พ่อแม่ต่อสู้ดิ้นรนเพื่อให้การศึกษาที่ดีที่สุดแก่ลูก ในท่ามกลางสภาพสังคม สภาพของระบบการศึกษาไทย และท่ามกลางสภาพความเป็นอยู่ของครอบครัวตัวเอง คนในภาครัฐที่ผูกขาดการจัดบริการ และผูกขาดการควบคุมดูแล ระบบการศึกษา เข้าใจสภาพความเป็นจริงเหล่านี้หรือไม่ เป็นความเข้าใจแบบเดาๆ หรือมีผลการวิจัยที่มีความแม่นยำน่าเชื่อถือได้สนับสนุน
วิจัยการศึกษาด้านผู้ใช้บริการ
ผมเกิดคำถามว่า สังคมไทยควรยอมรับสภาพเช่นนี้โดยไม่โต้แย้งเลยหรือ การสนทนากับน้องชายคนเล็กที่เขาดิ้นรนช่วยเหลือลูกชายคนเดียวให้มีที่เรียนที่เหมาะสมต่อธรรมชาติของลูกของเขา และเป็นหลานของผม – หมิง ที่เป็นเด็กมีพลังช่างสังเกต และการตั้งคำถามต่อปรากฏการณ์ต่างๆ สูงมาก แต่มีสมาธิสั้น
น้องชายและน้องสะใภ้ (ซึ่งเป็นหมอทั้งสามีและภรรยา) พยายามหาโรงเรียนที่เหมาะต่อการให้การศึกษาลูกชาย ที่เวลานี้เรียนชั้น ป. ๕ ฟังเขาเล่าแล้วผมบอกตัวเองว่าเขาใช้เวลาเอาใจใส่ลูกมากกว่าผมมาก เขาสอนลูกด้วยตัวเองเสริมจากที่หมิงเรียนจากโรงเรียน จนเมื่อไปทดสอบการพูดและการฟังภาษาอังกฤษ ครูผู้สอนในโรงเรียนเอกชนแปลกใจในสำเนียงที่ถูกต้องของหมิง และซักถามวิธีเรียนสำเนียงภาษาอังกฤษ
น้องชายและหมิงไปเจอครูที่เป็นนักติวเด็กพิเศษเพื่อสอบแข่งขัน เป็นการติวเอาสนุก ไม่เอาเงิน (ผมไม่เคยนึกว่ามีครูแบบนี้ในปัจจุบัน) ครูเขามีวิธีเสาะหาเด็กที่เหมาะสมเพื่อการนี้ คือไม่หาเด็กเรียนเก่ง แต่หาเด็กมีแววพิเศษ และหมิงก็เข้าเกณฑ์ของครู หลังผ่านการติวพิเศษ (ย้ำว่าครูไม่คิดเงิน) และพาไปสอบแข่งขันที่หาดใหญ่ (น้องชายอยู่ที่สุราษฎร์ธานี) หมิงสอบแข่งขันได้ที่ ๑ ด้านคณิตศาสตร์
เอามาเล่าเพื่อจะบอกชีวิตของพ่อแม่ ที่มีลูกไม่เหมือนกัน พ่อแม่หลายคนโชคไม่ดี ที่ลูกไม่อยู่ในกลุ่มปกติทั่วไป เขาดิ้นรนหาโรงเรียน หาครูที่เหมาะสมต่อลูกของเขา
พ่อแม่บางคน ไม่ศรัทธาในโรงเรียน ในระบบการศึกษา หรือในครู เขาพยายามหาโรงเรียนที่สอนตามรูปแบบที่เขาศรัทธา หรือบางคนถึงกับสอนลูกด้วยตัวเอง ที่เรียกว่า home school
พ่อแม่ต่อสู้ดิ้นรนเพื่อให้การศึกษาที่ดีที่สุดแก่ลูก ในท่ามกลางสภาพสังคม สภาพของระบบการศึกษาไทย และท่ามกลางสภาพความเป็นอยู่ของครอบครัวตัวเอง คนในภาครัฐที่ผูกขาดการจัดบริการ และผูกขาดการควบคุมดูแล ระบบการศึกษา เข้าใจสภาพความเป็นจริงเหล่านี้หรือไม่ เป็นความเข้าใจแบบเดาๆ หรือมีผลการวิจัยที่มีความแม่นยำน่าเชื่อถือได้สนับสนุน
ผมจึงเกิดความคิดว่า เราพูดกันเรื่อง all for education กันแบบไม่จริงจัง หากระบบการศึกษาเน้นการแสดงบทบาทของทุกคน ทุกฝ่าย เราต้องมีการวิจัย ว่าแต่ละฝ่ายมีการแสดงบทบาทต่อการจัดการศึกษาอย่างไรบ้าง
พ่อแม่ มีการดิ้นรนเพื่อการศึกษาที่ดีต่อลูกของตนอย่างไรบ้าง ทำอย่างไร จะทำให้การดิ้นรนของพ่อแม่มีผลดีต่อการเรียนรู้ของลูกได้อย่างแท้จริง นี่คือโจทย์วิจัยด้านระบบการศึกษา ทีเน้นการทำความเข้าใจด้าน demand – side
ที่จริงเราสามารถวัดสภาพของระบบการศึกษาของไทยได้ ว่ามีความเป็น education for all, all for education แค่ไหน โดยดูจากโจทย์วิจัยด้านการศึกษาที่ทำวิจัยกันอยู่ ว่ามีโจทย์เพื่อทำความเข้าใจด้าน demand – side แค่ไหน ถ้ามีน้อยกว่า ๕๐% แสดงว่าคำพูดนี้ยังเป็นเพียงวาทกรรม ไม่เป็นความจริง
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
พิกุล · 29 ต.ค. 2552
พิกุล · 29 ต.ค. 2552
แดง · 29 ต.ค. 2552
Nok_Sasitorn · 29 ต.ค. 2552
Nok_Sasitorn · 29 ต.ค. 2552
เด็กมีความแตกต่างกัน ทั้งสิ่งแวดล้อมและสภาพครอบครัว ครอบครัวที่พร้อมมีเวลาให้ลูก มีแนวคิดและทราบแววอัฉริยะของเด็ก
ถือว่าเป็นการศึกษาทางเลือก ที่ระบบโรงเรียนทำได้ยาก