ความรู้สึกของการขาดครู


ทุกข์อยู่เบื้องหน้าแต่ไม่มีปัญญาทำอะไรมันได้ มีเพียงสิ่งเดียวที่อยู่ด้วยกันเป็นเพื่อนทุกลมหายใจ คือ อดทน อดทน และอดทน

ความรู้สึกของการขาดครู

                มันเป็นอะไรที่รู้สึกอ้างว้าง แท้ที่จริงท่านก็อยู่ในที่ของท่าน แต่ใจเราเข้าไม่ถึง แม้ท่านจะอยู่ตรงหน้าแต่จิตใจเรายังเศร้าหมอง มันยากจริง ๆ ที่จะเข้าถึงท่าน โดยธรรมชาติของความเคยชินกับความโง่ มันก็ยังจมอยู่กับความรู้สึกเดิม ๆ ไม่เข้าถึง ไม่เข้าใจ สมองของหนู รู้ว่าครูไม่ได้ไปไหน แต่ใจของหนูมันดิ้นรนอ้างว้าง มันร่ำหา ไม่อิ่มไม่เต็ม มีแต่อยากให้ครูเหมือนเดิม ทั้ง ๆ ที่ก็รู้ด้วยสมองว่า ไม่มีคำว่าเหมือนเดิม แต่ก็ไม่ลงใจ ใจของคนโง่นี่ ไม่อิ่มไม่เต็มไม่พอ อยากได้โน่น อยากได้นี่ อยากให้สิ่ง ๆ นี้เป็นเช่นนั้น อยากให้สิ่ง ๆ นั้นเป็นเช่นนี้ พอไม่เป็นไปตามที่คาดหวังก็ทุกข์ จิตใจเศร้าหมอง ทำไมหนูถึงอยากนะ ที่หนูรู้สึกว่าอยากเข้าถึงครู เพราะมีความคิดว่าถ้าเข้าถึงครูหนูคงเจริญมากกว่านี้ เข้าถึงภายในยังไม่ได้ จึงคอยแต่ดิ้นรนวิ่งตามแบบนอก ๆ แต่พอไม่เป็นไปตามคาดหวังก็มีความโกรธเพ่งโทษในสิ่งที่ไม่สมอยาก จิตใจลิงโลดพองโตตอนที่สมอยาก ทำไมหนอ จิตใจเรา จึงเข้าใจยากจริง มันทุกข์จริง ๆ ทุกข์อยู่เบื้องหน้าแต่ไม่มีปัญญาทำอะไรมันได้ มีเพียงสิ่งเดียวที่อยู่ด้วยกันเป็นเพื่อนทุกลมหายใจ คือ อดทน อดทน และอดทน แม้ต้องภาวนาหายใจกับความเศร้าหมอง ก็ได้แต่บอกตนเองว่า นี่แหละหนอ มันคุมไม่ได้ มันไม่ใช่ของเรา มันทุกข์ มันบีบคั้นจิตใจ มันทุกข์ทนไม่ได้ เมื่อก่อนเคยเป็นอย่างโน่นอย่างนี้ แต่ตอนนี้ต่างไป ช่างไม่มีอะไรอยู่นาน หนูต้องเรียนรู้ที่จะเข้าใจ แม้มันจะยาก แต่เชื่อมั่นว่า ไม่เกินความสามารถของผู้มีความอดทน

                กราบขอบพระคุณครูค่ะ

หมายเลขบันทึก: 310513เขียนเมื่อ 3 พฤศจิกายน 2009 08:34 น. ()แก้ไขเมื่อ 12 กุมภาพันธ์ 2012 10:31 น. ()สัญญาอนุญาต: ไม่สงวนสิทธิ์ใดๆจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (2)

ความอดทนเป็นบารมีอันยวดยิ่ง

การอดทนต่อคำแช่งด่า ยังไม่มีค่าเท่าการอดทนต่อคำสรรเสริญและป้อย่อได้

ครั้งหนึ่งใกล้กับยามที่พระพุทธองค์จะเสด็จปรินิพพาน

พระอานนท์ได้รำพึงกับพระพุทธองค์ว่า เมื่อพระพุทธองค์จากไปเราและชนทั้งหลายจะยึดจะถือใครเป็น "ศาสดา"

พระพุทธองค์ทรงเมตตาตรัสตอบว่า "ขอให้ยึดธรรมะเป็นศาสดาแทนตัวเรา"

เมื่อใดธรรมะยังอยู่ในโลก ครูย่อมไม่ห่างหายไปจากโลก

เมื่อใดธรรมะยังคงอยู่ สันติภาพของโลกก็ย่อมยังคงอยู่ เพราะโลกย่อมรู้ถึงธรรมที่น้อมนำให้คนอดกลั้นและ "อดทน..."

หากวันใดที่ใจคนขาดความอดทน คือ บุคคลผู้นั้น "ขาดธรรม"

ถึงแม้นว่าเราจะนอนอยู่หน้าพระพุทธรูป

ถึงแม้นว่าเขาจะนำพระไตรปิฎกมาหนุนหัว

เราและเขาก็ได้ชื่อว่าอยู่ห่างไกลครูผู้ซึ่งบอกให้รู้ว่า "ครูคือธรรม"

ธรรมะนั้นอยู่ในจิต ธรรมนั้นจักสามารถลิขิต ใจ วาจา และ "การกระทำ"

บุคคลที่มีธรรม คือ บุคคลที่น้อมนำธรรมะเข้าควบคุมกาย วาจา และใจ ให้ห่างไกลจากการเบียดเบียนกันและกันได้

บุคคลที่ไม่เบียดเบียนใคร หรือแม้นกระทั่งเบียดเบียนตนเองนั้นไซร้จึงได้ชื่อว่าเป็นบุคคลที่มี "ธรรม..."

ความอดทน อดกลั้น เป็นธรรมอันประเสริฐ อันธรรมที่ให้กำเนิด "ความสงบ" แก่ชนทั้งหลาย

ขอให้ตั้งมั่นต่อการทำดี อดทนในชาตินี้ ดีกว่าจะหวังพึ่งพิงในชาติหน้า

ชีวิตนี้หนอใครจะรู้ซึ่งกาลเวลา อันความตายที่จะคร่าจากโลกนี้ไป...

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี