บทคัดย่อ (ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ)

1.5  สารบัญเรื่อง

1.6  สารบัญตาราง

1.7  สารบัญภาพ

1.8  คำอธิบายสัญลักษณ์

2.  ส่วนกลาง  ประกอบด้วย

                2.1  บทนำ

                2.2  เนื้อเรื่อง

                2.3  ข้อวิจารณ์

                2.4  สรุปและข้อเสนอแนะ

3.  ส่วนท้าย  ประกอบด้วย

                3.1  บรรณานุกรม

                3.2  ภาคผนวก

                3.3  ประวัตินักวิจัย

 

แนวทางการเขียนรายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์แต่ละหัวข้อ

     1. ส่วนต้น

                1.1 หน้าปก  ตามตัวอย่างหน้า 4-5  และโปรดใช้กระดาษหนังช้างสีฟ้าเป็นปกนอก

1.2   ปกใน  ตามตัวอย่างหน้า 6-7

                1.3  กิตติกรรมประกาศ  คือข้อความที่กล่าวขอบคุณผู้ที่ให้การช่วยเหลือหรือให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีในการวิจัยโดยไม่ต้องกล่าวขอบคุณผู้บังคับบัญชาหรือผู้ที่เกี่ยวข้องในการอนุมัติโครงการวิจัยโดยตำแหน่ง ยกเว้นกรณีที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการดำเนินงานวิจัยโดยตรง  ในส่วนนี้ไม่ควรเกิน 1 หน้ากระดาษ  และให้ระบุข้อความ “การวิจัยครั้งนี้ได้รับทุนอุดหนุนการวิจัยจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ปีงบประมาณ..... (ระบุปีงบประมาณที่ได้รับจัดสรรทุนอุดหนุนการวิจัย)” 

                1.4  บทคัดย่อ  ให้เขียนบทคัดย่อทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ  โดยบทคัดย่อภาษาไทยเรียงเป็นลำดับแรก ต่อด้วยบทคัดย่อภาษาอังกฤษ  ในเนื้อหาของบทคัดย่อควรประกอบด้วย วัตถุประสงค์ จุดมุ่งหมาย ขอบเขตของการวิจัย วิธีวิจัยรวมถึงเครื่องมือที่ใช้ วิธีเก็บข้อมูล จำนวนและลักษณะของกลุ่มที่ศึกษา ผลการวิจัย ระดับนัยสำคัญทางสถิติ(ถ้ามีการทดสอบ)  เป็นต้น

1.5  สารบัญเรื่อง  ตามตัวอย่างหน้าที่   8

 

                1.6  สารบัญตาราง  เป็นส่วนที่ระบุถึงตำแหน่งของตารางทั้งหมดที่มีอยู่ในงานวิจัย

                1.7  สารบัญภาพหรือสารบัญแผนภูมิ  เป็นส่วนที่แสดงตำแหน่งหน้าของภาพ  แผนที่  แผนภูมิ  กราฟ ฯลฯ

                1.8  คำอธิบายสัญลักษณ์  เป็นส่วนที่อธิบายถึงสัญลักษณ์และคำย่อต่างๆที่ใช้ในการวิจัย

 

     2.  ส่วนกลาง

                2.1  บทนำ  ระบุถึงความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา วัตถุประสงค์ ขอบเขตของการวิจัย วิธีดำเนินการวิจัยโดยย่อ และประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ  เป็นต้น 

                2.2  เนื้อเรื่อง  ระบุถึงรายละเอียดเกี่ยวกับวัสดุที่ใช้ในการวิจัยและวิธีดำเนินการวิจัยและผลการวิจัย โดยแบ่งเป็นบทๆ จะมีกี่บทก็ได้ ในส่วนนี้ควรมีบทที่เกี่ยวกับเอกสารและผลงานที่เกี่ยวข้อง รายงานถึงทฤษฎี แนวคิดเกี่ยวกับการศึกษา และบทที่บรรยายวิธีการที่ใช้ในการวิจัยโดยละเอียดว่ามีขั้นตอนอะไรบ้าง  การใช้เอกสารข้อมูล  การใช้เครื่องมือ ขั้นตอนการทดลอง  เป็นต้น

                2.3  ข้อวิจารณ์  ในบทนี้จะกล่าวถึงการวิเคราะห์ รายงานผลการวิจัย และการอภิปรายผลการวิจัย

                2.4 สรุปและข้อเสนอแนะ  เป็นการสรุปเรื่องราวในการวิจัยทั้งหมด และข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการวิจัยในขั้นตอนต่อไป  รวมไปถึงการประยุกต์ใช้ผลการวิจัยที่ได้

 

     3.  ส่วนท้าย

                3.1  บรรณานุกรม  ระบุชื่อหนังสือ รายการอ้างอิง เอกสาร สิ่งพิมพ์ โสตทัศนวัสดุ ตลอดจนวิธีการที่ได้ข้อมูลมาเพื่อประกอบการเขียนวิจัย  โดยให้ระบุส่วนนำหน้าว่า “บรรณานุกรม”  และเรียงลำดับเอกสารอ้างอิงภาษาไทยก่อนแล้วตามด้วยภาษาต่างประเทศ โดยเรียงลำดับตัวอักษร ไม่ต้องระบุเลขหน้าของลำดับเอกสารอ้างอิงนั้น (ตัวอย่างการเขียนบรรณานุกรมดูในหน้าที่  10-11)

                3.2  ภาคผนวก  ให้ระบุคำว่า “ภาคผนวก” อยู่กลางหน้ากระดาษ  ในกรณีมีหลายภาคผนวก ในหน้าต่อไปให้พิมพ์คำว่า “ภาคผนวก ก , ข , ... , …”

                3.3 ประวัตินักวิจัย ให้เขียนเป็นเรียงความโดยไม่ต้องแยกเป็นข้อๆ  ความยาวไม่เกินหนึ่งหน้ากระดาษ ควรประกอบด้วย  ชื่อ นามสกุล  ตำแหน่ง  วันเดือนปีและสถานที่เกิด  วุฒิการศึกษาตั้งแต่ระดับปริญญาบัณฑิต สถานที่ศึกษา  ปีที่สำเร็จการศึกษา  ประสบการณ์และผลงานทางวิชาการ รางวัล และสถานที่ที่จะติดต่อได้ 

 

การพิมพ์รายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์

                1.  ตัวอักษรและการพิมพ์ ให้ใช้ตัวอักษร Angsana UPC  ตลอดทั้งเล่ม  โดยในส่วนเนื้อหารายงานให้ใช้ตัวอักษรขนาด 16 point  สีดำ  ส่วนหัวข้อหลักให้ใช้ตัวหนา (bold) โดยเพิ่มขนาดตามความเหมาะสม  และควรพิมพ์ตัวอักษรโดยใช้เครื่องพิมพ์ชนิด  Lazer  Printer  ที่มีความคมชัด 

                2.  กระดาษ  ใช้กระดาษขาวไม่มีบรรทัด  ขนาด A4  ชนิด  80 แกรม 

                3.  การจัดหน้ากระดาษ (ตามตัวอย่างในหน้าที่ 9 )

                                - การเว้นที่ว่างขอบกระดาษ : หัวกระดาษ(ขอบบนขอบซ้ายและขอบขวาควรเว้นด้านละ 1.2 นิ้ว  ส่วนขอบล่างเว้น 1 นิ้ว  (เพื่อความสะดวกในการนำไปถ่ายเอกสารลงกระดาษทั้งด้านหน้าและด้านหลังก่อนเข้าเล่ม)

                                -  การจัดข้อความในการพิมพ์ : แต่ละย่อหน้าควรเว้นระยะห่างประมาณ 12 ตัวอักษร  (เริ่มพิมพ์ที่        ตัวอักษรที่ 13)

 

               

4.  ลำดับหน้าและการใส่เลขหน้า  ให้ระบุเลขหน้าอยู่ขอบบน  กลางหน้ากระดาษ

                                - ส่วนต้นทั้งหมด ให้ใช้อักษรเรียงตามลำดับพยัญชนะในภาษาไทยคือ ก , ข ,... ส่วนภาษาต่างประเทศให้ใช้ตัวอักษรโรมันตัวเล็กคือ i , ii ,...เป็นต้น

                                - หน้าแรกของบท และหน้าแรกของภาคผนวกแต่ละภาค  ไม่ต้องใส่เลขหน้ากำกับ  แต่ให้นับจำนวนหน้ารวมไปด้วย

                                - แต่ละบทให้ขึ้นหน้าใหม่เสมอและพิมพ์คำว่า “บทที่” ตามด้วยเลขประจำบทกลางหน้ากระดาษ  และพิมพ์ชื่อบทในบรรทัดต่อมา  จัดอยู่กลางหน้ากระดาษ

                5.  ตารางกราฟรูปภาพแผนภูมิต่างๆ  ควรมีคำอธิบายรายละเอียด เช่น ชื่อ แหล่งที่มา ระยะเวลา (ถ้ามี) เป็นต้น

จำนวนและการส่งรายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์

1.  หัวหน้าโครงการวิจัยต้องส่งรายงานการวิจัยฉบับร่าง  ให้สถานวิจัยประจำสำนักวิชานำเสนอ Reader พิจารณาก่อน (จำนวนเล่มขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของสถานวิจัยสำนักวิชานั้นๆ) โดยใช้กระดาษขนาด A4 (ถ่ายเอกสารแบบ 2 หน้า) ไม่ต้องทำปกหน้าและไม่ต้องเข้าเล่ม

2.  หัวหน้าโครงการวิจัยต้องส่งรายงานการวิจัยฉบับผ่านการพิจารณาจาก Reader แล้ว  ให้คณะกรรมการประจำสถาบันวิจัยและพัฒนาพิจารณาอีกครั้ง จำนวน 6 ชุด  โดยใช้กระดาษ A 4 (ถ่ายเอกสารแบบ 2 หน้า) ไม่ต้องทำปกหนาและไม่ต้องเข้าเล่ม

3. หลังจากร่างรายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์ผ่านการรับรองจากคณะกรรมการประจำสถาบันฯ แล้วให้หัวหน้าโครงการส่งรายงานการวิจัยที่ปรับแก้แล้ว  และเข้าปกเย็บเล่มตามแบบที่กำหนด  จำนวน 25 ชุด  ให้สถาบันฯ  เพื่อจะได้นำไปเผยแพร่แก่หน่วยงานต่างๆ เช่น หอสมุดแห่งชาติ  ศูนย์ข้อสนเทศการวิจัย (ในสังกัดของสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ)   TIAC (ในสังกัดของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ)  รวมทั้งที่ศูนย์บรรณสารและสื่อการศึกษา มทส.   เป็นต้น