ในชีวิตมีบทเรียนเสมอ

                          ยายทองยอดนักสู้

    ยายทอง  หญิงชรา ผมสีดำเข้ม   อายุกว่า 83 ปี ที่มีแววตาที่สดใสร่าเริงอยู่เสมอ กำลังมองมา ทางผมด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม     ยายทองเป็นผู้ป่วยอัมพาตที่มีอายุมากแล้ว      เมื่อสามปีที่แล้ว  ยายทอง เกิดการอัมพาตครั้งแรกเนื่องจากความดันโลหิตสูง    แต่ลืมกินยาช่วงปีใหม่ ในปี 51 ทำให้ยายทองเกิดอาการแขนขาอ่อนแรง มึนชาแล้วเดินไม่ได้       แต่อย่างไรก็ตามหลังออกจากโรงพยาบาลได้เพียง 2 เดือน  ยายทองก็ได้  หัดเดิน  ด้วยการจับราว  จนกลับมาเดินได้อีกครั้ง     หนึ่ง   แต่อย่างไรก็ตาม  ในช่วงเดือน มิถุนายน 2551 ยายทองมีอาการปัสสาวะบ่อย  ดื่มน้ำตลอดคืน   อสม. บ้านศรีสุขจึงได้ทำการเจาะเลือดพบว่า ระดับน้ำตาลสูงกว่า 450 มก./ดล.   และมีอาการแขนขาอ่อนแรง  กล้ามเนื้อชักกระตุก  ตลอดเวลา  โดยมีแขนและขาขวา  กระตุก ทุก 30 วินาที  จนยายทองไม่ได้หลับไม่ได้นอน  เป็นที่น่าสงสารมาก

   จากการดูประวัติระดับน้ำตาลในเลือดพบว่า มีระดับน้ำตาลสูงกว่า 136 มก./ดล. แต่ไม่ได้มีการติดตามตรวจคัดกรองเบาหวาน   กว่าจะรู้ว่าเป็นเบาหวาน  มาหนนี้ ระดับน้ำตาลเลยสูงกว่า 400 มก./ดล.  ทำให้ยายทองเกิดการอัมพาตซ้ำขึ้นอีกครั้ง  หากมีการตรวจติดตาม ระดับน้ำตาลในเลือด   ตั้งแต่ พบว่า ค่าน้ำตาลในเลือดสูงเกิน 126 มก./ดล.  ไม่ต้องรอให้ยายทองเกิดอัมพาตซ้ำเนื่องจาก น้ำตาลสูงกว่า  400 มก./ดล.  นับว่าเป็นบทเรียน  ที่น่าจดจำของโรงพยาบาลในการดูแลผู้ป่วยเบาหวานที่เป็นผู้สูงอายุ    ไม่ควรปล่อยให้ผู้ที่มีน้ำตาลในเลือดผิดปกติกลับบ้าน   โดยไม่มีการดูแลอย่างใกล้ชิดเด็ดขาด   

สำหรับยายทอง  ที่มีการชักเกร็งกระตุกตลอดเวลา  การได้ ยานอนหลับจำเป็น  ในการบริบาลผู้ป่วย   ใน  สัปดาห์แรกยายทอง  ต้องชักเกร็งกระตุก ทุก 30 วินาที  ทำให้ยายทองไม่ได้หลับ  ไม่ได้นอน   จนถึงกับตัดพ้อบ่นว่าอยากตายเลยทีเดียว  แต่ พอเวลาผ่านไปไม่กี่เดือน  เมื่อยายทองอาการดีขึ้น   อาการชักกระตุกหายไป   ยายทองนอนหลับได้   ขั้นต่อไปก็ถึง  การฟื้นฟูสภาพ   การอัมพาตของยายทองนั่นเอง    ในการเป็นอัมพาตซ้ำของผู้สูงอายุถือว่า     พยากรณ์โรคได้ไม่ดีนัก  สำหรับผมเองในฐานะที่เป็นเภสัชกร   ยายทอง  นั้นได้ยาป้องกันชัก  ยาเบาหวาน   ยาความดันโลหิตสูง  และยาลดไขมันในเลือด        ยามากมาย  เหล่านี้  ป้าห่วนลูกสาวยายทอง  ที่มีขาพิการ 1 ข้างทำหน้าที่ดูแลยายทอง อย่างแข็งขัน  ทั้งพาเข้าห้องน้ำ   หาอาหาร  พากินยา      และพายายทองหัดเดิน   นับเป็นงานที่หนักมาก  ของผู้พิการอย่างป้าห่วนจริงๆ

การหัดเดิน  ของยายทองก้าวหน้าช้ามาก  เพราะผมเองก็เป็นเภสัชกร   ไม่มีความรู้อะไร  ยายทองหัดเดินเป็นปี   แต่ก็  เดินไม่ได้  ยืนไม่ได้เลย   ทำให้ผมต้องค้นคว้าหาความรู้ในการฟื้นฟูสภาพ  ผู้พิการ   จะหัดเดิน  ต้องหัดนั่งก่อน   นั่งแล้วก็หัดยืดเหยียดกล้ามเนื้อ   นี่ คือสิ่งแรกที่เภสัชกร  อย่างผมต้องอ่าน  ต้องรู้เพื่อยายทอง  ผมเองสัญญากันแกว่า  เมื่อ 15 ค่ำเดือน 11 ยายทอง  ต้องหายและกลับมาเดินได้อีกครั้ง  ในช่วงแรกยายทองหัดเดินแบบ  มั่วๆ  ไม่ มีรูปแบบ  หัดเดินเป็นปีก็เดนไม่ได้     ในการหัดยายทองเดิน  เริ่ม จากการให้ยายทองหัดนั่งและยืดเหยียดกล้ามเนื้อก่อน  พานั่งได้ดี ก็มียืดแขนยืดขา   และพายายทองหัดยืนให้ได้ก่อน    เป็นขั้นต่อไป

การหัดยืน   เมื่อเริ่มทรงตัวได้แล้ว  ก็ให้ยายทองยืน โยกตัวไปทางซ้าย บ้างขวาบ้าง  เมื่อคล่องแล้ว    จึงหัดก้าวเท้าไปด้านข้าง   ก้าวไปข้างหน้า   และถอยหลัง  ในการทียายทองจะหัดยืนได้ คล่องนั้น   ยายทองมักจะยืนไม่อยู่  จะมีแต่ล้มท่าเดียว  ยายทองจึงได้กางแขน  และทำท่ากระพือปีกขึ้นลง    ได้ผล  ยายทองสามารถยืนได้   มั่นคงแล้ว    ...