สักกะยังหลงวนเวียนอยู่ในโลกแห่งความคิด
วันนี้สักกะนอนโดยลำพัง มีเพียงเสียงแอร์เป็นเพื่อน สักกะหลับไม่ดีนัก ก่อนจะนอนเขาได้ออกไป shopping เพื่อซื้อสิ่งของเข้าบ้าน ใช่แล้ว เขามีหน้าที่ดูแลการจับจ่ายใช้สอยของบ้านหลังนี้ในส่วนของสิ่งของที่ใช้แล้วหมดไป ผิดกับใจเขาที่ไม่เคยหมดความคิดถึงใครบางคน ไม่ใช่สิ น่าจะใช้คำว่าใครอีกหลายๆ คนมากกว่า คนที่เคยทำให้สักกะไม่พอใจ คนที่เคยทำให้สักกะชอบ คนที่สักกะเคารพบูชา เรียกว่าฟุ้งไปเรื่อยๆ
ตื่นเช้ามาเขาพยายามเดินจงกรม แบบ อดีต ปัจจุบัน อนาคต
แต่ดูเหมือนเขาขาดสิ่งกำลัง พยายามทำสมาธิ แต่ก็ได้เพียงชั่วเวลาสั้นๆ
คำว่า ฟุ้งกระจาย นั้นดูเหมาะสม ในการบรรยายภาวะของเขาในวันนี้
วันนี้สักกะมาทำงาน
สักกะมาทำงานตามเวลาของสักกะ
สักกะไม่ค่อยสนใจความรู้สึกคนอื่นเท่าใดนัก
สักกะเป็นคนขี้โมโห โดยมักจะมีเหตุผลในการโมโหของตัวเอง
วันนี้ก็เช่นกัน
ครูบาอาจารย์บอกให้สักกะตามรู้ แต่ด้วยความไม่เป็นกลาง อารมณ์โมโหจึงมักอยู่กับสักกะหลายชั่วโมง
วันนี้สักกะมาทำงานตามปกติ แม้ตอนเช้าจะอ่อนเพลียจากการทำกิจกรรมที่ได้รับการตัดสินว่าชอบ
สายๆ ราวๆ 11 โมง มานั่งเสียบหูฟังฟังพระอาจารย์ปราโมทย์
"ความไม่รู้ความจริง ความไม่รู้อริยสัจ 4 ความไม่รู้ทุกข์"
สักพักโอนเงินให้แม่
กลับมานั่งฟังต่อ
"ใจแต่ละวันไม่เหมือนกัน
ใจในแต่ละช่วงของวัน ก็เปลี่ยนตลอดเวลา ตามการกระทบอารมณ์"
"เฝ้ารู้การเปลี่ยนแปลงของใจ ถึงจุดหนึ่งปัญญาจะเกิด (ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ สั่งไม่ได้ บังคับไม่ได้)
สักกะมีความอยากบันทึก แต่ไม่ได้มาบันทึก
สักกะถูกกิเลส ลากไป ลากมาจนจิตอ่อนแรง ไหลไปไหลมาโดยขาดการรับรู้
สักกะได้ให้นิยามสติกับเพื่อนเพื่อให้นำมาประยุกต์ใช้
สักกะอยากได้สายสะพายชั้นสูงสุด